‘ครม.อนุทิน’100% แบ่งตามโควตาพรรคลงตัวแล้ว/3คนนอกคุมเศรษฐกิจ-ต่างประเทศ

"อนุทิน" เผยโผ ครม.เสร็จ  100 เปอร์เซ็นต์แล้ว โชว์ตัวว่าที่ 3 รมต.คนนอกป้ายแดงล้อมวงกินเค้กส้ม "เอกนิติ" จ่อนั่งขุนคลัง  "สีหศักดิ์" เตรียมนั่ง รมว.ต่างประเทศ ขณะที่  "อรรถพล" อดีต CEO ปตท.นั่ง รมว.พลังงาน ยัน ครม.ไม่ขี้เหร่ ยึดสโลแกนสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยหัวบันไดลื่น! แบ่งเค้กตามโควตา พรรคพลังประชารัฐได้ 2 รมต. 2 รมช. "ธรรมนัส" ยันเกษตร-ศึกษา อยู่ในมือแล้ว ส่วนประชาธิปัตย์แล้วแต่จะให้

ช่วงเที่ยงวันที่ 6 กันยายน 2568      นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ด้วยท่าทีผ่อนคลาย สีหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อฮาวายลายใบไม้  โดยทันทีที่มาถึงผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์   แต่นายอนุทินขอตัวขึ้นไปประชุมก่อน และระบุว่า  ขณะนี้ยังไม่มีข่าว

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมความพร้อมในการจัดงานพิธีสำคัญ ภายหลังมีแกนนำพรรคและว่าที่รัฐมนตรีตามโผ ครม.หนู 1 อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เข้าพรรคด้วย

ต่อมานายอนุทินพร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ดื่มกาแฟร่วมกันที่ร้านจานิสต้าร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน

ทั้งนี้ คาดว่านายสีหศักดิ์จะถูกทาบทามมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะที่นายเอกนิติ คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้านนายสันติคาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ตามมาสมทบในภายหลัง โดยคาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายอนุทินได้แนะนำตัวแต่ละคนให้กับสื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจน นายสีหศักดิ์จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมระบุว่า เลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ ความทุ่มเทเสียสละ  ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจนก็ไม่ต้องมาคอยคาดการณ์ว่าใครจะดำรงตำแหน่งอยู่ตรงไหน เดี๋ยวจะทำงานกันไม่สะดวก เพราะเวลาเรามีน้อย ก็จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก็จะได้ทำงานได้เลย

นายอนุทินยังยืนยันว่า รัฐมนตรีในสัดส่วนคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ

 เมื่อถามความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากกระทรวงการคลังในระยะสั้น นายอนุทินตอบว่า ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์การทำงานทั้งต่างประเทศและในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ท่านมีความรู้ความสามารถที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

จีบ รมต.คนนอกหลายวัน

เมื่อถามถึงการฟื้นโครงการคนละครึ่ง นายอนุทินระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มฟีด ก็จะเร่งมอบหมายให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็จะได้ดำเนินการต่อไป เพราะเวลาเรามีน้อย ไม่มาก

                    ส่วนจะมีการสานต่อจาก Application เดิมหรือไม่นั้น นายอนุทินยืนยันว่า "อะไรที่ดีก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของผมจะไม่ทำ"

                    เมื่อถามถึงท่าทีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องข้อพิพาทไทย-กัมพูชา โดยการแก้ไข MOU 43 และ 44 นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าพูดถึงชื่อสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจน่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ  รัฐบาลนี้เข้ามาท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้นต้องนำผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ แก้ไขปัญหาโดยเร็ว

                    ส่วนรัฐมนตรีมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ส่วนมองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ ยืนยันว่าทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ

                    ว่าที่นายกฯ ยังยอมรับว่า กว่าว่าที่รัฐมนตรีโควตาคนนอกจะตอบรับ ตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะอธิบดีเอกนิติมีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ท่านก็เสียสละ เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ  ซึ่งคุณสมบัติความรู้ความสามารถของท่านขณะนี้ ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย ซึ่งท่านขอเวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึงประเทศของเรา และพี่น้องประชาชน

                    ถามว่า หน้าตา ครม.ไม่ขี้เหร่ใช่หรือไม่ นายอนุทินบอกว่า ไม่แน่นอน ต้องเป็น ครม.ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตนก็ยังถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่

                    ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้หรือไม่ ว่าที่นายกฯ ตอบว่า จะทำให้เร็วที่สุด และคอยคิดถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางการเมือง และเรื่องทางการเมืองตนคิดว่ามีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา ดังนั้นต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหาให้มากที่สุด

                    ทั้งนี้ ระหว่างที่นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายอรรถพลได้เดินเข้ามาสมทบ ทำให้นายอนุทินพูดขึ้นมาว่า ท่านมาแล้ว ความลับแตกหมดเลย ก่อนจะหัวเราะ จากนั้นนายอรรถพลก็ได้แนะนำตัวเองตำแหน่งที่เคยเป็นอดีต CEO ของ ปตท. ก่อนที่นายอนุทินจะแซวขึ้นมาว่า ไม่ได้เอามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน

 ไม่ต้องรำมวย

                    "อย่างที่ผมบอกว่าเป็นรัฐบาลที่มีภารกิจแน่นอน เราต้องได้ผู้ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย ไม่ต้องมาเรียนรู้งาน แต่ละท่านที่เข้ามาก็ล้วนแต่เป็นผู้บริหารสูงสุดในองค์กรที่ท่านกำลังจะเข้าไปรับผิดชอบ ดังนั้นจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราจะสามารถเดินหน้าได้ดี ไม่ต้องรำมวย"

                    เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ

                    ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทินกล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจนก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พาคนอื่นมา แสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

                    ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้จำเป็นจะต้องเป็น พล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชนมาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้วก็จะนำมาแนะนำตัวต่อพี่น้องประชาชนทุกคนให้รับรู้รับทราบว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด พยายามจะทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้ทำเหมือนว่ามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศร่วมกัน ฝ่ายการเมืองอย่างพวกเราฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว

                    ซักว่าภาพของ ครม.อนุทินจะออกมาเป็นแบบใด นายอนุทินกล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมานสามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิกใน 36 คนมาหลายสมัย มีความรู้สึกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจากทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน และเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พรรคนี้เสนอ พรรคนี้ค้าน หัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่มองว่าอันนี้ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคตนเองก็ให้เรื่องช้าหน่อย สิ่งเหล่านี้จะไม่มี

                    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงตำแหน่งของนายสันติ ที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทินรีบปัดตอบว่า ฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่รัฐมนตรีป้ายแดงทั้ง 4 คนได้นั่งพูดคุยกับนายอนุทินด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนูเค้กส้ม

พปชร.ได้ 2 รมต. 2 รมช.

                    ขณะที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ทางพรรคภูมิใจไทยได้มอบหมายให้พรรคพลังประชารัฐทั้งหมด 4 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการ 2 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 2 ตำแหน่ง

                    ส่วนจะมีตำแหน่งในกระทรวงใดบ้างนั้น นายสันติระบุว่า เรื่องนี้กำลังพูดคุยกันอยู่ ภายใน 1-2 วันนี้คาดว่าจะนิ่ง

                    เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหมคือสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายสันติระบุว่า ก็กำลังพูดคุยกันอยู่ เพราะถ้าเป็นกระทรวงสำคัญ กระทรวงใหญ่ บางทีก็ต้องดูให้ละเอียด

                    ถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ด้วยหรือไม่ นายสันติระบุว่า ต้องไปพูดคุยกันก่อน

                    ถามถึงระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลในระยะเวลา 4 เดือน อะไรคือโจทย์ใหญ่ นายสันติระบุว่า ระยะเวลา 4 เดือนก็ถือว่าเป็นเงื่อนไข ถ้าเรารู้ว่ามีเวลา 4 เดือน หากได้รับการโปรดเกล้าฯ  เรียบร้อย ได้เข้าทำงาน ทุกคนเป็นรัฐมนตรี ก็จะต้องเร่งรัดในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพราะขณะนี้พวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่า เศรษฐกิจของประเทศและของโลก โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวไร่ชาวนา เกษตรกร ก็กำลังลำบากอยู่ ถึงแม้จะเป็น 4 เดือน ก็จะต้องเร่งรัดในการทำงาน ลงไปดูประชาชน ให้มีความแข็งแรงขึ้นมา

