ขนทีมฉายหนังวนเกมฮั้วสว.บี้กกต.เร่งสาง

"ปชน." เปิดโปงหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 4  "พนิดา" ปูดโพยแพตเทิร์นเดียวกันล็อก 6-7 คนต่อกลุ่ม "อดีตผู้สมัครเมืองคอน" ซัดขบวนการจ้างโยงอดีตเลขาฯ "พิพัฒน์" นักวิชาการเผยบันทึกประชุม สนช.ปี 60 เตือนช่องโหว่ใช้ 5 พันล้านยึดประเทศได้ "ยิ่งชีพ" ชี้พิรุธประวัติอาชีพ-สายสัมพันธ์ สว.อำนาจเจริญ แถมตั้งคนใกล้ชิดฝากเลี้ยง "ไอติม" แฉทีมงาน "สุขสมรวย" โอนเงิน 8.6 แสน ให้เจ้าหน้าที่ กกต.ช่วงเลือก สว. 67 ไล่บี้ "กกต." แจง พร้อมเร่งส่งศาลฟัน

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน  และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จัดกิจกรรม "เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4"  โดยมี น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์), น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร และนายปุวิชญ์ วัฒนสุข นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น นอกจากนี้ยังมีพยานบุคคลมาร่วมให้ข้อมูล ได้แก่  พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ หรือทนายกฤต  อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 2 จ.เพชรบุรี, นายปัญญา ท่าพิสัย อดีตผู้สมัคร สว. จ.หนองบัวลำภู และนายมนตรี เฉียบแหลม อดีตผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราช

โดย น.ส.พนิดาเปิดเผยว่า บัตรลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ ในช่วงเช้า พบว่ามีตัวเลขจำนวนหนึ่งปรากฏอยู่ ได้แก่ 84 111 95 7 126 49 148 107 137 14 ซึ่งหากเหมือนกันเพียงแค่ 1-2 ใบ อาจจะตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่อย่างไร แต่ตัวเลขเหล่านี้เรียงลำดับตรงกันเป๊ะทั้งหมด 18 ใบ โดยเป็นกลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ซึ่ง 7 อันดับแรกได้เป็น สว.ตัวจริง หนึ่งในนั้นคือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ที่ช่วงเช้าได้คะแนน 34 คะแนน ช่วงบ่ายได้ 67 คะแนน ขณะที่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ช่วงเช้าได้ 40 คะแนน ตอนบ่ายได้ 74 คะแนน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้สมัคร 3 ตัวเลขหลัง ที่ตอนเช้าได้คะแนนเยอะ แต่ตอนบ่ายคะแนนกลับลดลงเหลือเพียงไม่กี่คะแนน

ทั้งนี้ เมื่อไปดูผู้สมัครจากหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง ที่พบว่ามีการใช้โพยหลักชุดเดียวกัน ลำดับตรงกันเป๊ะจำนวน 16 ใบ คือ 79 77 46 33 16 93 152 26 60 74 โดยที่ 7 คนแรกได้เป็น สว.ตัวจริง ซึ่งทราบว่ารายชื่อนี้เป็นรายชื่อ 1 ใน 8 ที่กรมสืบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปให้อัยการสูงสุด (อสส.) ขณะที่สามลำดับสุดท้ายเป็นแพตเทิร์นเหมือนกับกลุ่มที่ 1 ที่ตอนเช้าจะได้คะแนนสูง แต่ตอนบ่ายคะแนนจะลดฮวบ และยังเป็นแพตเทิร์นเดียวกับอีกหลายๆ กลุ่ม อย่างไรก็ตาม เมื่อเรานำคะแนนทั้งหมดมาเรียงกัน 10 อันดับแรกที่ได้เป็น สว.ตัวจริงจาก 20 กลุ่มในรอบบ่าย พบว่าสูงอยู่ที่ 6-7  คน และตกหน้าผาทันที โดย 3 คนไปไม่รอด

ด้านนายมนตรีกล่าวว่า มี สว.นครศรีธรรมราช 5 คน แบ่งเป็น สว.สีน้ำเงิน 3 คน สว.อิสระ 2 คน ในการเตรียมฮั้วพบรายละเอียดการจ่ายเงินแบบโอนและจ่ายเงินสด ส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช มีเส้นเงินสดที่เชื่อว่าทำผ่าน น.ส.วาริน ชิณวงศ์ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งช่วงที่มีการเลือก สว. ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  เมื่อครั้งเป็น รมว.แรงงาน การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว.ตั้งแต่ระดับอำเภอ หาคนมาสมัคร ระดับจังหวัด และปรากฏตัวในห้องที่มีการรับเงิน

 “ผมขอให้ สว.ทั้ง 3 คนออกมาชี้แจง โดยเฉพาะ สว.ณัฐกิตติ์ ว่าท่านได้นั่งรถไปกับผมเพื่อเดินทางไปที่โรงแรมธาราแกรนด์หรือไม่ วันนั้นผมยืมรถของญาติขับพาไปยังโรงแรมเพื่อพบนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือโกเกียรติ บิดาของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เพื่อร่วมกาโพย กาตัวเลขหรือไม่ ขอฝากถึง สว.สีน้ำเงินทุกคน อย่าทำตัวเป็นขี้หมา รู้ว่าตัวเองไร้ค่า แต่ไม่มีใครกล้าเหยียบ แต่ผมเป็นเด็กวัดพร้อมถอดรองเท้าเหยียบขี้หมา” นายมนตรีระบุ

5 พันล้านยึดประเทศได้

ส่วนนายปุวิชญ์กล่าวว่า กระบวนการเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นถูกคาดหมายได้ เพราะรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติครั้งที่   68/2560 วันที่ 30 พ.ย.2560 หน้า 57-87 ซึ่งอภิปรายถึงที่มาระบบเลือกกันเองของ สว. โดยเมื่อ 9 ปีที่แล้ว มีอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างน้อย 2 คน ตั้งคำถามถึงการรับเลือกจากระดับอำเภอมายังระดับจังหวัด ที่พบว่า 77 จังหวัด จะได้คนทั้งสิ้น 3,080 คน ซึ่ง สนช.บอกว่าไม่ยากหากผ่านเข้าสู่รอบจังหวัดคือ ติดต่อคน 3,080 คนให้ลงสมัคร เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวแบ่งเป็น 5 สาย จะได้จำนวนคนทั้งสิ้น 754 คน หากติดต่อคน 754 คน ก็ได้เป็น สว.แล้ว หากอยากได้ สว. 200 คน ส่งตัวแทนคุมจังหวัด 39 จังหวัด ถือว่าชนะแล้ว โดยกรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นบางอย่างว่าระบบตั้งต้นเอื้อให้ล็อกและฮั้วได้ตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ ในเอกสารยังระบุคำพูดของ สนช.ว่า กระบวนการแบบนี้ 5,000 ล้านบาทยึดประเทศได้ และส่วนกระบวนการฮั้วที่มีคำพูดว่า พลีชีพ แต่สมัย 9 ปีที่แล้ว สนช.ใช้คำว่า กามิกาเซ่ ระบบนี้ออกแบบให้เกิดการโกง การฮั้วได้ง่าย

นายยิ่งชีพกล่าวว่า นายสมพาน พละศักดิ์ สว.จากอำนาจเจริญ เขียนใบสมัครว่ามีประวัติค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ 12 ปี ขณะที่นางแดง กองมา สว.เขียนใบสมัครว่าเป็นคนขายหมู ซึ่งเมื่อไปหาข้อมูลร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระตามประวัติที่นายสมพานเขียนนั้นกลับพบว่าในอดีตเคยเป็นฟิตเนส แต่ต่อมานายสมพานกลับออกมาบอกว่าขายก๋วยเตี๋ยวปลา จึงไปค้นข้อมูล และพบว่าเจ้าของร้านคือนายศิริพล เรืองบุญ สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) สมัครในกลุ่มภูมิใจไทเมืองอำนาจ แต่กลับพบว่าเคยมีการถ่ายภาพกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเปิดในปี 2558 นับถึงวันที่สมัคร สว.ปี 2567 ก็ไม่ถึง 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 10 จากจังหวัดอำนาจเจริญ นอกจากนายสมพานและนางแดง จะมีผู้สมัครอีกคนที่น่าสนใจคือนายอนันต์ นิรภา ที่ลงสมัคร สท.ในนามภูมิใจไก่คำ ที่มีนายก อบต.คือนายประจวบ ทองดี ที่พบว่ามีภาพถ่ายกับน้ำดื่มของนางสุขสมรวย วันทนียกุล  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

