"นายกฯ อิ๊งค์" โชว์วิสัยทัศน์ปิดฉากเอเปก 2024 ชู 3 แนวคิด "สร้างโอกาส-สร้างความร่วมมือ-ปฏิญญากรุงเทพฯ" เชื่อมั่นเอเปกนำสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของโลก ตีปี๊บหารือแลกเปลี่ยนผู้นำเวทีนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ พร้อมผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว ใบเบิกทางให้นานาชาติเห็นตัวตนไทย รับตื่นเต้นมาในฐานะผู้นำ หลังเคยมากับทักษิณ 20 ปีก่อน
ที่โรงแรมสวิสโซเทล ลิมา เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง) ซึ่งตรงกับวันที่ 17 พ.ย.ของประเทศไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมในการเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 31 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องว่า สาธารณรัฐเปรูเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ในส่วนของประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกปี 2565 ด้วยเช่นกัน ภายใต้แนวคิด BCG Economy หรือ Bio-circular-Green ecocomy (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ยังใช้แนวคิดเดิม โดยมีหัวข้อหลักๆ อาทิ การเสริมสร้างพลัง การมีส่วนร่วม และการเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วย สำหรับการประชุมนั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ในการหารือกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก ได้คุยกับผู้นำแต่ละเขตเศรษฐกิจและนักธุรกิจในด้านต่างๆ อาทิ พลังงาน รถยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งหลายบริษัทได้สอบถามว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดไหน จึงตอบไปว่า ตอนนี้ประเทศไทยกำลังรับเรื่องการลงทุน เพื่อสร้างเม็ดเงินใหม่ๆ เข้ามาในประเทศ โดยเน้นไปที่เทคโนโลยี AI , Semiconductor และ Data center จึงได้มีโอกาสพูดคุยกับนักธุรกิจด้วยกัน 3 บริษัท ประกอบด้วย Tiktok, Microsoft และ Google จึงเสมือนเป็นการต่อยอดให้มาลงทุนเพิ่มเติมกับประเทศไทย จะทำให้คนไทยเกิดอาชีพใหม่ๆ และเกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ
ส่วนการพบหารือทวิภาคีกับนางดินา เอร์ซิเลีย โบลัวร์เต เซการ์รา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเปรูนั้น ดีมากๆ โดยเฉพาะในเรื่องการเจรจาการค้าเสรีระหว่างไทย-เปรู เนื่องจากเปรูเพิ่งเปิดท่าเรือชางใคได้ไม่นาน จึงถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการส่งสินค้าเกษตรของไทยได้เป็นอย่างมาก สำหรับเรื่องซอฟต์พาวเวอร์นั้น เปรูนำขนอัลปากามาทำเป็นเสื้อ ขณะที่ไทยมีผ้าไหม จึงต้องหาทางว่าจะทำร่วมกันอย่างไรดี เพื่อให้เกิดเนื้อผ้าพิเศษขึ้นมา ซึ่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติจะนำประเด็นนี้ไปพิจารณากันต่อ
สำหรับการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกฯ กล่าวว่า ได้กล่าวชื่นชมประเทศจีนเรื่องลดความยากจนในประเทศว่าทำได้สำเร็จดีมากๆ และพร้อมที่จะเรียนรู้โมเดลของจีนต่อไป รวมทั้งขอให้ภาคเอกชนของจีนเข้ามาลงทุนที่ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
"ตลอดทั้งสามวันจึงถือว่าได้ประสบการณ์เป็นอย่างมาก เพราะได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำในแต่ละเขตเศรษฐกิจ เราก็ได้เน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในเวทีโลกด้วยว่า พร้อมแล้วสำหรับการลงทุน และความร่วมมือ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจทั้งของเราและเพื่อนสมาชิก จึงมั่นใจว่าการได้พูดคุยกันแบบนี้จะทำให้เราสามารถเดินหน้าความร่วมมือกับประเทศต่างๆ และหาโอกาสให้กับประเทศไทยได้ง่ายขึ้น โดยในการเจรจาครั้งต่อไปเขาก็จะได้รู้ว่าเรามีตัวตนและมีศักยภาพ" นายกฯ ระบุ