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย พบกับนายอนุทินเพื่อหารือเป็นการส่วนตัว จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้เดินลงจากที่ทำการพรรคมายังร้านกาแฟจาริสต้าร์ ซึ่งจังหวะนั้น น.ส.ธนพร ศรีวิราช (จุ๊บจิ๊บ) ภรรยารออยู่

                    ต่อมา ร.อ.ธรรมนัสได้สั่งเครื่องดื่มอเมริกาโน่ร้อน ไม่หวาน และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า มารับภรรยา ไม่เกี่ยวกับเรื่องการยืนยันตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งตนต้องให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรมเป็นผู้จัดการ วันนี้ตนแค่แวะมาทำธุระกับภรรยา พร้อมยืนยันว่า การเป็นนักการเมือง ต้องพร้อมทำหน้าที่ทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ แต่เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังไม่ได้มีการพูดคุยขนาดนั้น

กล้าธรรมได้เกษตร-ศึกษา

                    ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าตนแย่งตำแหน่งนี้กับ พล.อ.ประวิตรนั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตำแหน่งทางการเมืองแย่งกันไม่ได้ และไม่ได้คิดแย่งอะไร พร้อมยืนยันว่าตนเป็นนักการเมือง ต้องร่วมงานกับทุกคนได้ อย่าเอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวกัน

                    ส่วนความกังวลเรื่องคุณสมบัติของตนเอง ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบ ที่ผ่านมาตนได้ให้ตำแหน่งรัฐมนตรีกับรุ่นน้องเพราะอยากให้เขาได้เป็น และขออย่าไปพูดถึงการรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะต้องเป็นไปตามระบบของพรรค

                    เขายืนยันถึงการรับตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ว่า นายอนุทินบอกแล้วว่ามอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงศึกษาธิการให้กับพรรคกล้าธรรมดูแล แต่ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ต้องรอการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีก่อน

                    จากนั้นนายอนุทินได้พา ร.อ.ธรรมนัสมานั่งพักที่ร้านคาเฟ่ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสได้ขอชนแก้วกับว่าที่นายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายอนุทินจะหัวเราะและบอกว่า "หวังว่าจะไม่เหมือนช็อกมินต์" ก่อนที่จะสั่งเค้กส้มให้ ร.อ.ธรรมนัสได้ลองชิม เมื่อได้ทานแล้วเจ้าตัวบอกว่าอร่อยมาก ผู้สื่อข่าวถามแซวว่าอร่อยเหมือนช็อกมินต์หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “จำไม่ได้”

                    จากนั้น เวลา 17.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มาร่วมวงกาแฟอีกด้วย

                    นอกจากนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี  อดีต รมช.มหาดไทย จากพรรคประชาธิปตย์  ยังปรากฏตัวที่พรรคภูมิใจไทยเช่นกัน โดยให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาพบนายอนุทิน ได้พูดคุยเรื่องทั่วไป ส่วนตำแหน่งยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร ขอให้ผ่านพิธีรับสนองพระบรมราชโองการก่อน แต่ยอมรับว่ามีการพูดคุยในเบื้องต้นแล้ว

 เมื่อถามว่า มีความชัดเจนหรือยังว่าเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ที่โหวตให้ 3 เสียงได้ตำแหน่งหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า แล้วแต่นายอนุทิน โดยการสวนมติพรรคครั้งนี้ทั้ง 3 คนได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่ามีเหตุผลอย่างไรในการสนับสนุน  นายอนุทินเป็นนายกฯ ก่อนลงมติในสภาก็ได้ชี้แจงกับประชาชนเรียบร้อยแล้ว โดยมีเหตุผล 4 ข้อ และยืนยันการลงคะแนนเป็นเอกสิทธิ์ สส.

โผ ครม.เสร็จ 100% แล้ว

ถามว่า ในอนาคตมีโอกาสดึงเสียง สส.พรรคประชาธิปัตย์มาสนับสนุนนายอนุทินเพิ่มเติมหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องอนาคต ตนพูดไม่ได้ เมื่อถามอีกว่ากังวลความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายนิพนธ์ตอบว่า ในพรรคต้องพูดคุยกันหลายฝ่ายทราบอยู่แล้วว่ามีปัญหาอะไร

จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีหากมีพิธีสำคัญในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ย.) ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยกว่าที่คิด ซึ่งมีการเตรียมทุกอย่างทุกขั้นตอน ไม่มีการเสียเวลาใดๆ และหลายอย่างเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้