ทั้งนี้ สงสัยว่า สว.หลายคนจะตั้งคนที่เลือกตัวเองให้มาเป็นผู้ช่วย สว. หรืออาจจะมีการตั้งให้ไปฝากเลี้ยงให้กัน โดยหลังจากเวทีนี้ไอลอว์จะเปิดภาพเอกสาร สว.3 ทั้งหมดกว่า 4 หมื่นหน้า พร้อมกับรายชื่อผู้ช่วยทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทีมงานไอลอว์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลการตั้งคณะทำงานของ 3 สว.อำนาจเจริญ คือนายสมพาน พละศักดิ์, นางแดง กองมา และนายสมทบ ถิระพันธุ์ ที่ได้จากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสืบค้นการทำงานผ่านเฟซบุ๊กของบุคคลต่างๆ พบว่ามีการฝากเลี้ยง อาทิ ตั้งนายสหรัถ กองมา บุตรชายนางแดง นายณัฐพงศ์ พละศักดิ์ บุตรชายนายสมพาน เป็นผู้ช่วยของนายสมทบ นายสมพานยังตั้งนายไสว จำปานนท์ เป็นผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นบุคคลที่นามสกุลเดียวกันนายสุวิช จำปานนท์ สว.อำนาจเจริญ ตั้งนางบุญร่วม โทบุดดี แม่ยายของหลานนางสุขสมรวย เป็นคณะทำงาน เป็นต้น

ขณะที่นายพริษฐ์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในขบวนการโกง สว. 4 พื้นที่ ได้แก่ 1.จังหวัดนครพนม พบว่ามีการโอนเงินช่วงวันที่ 21 มิ.ย.2567 จากนายสิทธิกร ธงยศ สว.กลุ่ม 19 จำนวน 31,000 บาท ไปให้กับบริษัทนครพนม เทรเวลเซ็นเตอร์ เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้นายสิทธิกรและผู้สมัคร สว.อีก 7 คน ทั้งนี้ มี 2 คนที่ไม่ได้เดินทางตามที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้

2.จังหวัดลำพูน พบว่ามีการโอนเงิน จากนายอาทร โยธา เจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น ไปยังผู้สมัคร สว. 7 คน รวม 21,000 บาท ซึ่งมีบางคนบอกว่าเป็นค่าหมูกระทะ เป็นต้น แต่จากการตรวจสอบพบว่า นายอาทรแม้ไม่ได้ลงสมัคร สว.  แต่กลับมีการไปรวมตัวที่บริษัท ซึ่งนายวิเชียร ชัยสถาพร สว.ลำพูน และนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว.เชียงใหม่ ที่ทั้ง 2 ครอบครัวเป็นเจ้าของสาขาสมุทรสาคร ไม่ฟันธงว่านายอาทรทำงานให้ 2 สว.หรือไม่ สิ่งที่ฟันธงได้คือ เบอร์ผู้สมัครของนายวิเชียรและนายวิวรรธน์มีหมายเลขประจำตัวอยู่ทุกโพยในกลุ่ม 16

3.จังหวัดสงขลา พบว่า นายโสภณ มะโนมะยา สว.กลุ่ม 10 โอนเงินให้ 2 ผู้สมัคร สว. คือนายปรีชา วิเศษสินธุ์ และนายอำนาจ กิติโชติ รวม 1.5 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นการกู้ยืมเงิน ดังนั้นจะตรวจสอบในบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ และนายยะโก๊ป หีมละ สว. ที่โอนเงิน 60,000 บาทให้ผู้สมัคร สว. โดยอ้างว่าบริจาคให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ สำหรับยอดเงินที่สูงเช่นนี้ก็เป็นไปได้ว่าจะให้หัวคะแนนให้กระจายในสาย          

เด็กรมต.โอนเงินให้กกต.