น.ส.แพทองธารเปิดเผยด้วยว่า ครั้งนี้ถือเป็นการมาเอเปกครั้งที่ 2 ครั้งแรกเดินทางมากับบิดา (นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ในฐานะผู้ติดตามของนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2547 และปีนี้ 2567 ครบ 20 ปีพอดี กลับมาในฐานะผู้นำ ซึ่งมาครั้งนี้ตื่นเต้นและแตกต่างจากตอนมากับนายทักษิณ เนื่องจากต้องเข้าใจรายละเอียดการประชุมและหัวข้อการประชุม ต้องพูดคุยให้ครบทุกประเด็นที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เจอกับผู้นำมากมายขนาดนี้ ทั้งนี้ รู้สึกเสียดายที่สมัยมาประชุมเอเปกเมื่อปี 2547 กับนายทักษิณได้มีโอกาสจับมือกับผู้นำหลายคน แต่ไม่มีรูปถ่ายเลย เนื่องจากสมัยนั้นโทรศัพท์มือถือไม่เป็นแบบนี้ แต่ยังดีที่นักข่าวถ่ายภาพไว้ตอนที่ลงเครื่องกับนายทักษิณ
จากนั้นเวลา 09.00 น. ที่ห้อง Lima ชั้น 1 Lima Convention Center วันที่ 3 ของการประชุม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมการประชุมผู้นำในรูปแบบ Retreat (APEC Economic Leaders’ Retreat) โดยมีนางดินา เอร์ซิเลีย โบลัวร์เต เซการ์รา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเปรู เป็นประธาน
นายกฯ กล่าวว่า เอเปกเป็นเวทีที่สำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีอย่างมากระหว่างสมาชิกเอเปกด้วยกัน และมั่นใจว่าด้วยการทำงานร่วมกันของสมาชิกจะสามารถสร้างเวทีการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน และมีปัจจัยใหม่ๆ ในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนทุกประเทศ โดยมีประชาชนและโลกเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน
น.ส.แพทองธารกล่าวถึงแนวคิดในการสร้างความร่วมมือและก้าวไปสู่เป้าหมายนี้ร่วมกันของประเทศสมาชิกเอเปก ดังนี้ 1.เราจะสร้างโอกาสสำหรับทุกคน โดยสมาชิกเอเปกจะทำงานร่วมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่สมาชิกต้องบริหารจัดการกับเศรษฐกิจในระบบที่สมาชิกสามารถตกลงร่วมกันได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยเข้าใจถึงความท้าทายของการบริหารการทำงานนอกระบบ เนื่องจากในประเทศไทยยังพบว่ายังมีแรงงานและธุรกิจขนาดเล็กมากกว่าครึ่งยังอยู่ในการทำงานนอกระบบ
โดยรัฐบาลไทยได้ดำเนินการแก้ไขเพื่อสนับสนุนให้เกิดการทำงานในระบบให้เติบโตในทุกมิติ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม รวมถึง AI มาใช้เป็นกลไกสำคัญของไทย ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ผ่านระบบการเงินดิจิทัลให้กลุ่มเปราะบางของไทยให้มีโอกาสทัดเทียมกันในการดำรงชีวิต โดยมีเป้าหมายในการขจัดความยากจน นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังพิจารณานำ “Negative Income Tax” หรือภาษีเงินได้ติดลบ ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลที่จะช่วยให้คนที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งที่เสียภาษีและไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี มาอยู่ในระบบฐานข้อมูลเพื่อจะจัดสรรประโยชน์จากรัฐที่เป็นธรรมมากที่สุด
“สำหรับความร่วมมือของสมาชิกเอเปก ควรเพิ่มความเชื่อมโยงทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในภูมิภาค เพราะนอกจากจะส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันแล้ว ยังสามารถส่งเสริมการติดต่อสื่อสารระหว่างประชาชนด้วยกันได้โดยง่าย โดยเฉพาะกลุ่ม “Digital Nomad” หรือกลุ่มคนที่มีธุรกิจค้าขายผ่านออนไลน์ นอกจากนี้ เอเปกควรจัดทำสิทธิพิเศษเป็นบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปก APEC Business Travel Card (ABTC) ในประเทศสมาชิกเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเดินทางค้าขายระหว่างกันมากขึ้นอีกด้วย” นายกฯ ระบุ
2.ประเทศไทยมีแนวคิดส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้เขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนทางการค้า ดังนัั้นการเตรียมพร้อมสำหรับ FTAAP จะเสริมสร้างขีดความสามารถในประเทศสมาชิกได้ โดยจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย รวมถึง MSMEs และกลุ่มบุคคลทุกเพศทุกวัย เชื่อว่าการสร้างสิ่งใหม่ๆ และพัฒนาในโลกการเงินที่เรียกว่า “สร้างสถาปัตยกรรมทางการเงิน” ที่สมดุลและยืดหยุ่นมากขึ้นจะช่วยให้เศรษฐกิจได้รับการปกป้อง มีเสถียรภาพ ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนได้อีกด้วย
และ 3.เอเปกต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตามเป้าหมายที่เคยประชุมร่วมกันที่กรุงเทพฯ หรือ “BCG” ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายเพิ่มพลังงานสะอาด 20 กิกะวัตต์ภายใน 20 ปีข้างหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ทั้งนี้ ขอให้เอเปกเป็นผู้นำในการกำหนดเป้าหมายที่สำคัญในการเปลี่ยนไปสู่ BCG รวมทั้งสนับสนุนให้มีการหารือเกี่ยวกับการพัฒนาตลาดและการค้าเครดิตคาร์บอนร่วมกัน ซึ่งไทยเชื่อมั่นว่าเอเปกสามารถเป็นผู้นำในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันได้
“แม้จะยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากในเอเปก แต่เชื่อว่าการประชุมในครั้งนี้ จะทำให้เอเปกใกล้บรรลุผลในการทำงานร่วมกันและใกล้ชิดประชาชนทุกประเทศมากขึ้น และขอแสดงความยินดีกับเปรู ในความสำเร็จในการจัดการประชุม และประเทศไทยจะเฝ้ารอความคืบหน้าต่างๆ ในการประชุมอีกครั้งในโอกาสที่ประเทศเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพประชุมในครั้งต่อไป” น.ส.แพทองธารระบุ
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรองเอกสารผลลัพธ์ 3 ฉบับ ได้แก่ (1) ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก (2) ถ้อยแถลงอิชมา ว่าด้วยมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก และ (3) แผนงานลิมา เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจในระบบและเศรษฐกิจโลกของเอเปก หลังจากนั้นเปรูในฐานะเจ้าภาพได้มอบผ้าพันคออัลปากาเป็นที่ระลึกให้กับผู้นำประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย
หลังจากนั้น น.ส.แพทองธารพร้อมคณะเดินทางออกจากสาธารณรัฐเปรู ในเวลา 18.00 น. เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 27 ชั่วโมง โดยจะถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ วันที่ 18 พ.ย. เวลา 11.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลสั่งถอนชื่อ22ปาร์ตี้ลิสต์
“ประธาน กกต." โต้ข้อกล่าวหาสองมาตรฐาน เดินหน้าตรวจทุกเส้นเงิน "พีระพันธุ์" ฟาดเข้าข่ายผิดปกติ “แสวง” ป้อง กปน.ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วย
สุริยะซื้อเครื่องบิน30ล. หมายเรียกผู้สมัคร‘พท.’
“สุริยะ” รับซื้อเครื่องบินจาก “เบน สมิธ” ในราคาแค่ 30 ล้านบาท ส่วนราคาที่เหลือญาติร่วมลงขัน “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดจี้ ป.ป.ช.-กกต.สอบด่วน เพื่อไทยฉาวซ้ำ ตร.ออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.
‘ในหลวง’ทรงห่วง กำลังพลชายแดน ลุยบูรณะปราสาท
“ในหลวง” ทรงห่วงใยกำลังพลปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศชายแดนไทย-กัมพูชา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทาน ส่งมอบกำลังใจและความห่วงใย “มทภ.2” ลั่นกองทัพ
ทบ.เตือนเขมร ทหารเสียวินัย! ยิงระเบิด40มม.
กัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทยพื้นที่กันทรลักษ์ อ้างกำลังพลชุดใหม่เสียวินัย
แนะฝ่ายอนุรักษ์เร่งรวมเสียงตั้งรบ.
นักวิชาการวิเคราะห์เลือกตั้งโค้งสุดท้าย "ภูมิใจไทย-อนุทิน" ครบเครื่อง
ปลุกกาไม่เห็นชอบจัดทำรธน.ใหม่
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ แถลงคัดค้านการออกเสียงประชามติ 8 ก.พ.