สำหรับการจัดโผคณะรัฐมนตรี  นายอนุทินยอมรับว่าร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วนะ และขออย่าใช้คำว่าเกลี่ย ทุกคนที่จะมาเป็นคณะรัฐมนตรี เขาทราบดีถึงเงื่อนไข ข้อกำหนดรวมถึงข้อจำกัดต่างๆ และทุกคนต้องเริ่มทำงานทันที เมื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตามกระบวนการเสร็จสิ้น

ว่าที่นายกฯ ยืนยันว่า โผคณะรัฐมนตรีนิ่งแล้ว ส่วนกระทรวงกลาโหมได้คนแล้วหรือไม่นั้น  นายอนุทินระบุว่า ยังไม่โปรดเกล้าฯ เอาเป็นว่าตนไม่มีอะไรที่ปิดบังซ่อนเร้น เมื่อถึงเวลาอันสมควร และไม่เป็นการก้าวล่วง เราจะรีบเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ อย่างที่ตนได้เรียนไปว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นของประชาชนและของคนไทยทุกคน เราจะไม่ทำอะไรลับหลังพี่น้องประชาชน มีอะไรก็จะให้ท่านได้รับทราบ ช่วยกันออกความคิดความเห็น และจะรับฟังเสียงของท่านพร้อมปฏิบัติตาม"

เมื่อถามย้ำว่า คนที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นอย่างไรนั้น นายอนุทินระบุว่า "แน่ะ กลับที่เดิมอีกแล้ว" พร้อมกล่าวว่า รัฐมนตรีทุกคนต้องมีคุณสมบัติที่ดี ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือข้อจำกัดใดๆ และที่สำคัญคือต้องตั้งใจทำงาน มีความรู้ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริต และรัฐมนตรีทุกคนต้องเป็นมืออาชีพหมด

ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องเป็นทหารมืออาชีพหรือไม่นั้น นายอนุทินตอบติดตลกว่า มีทั้งทหาร พลเรือน อส. นายกองใหญ่

เมื่อถามย้ำอีกว่า คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่เป็นทหารได้หรือไม่ นายอนุทินร้องหู้ย ก่อนพูดกับนักข่าวว่า พอจะให้สัมภาษณ์นานๆ ก็ถามตัดบทอยู่เรื่อย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตายแล้วเกิดใหม่! ณัฏฐ์ชนน โพสต์แจงที่มาของเงินรักษาโรคหัวใจ ได้รับเมตตาในฐานะผู้ใหญ่ จาก เนวิน ชิดชอบ ให้กู้เงินค่ารักษา มีสัญญา และโรงพยาบาลรับรู้ ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน พร้อมใช้เป็นหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์ ป.ป.ช. หลังถูกร้องเรียนให้ผู้ช่วย ส.ส. ไปจ่ายค่ารักษา

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว เรื่อง กับมรสุมชีวิตที่ต้องพิสูจน์ความจริงโดยมีเนื้อหาชี้แจงที่มาของค่าผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ ระบุว่าได้กู้ยืมเงินจาก นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรและประธานบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัดมีสัญญาเงินกู้ยืมเงินชัดเจน มีรายละเอียดว่า

เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน

“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ

พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

เคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในหลวง พระราชินี ทรงสรงน้ำพระศพ พระราชทานพระโกศทองใหญ่พระเกียรติยศสูงสุด "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"

ถวายนํ้าสรงพระศพ

คณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ คณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนจากทุกสารทิศ ถวายน้ำสรงพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ ศาลาสหทัยสมาคม

15มิ.ย.เริ่ม‘60/40’เดลิเวอรี

15 มิ.ย.นี้ เริ่มวันแรก! ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์มหลักแล้ว ร้านเข้าร่วมกว่า 88,000 ร้าน รัฐบาลเผยมีผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69

บัญชีม้าลดฮวบ เตือนแก๊งสีเทา! หลอกจดบริษัท

บัญชีม้าลดฮวบ! รัฐบาลเผยสกัดเห็นผลชัด! เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแก๊งซื้อขาย “หัวนิติบุคคล” เสี่ยงตกเป็นมิจฉาชีพ มีโทษทั้งอาญาและแพ่ง