4.จังหวัดอำนาจเจริญ พบการโอนเงินจาก น.ส.ญาณี สีฟ้า สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อำนาจเจริญ กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ โดยก่อนที่จะเป็น ส.อบจ. เป็นทีมงานของนางสุขสมรวย ไปยังนายสุรชัย ขันติยานนท์  พนักงานสืบสวนและไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัย กกต. จำนวน 860,000 บาท จำนวน 13 ครั้ง ช่วงเม.ย.ถึง ก.ค.2567 จึงขอสอบถามไปยัง  กกต.ว่าได้สอบสวนนายสุรชัยและ น.ส.ญาณีหรือไม่ หากทำแล้วมีรายละเอียดอย่างไร การโอนเงินเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.หรือไม่

นายพริษฐ์กล่าวว่า หาก กกต.ตอบว่าไม่เกี่ยวกับการเลือก สว.นั้น แต่ทำไมหลังจากนั้นช่วงครึ่งปีหลังปี 2567 ไม่พบการโอนเงินจาก น.ส.ญาณีไปที่นายสุรชัยอีก จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.หรือไม่ หากเป็นการโอนเพื่อภารกิจอื่น จะต้องปรากฏการโอนในช่วงเดือนอื่นๆ ด้วย

 “จากหลักฐานเส้นเงินที่เปิดออกมาในปัจจุบันและก่อนหน้านี้ กระจายใน 6 จังหวัด คือ ลำพูน หนองบัวลำภู สุราษฎร์ธานี นครพนม อำนาจเจริญ และสงขลา แม้ว่าจะเข้าถึงไม่ง่าย แต่พบว่ามีการทำเป็นขบวนการที่เชื่อมโยงไปในจังหวัดต่างๆ ผมมองว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตที่ กกต.ต้องส่งศาลให้พิจารณา” นายพริษฐ์กล่าว

ต่อมา นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กกต.ระบุจะพิจารณาคดีฮั้ว สว.ภายในเดือน ส.ค.นี้ มองว่ากระแสกดดันจากภายนอกมีผลหรือไม่ว่า  ถือว่าเป็นไปตามตามกรอบกฎหมายให้เสร็จภายใน 90 วัน  ที่จะครบในช่วงต้นเดือน ก.ย. สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จบเมื่อไหร่ แต่ที่กังวลในตอนนี้คือจะจบอย่างไร

เมื่อถามว่า หาก กกต.ไม่ตอบฝ่ายค้านว่าจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับนายสุรชัยที่รับเงิน มีช่องทางเอาผิดได้หรือไม่ ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางไหน นายพริษฐ์ถามกลับสื่อมวลชนว่า ให้เวลากี่วันดี ตนให้โอกาส กกต. 1-2 วัน ว่าจะชี้แจงหรือไม่ หากสอบสวนไปแล้วขอให้ชี้แจงว่าเรื่องถึงขั้นไหน หากยังไม่ได้สอบสวน ตนพร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นต่อ กกต.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อสรุปสำนวนของ กกต. อาจไม่ได้นำเรื่องเส้นเงินมาเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้น้ำหนักของสำนวนเบาหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่นำพยานหลักฐานทุกส่วน ทั้งโพยและเส้นเงินไปพิจารณา หากความปรากฏว่าไม่ได้นำไปพิจารณา ต้องถามกลับว่า กกต.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ส่วนข้อกังวลว่า การเลือก สว.สมัยหน้า ถ้าไม่ปรับกลไกการเลือก สว. จะเกิดการฮั้วหนักขึ้นนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ควรเลือก สว.แบบนี้อีกในประเทศไทยหรือประเทศไหนในโลก ซึ่งความเป็นไปได้ไม่ให้เกิดขึ้นคือการเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน

'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน