ท่วมใต้ ‘อ้วน’ โต้โซเชียล

"ภูมิธรรม" โต้แหลก เกรียนคีย์บอร์ดปั่นข่าวรัฐบาลดูแลน้ำท่วมภาคใต้ล่าช้า  เผยเตรียมการเรื่องเงินเยียวยาเรียบร้อย “บิ๊กเล็ก” รายงานสถานการณ์ จ.ยะลาอ่วมที่สุด 2-3 วันนี้เฝ้าระวังฝนตก จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.สงขลา จ.สตูล

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ว่า ได้ส่ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ลงไปดูสถานการณ์ ซึ่งอยากให้ พล.อ.ณัฐพลได้รายงานสถานการณ์เบื้องต้น

ด้าน พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า จากการลงพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วม ที่ จ.ยะลาหนักที่สุด โดยมวลน้ำทั้งหมดจะเคลื่อนย้ายไป จ.ปัตตานี จากการพยากรณ์อากาศฝนจะตกในพื้นที่ จ.สงขลากับ จ.สตูล ดังนั้นใน 2-3 วันนี้ต้องเฝ้าระวัง จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.สงขลา จ.สตูล และคาดว่าปริมาณน้ำ 1-2 วันนี้สถานการณ์จะเบาลง และดีขึ้น ส่วนพื้นที่ปักธงแดงน้ำยังคงท่วมสูง การเข้า-ออกบางพื้นที่ต้องใช้รถใหญ่ เส้นทางสัญจรค่อนข้างลำบาก มีปัญหาเรื่องการส่งกำลัง ทั้งน้ำมัน แก๊สหุงต้ม อาหาร ที่จะส่งเข้าไปในพื้นที่ ที่ทาง รมว.กลาโหมได้สั่งการทุกหน่วยให้เร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ ทั้งนี้ น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้จะเป็นเพียงน้ำไหลผ่าน จะไม่เหมือนกับน้ำท่วม จ.เชียงใหม่และ จ.เชียงราย

นายภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า ช่วงนี้เป็นฤดูน้ำหลาก ในส่วนรัฐบาลเตรียมการเรื่องการเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชน แต่เบื้องต้นให้  รมช.กลาโหมไปดูการจัดสรรกำลังในพื้นที่ดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ขณะนี้ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทำหน้าที่บูรณาการ ในส่วนของกองทัพถ้าเป็นหน่วยเสริมสนับสนุน ตนได้สั่งการเตรียมเงินเยียวยาเเละเงินดูแลส่วนต่างๆ เหมือนที่ดูแลจังหวัดอื่นๆ ปัจจุบันเตรียมการเสร็จแล้ว ยืนยันดูแลอย่างเหมาะสม รวมถึงการฟื้นฟูหลังน้ำลด

ส่วนที่รัฐบาลถูกโจมตีว่าลงพื้นที่ดูแลน้ำท่วมภาคใต้ล่าช้านั้น ยืนยันว่าไม่ล่าช้า เราลงพื้นที่ทันทีเมื่อทราบสถานการณ์ อย่าง พล.อ.ณัฐพล ก็ลงไปตั้งแต่วันเเรก นอกจากนั้นยังมีรัฐมนตรีคนอื่นๆ เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ก็ลงพื้นที่

รมว.กลาโหมยืนยันว่า ดูแลประชาชนทั้งประเทศเท่าเทียมกัน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลอยู่เเล้ว อยากให้ประชาขนเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ อย่าไปฟังโซเชียลมากนัก ซึ่งไม่ได้รู้สถานการณ์ที่เเท้จริง ปั่นโซเชียลอยู่แต่ในบ้านแล้วมาวิพากษ์วิจารณ์ อยากให้อยู่กับความเป็นจริง อยากให้สื่อเป็นตัวแทนสื่อสารข้อเท็จจริงไปยังประชาชน ขณะที่ในส่วนของกองทัพเอง ทาง ผบ.ทบ.ก็ระดมยุโธปกรณ์และกำลังพลไปดูแลพื้นที่เต็มที่อยู่แล้ว พร้อมทั้งกองกำลังจิตอาสาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงไปในพื้นที่ด้วย ยืนยันเราดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ด้าน น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนอย่างเต็มที่ โดยล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ได้อนุมัติหลักการมาตรการภาษี ช่วยค่าซ่อมแซมบ้าน โดยประชาชนหรือนิติบุคคล สามารถนำรายจ่ายในการซ่อมแซมบ้านหรืออาคารสำนักงานในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งหมดแล้วไม่เกิน 100,000 บาท มาหักลดหย่อนภาษีได้ และมาตรการภาษีช่วยค่าซ่อมรถ นำมาหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท

“รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ประสบอุทกภัย และเห็นว่าปัจจุบันประชาชนมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย หากพี่น้องประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทร.สอบถามได้ที่ 1161" น.ส.ศศิกานต์กล่าว

ขณะที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 1 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ  พร้อมจัดทำมาตรการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินปี 2567/68 วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0 % นาน 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท โดยเกษตรกรผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2555-0555 ตลอด 24 ชั่วโมง

“จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้เกษตรกรในหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากความเสียหาย โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร ที่อยู่อาศัย รวมถึงทรัพย์สินในวงกว้าง  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการช่วยเหลือประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและการฟื้นฟูเยียวยาในระยะต่อไป" น.ส.ศศิกานต์กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คอมเมนต์ถล่มทลาย! ชื่นชม 'จูรี นุ่มแก้ว' ประเดิมงานแรก หลังชนะเลือกตั้ง สส.สงขลา

นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฉันคิดว่า หวาง กกต.จะรับรอง สส.และกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ น่าจะใช้เวลาอีกนานพอสมควรเหลย

'อนุทิน' ชูผลงานภูมิใจไทยแก้น้ำท่วมใต้ ซัดบางกลุ่มเอาความเดือดร้อนชาวบ้านโจมตีรัฐบาล

"อนุทิน" ปลุกชาวสงขลากาเบอร์ 37 ชูผลงานภูมิใจไทยแก้น้ำท่วมใต้ ลั่นลงพื้นที่ถึงประชาชนคนแรกทุกครั้ง ซัดคนบางกลุ่มเอาความเดือดร้อนชาวบ้านเป็นตัวประกันโจมตีรัฐบาล ย้ำปัญหาคลี่คลายใน 2 อาทิตย์ หาดใหญ่ฟื้นใน 1 เดือน

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.

พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก