
รบ.เปิดตัวเลขจับสแกมเมอร์ 38 วัน มูลค่า 3.5 หมื่นล้าน “ดีเอสไอ” ขอดูมูลฐานคดีเก่า “นักการเมือง ช.” โยงเว็บพนันก่อน พบปี 67 อสส.ให้ตำรวจสอบเพิ่ม 8 ประเด็นแต่นิ่ง ปูด ตร.ส่อช่วยให้ไม่สั่งฟ้อง “อนุทิน” แซะ “โรม” ไม่ยอมมาร่วมปราบสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการปราบปรามสแกมเมอร์ของรัฐบาลว่า ตลอดระยะเวลา 38 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาล มีรายงานการจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์เคสใหญ่ๆ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งมีมูลค่าเงินหมุนเวียนต่อปี 1.5 หมื่นล้านบาท และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย. สามารถจับเครือข่ายสแกมเมอร์ได้อีก มีมูลค่าเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท เรียกได้ว่าที่ผ่านมาของรัฐบาล สามารถจับกุมได้ถึง 3.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ จากรายงานข่าวที่ผ่านมา ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงเดือน ก.ค. มีสถิติปราบสแกมเมอร์ประมาณพันกว่าล้านเท่านั้น
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีมีบุคคลนำเอกสารพยานหลักฐานและแผนผังความเชื่อมโยงของเครือข่ายเว็บการพนันออนไลน์และเครือข่ายค้ายาเสพติดกับนักการเมืองอักษรย่อ ช. โดยพบเงินหมุนเวียนในทั้งสองเครือข่ายกว่า 2,500 ล้านบาท เข้าร้องต่อดีเอสไอว่า ได้รับทราบว่ากองบริหารคดีพิเศษ ได้มีการประมวลเรื่องราวร้องทุกข์ และได้ตั้งเลขสืบสวน 139/2568 ส่งต่อยังกองคดีการฟอกเงินทางอาญา เพื่อดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้มีความชัดเจนว่ามีการกระทำใด หรือมีทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดใดๆ เข้าข่ายสมควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดฟอกเงินหรือไม่ ก่อนประมวลเรื่องเสนออธิบดีดีเอสไอพิจารณารับเป็นคดีพิเศษตามขั้นตอน
พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า หากบุคคลเคยถูกดำเนินคดีไปแล้วจะไม่สามารถดำเนินคดีซ้ำได้ แต่หากเป็นความผิดอื่นที่ยังไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน และมีทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป ดีเอสไอสามารถรับไปดำเนินการเป็นคดีพิเศษในส่วนของการฟอกเงินทางอาญาได้ ส่วนกรณีเป็นบุคคลที่อัยการสั่งไม่ฟ้องก่อนหน้านี้ ต้องไปตรวจสอบดูว่าเป็นเรื่องคดีอาญาเดียวกันกับที่สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้วหรือยัง หากเสร็จสิ้นไปแล้ว ดีเอสไอต้องขยายดูต่อว่าแล้วมันมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญที่ทำให้รับสอบสวนได้หรือไม่ และมันต้องปรากฏข้อมูลด้วยว่าทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมันเกิน 300 ล้านบาทจริงๆ
มีรายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีตรวจสอบคดีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน เเละ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พบว่าคดีมีการเคลื่อนไหวล่าสุด คือเมื่อวันที่ 19 ก.ย.67 โดยนางอุมา ทองรอด อธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ขณะปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือเเจ้งกลับไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เรื่องชี้ขาดความเห็นแย้ง ซึ่งอัยการสูงสุดเห็นว่า การสอบสวนยังไม่สิ้นกระแสความ จึงให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม จำนวน 8 ประเด็น
แหล่งข่าวจากชุดทำคดีได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ประเด็นที่อัยการสูงสุดสั่งให้สอบเพิ่มเติมสื่อให้เห็นพนักงานสอบสวนอาจไม่ได้มีการเอกสารที่ควรมี เช่น คำซัดทอดของผู้ต้องหาอื่นๆ ที่ฝ่ายสืบสวนทำไว้ แต่ไม่ส่งเข้าไปในสำนวน อัยการสูงสุดจึงให้สอบเพิ่มในประเด็นนี้ด้วย ซึ่งหากอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง เรื่องจะจบโดยเร็ว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทางสำนักงานอัยการสูงสุดเคยมีหนังสือเร่งรัดทวงถามให้พนักงานสอบสวนเร่งส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมายังสำนักงานอัยการสูงสุดตามระเบียบโดยด่วน ภายในเดือน เม.ย.68 และ ส.ค.68 แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติมกลับมา
วันเดียวกัน ยังมีรายงานเกี่ยวกับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจเรตำรวจแห่งชาติ ที่มีการรายงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 13 ก.ย.67 กรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ร้องเรียน พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ชุดสอบสวน หัวหน้าคณะสอบสวน รอง ผบช.ภ.9 กับพวกที่รับผิดชอบทำคดีเว็บพนันออนไลน์ imiwin กับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีผู้ต้องหา 2 คนคือ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กับพวก ในคดีร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ เเละ พ.ร.บ.คอมฯ โดยคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้บันทึกถ้อยคำพยานบุคคล และรวบรวมพยานเอกสารและพยานบุคคล จำนวน 10 ปาก
มีรายงานว่า ทางคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวได้พิจารณาแล้วเห็นว่า คณะพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนการสอบสวนทางคดีมีความเห็นสั่งฟ้องนายชนนพัฒฐ์กับพวก ในความผิดตามที่ถูกกล่าวหานั้นถูกต้องสมควรแล้ว แต่คณะพนักงานสอบสวนไม่มีการดำเนินการให้สิ้นกระแสความแต่อย่างใด จึงเป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนบกพร่อง ขาดความรอบคอบในการสอบสวนหลักฐานในคดี สอบสวนไม่สิ้นกระแสความ เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419/2556 แต่กลับพบว่ามีการพิจารณาลงโทษภาคทัณฑ์เท่านั้น
ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาเคลื่อนไหวนั่งริมฟุตปาธหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับนำแผนผังที่ระบุเว็บพนันออนไลน์กว่า 10 เว็บไซต์มาแฉ
นายอัจฉริยะกล่าวว่า ผบ.ตร.ไม่ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับสแกมเมอร์ ที่ตนเองเคยนำมามอบให้ตั้งแต่ปี 67 โดยนำเรื่องดังกล่าวไปแอบซุกไว้ไม่มีความคืบหน้า หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในวันจันทร์ที่ 10 พ.ย. ตนจะมานั่งประท้วงบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้งแน่นอน ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธว่าลูกน้องตำรวจไซเบอร์สองนายไม่ได้กลับคำให้การในคดีนายชนนพัฒฐ์นั้น เป็นการโยนความผิดให้พนักงานสอบสวนที่ตายไปแล้วในเรื่องการทำคำให้การที่ไม่ถูกต้อง ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่าการออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นไทม์ไลน์การออกมาเปิดเผยข้อมูลเดียวกันกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.นั้น เป็นการเดินคู่ ร่วมมือกันทำงาน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้พูดในที่ประชุมว่า เรื่องของนายอัจฉริยะไม่ได้ทำให้ปั่นป่วนหรือปวดหัว แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องดูว่าข้อมูลที่พูดมามีมูลข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าจริงต้องเร่งดำเนินการ หากตรวจสอบรายละเอียดแล้วพบมีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการเอาผิดทันที
เมื่อถามถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายมองว่า ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 41 ไปอยู่พื้นที่ทำเลทอง และมีความพยายามจะให้ผลประโยชน์กับนายอัจฉริยะเดือนละ 2 แสนบาทนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐชี้แจงว่า ไม่เคยแต่งตั้งใครเพื่อมองว่าจุดใดเป็นทำเลทอง แต่แต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย
เมื่อถามว่า รู้สึกปวดใจหรือไม่ที่นายอัจฉริยะ และ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์จับมือกันเรียกร้องและเปิดโปงขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ของตำรวจในขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ในช่วงเวลานี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐตอบว่า ไม่ปวดใจ ไม่ปวดเลย แต่อย่าว่าองค์กรเรา อย่าว่าวิชาชีพเรา จะตำหนิติเตียนอะไรก็บอกมา พร้อมน้อมรับ ข้อมูลมีอะไรสามารถส่งมา และที่บอกว่าส่งมาตั้งนานแล้วไม่ทำ บอกตรงนี้เลย ส่งมาไม่ใช่ยุคของตน ยุคของตนนั้นได้สั่งการไปแล้ว และอำนาจระดับนี้เป็นใคร มีการสั่งกันมาตลอด ข้อมูลถ้าเต็ม 100% มีการดำเนินการมาตลอด
วันเดียวกัน นายกฯ ออกแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมา ผมเชิญ สส.รังสิมันต์ โรม มาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ แต่ยังไม่ได้พบกัน เพราะเวลาไม่ตรงกัน วันที่ 14 หน่วยงานมาแถลงข่าวร่วมกัน ก็เชิญท่านมาพูดคุยกันก่อนด้วย แต่ท่านมีภารกิจ จึงไม่ได้มา แต่คิดว่าน่าจะมีเวลาตรงกัน และมาทำงานร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พปชร.บี้ 'ไชยชนก' เปิด 10 ชื่อเอี่ยวสแกมเมอร์พร้อมจี้แจง 10 ประเด็น MOU สิงคโปร์
'พปชร.' เรียกร้องให้ไชยชนก เปิดเผยรายชื่อ 10 สส. ที่เอี่ยวสแกมเมอร์ วอนสังคมช่วยตีแผ่ขจัดคนเลวให้สิ้น
'อดีตรมว.คลัง' ชำแหละ พรรคการเมืองไทย-หัวใจเขมร ดูยังไง
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง พรรคการเมืองไทย-หัวใจเขมร ดูยังไง? (1/3) มีเนื้อหาดังนี้
ยกระดับความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ หนุนงบกว่า 100 ล้านเหรียญ เสริมสร้างเสถียรภาพชายแดน ปราบสแกมเมอร์
สหรัฐฯมอบงบการทหารกว่า 100 ล้านเหรียญ หนุน ทบ.เสริมสร้าง เสถียรภาพชายแดน ปราบสแกมเมอร์ เสริมแกร่งรถเกราะสไตรเกอร์ด้าน ผบ.ทบ. แจงกัมพูชาเริ่มก่อน
'จตุพร' ฟันธงเลือกตั้งวนลูปสับปลับ 'สงคราม-เงินเทา' ตัดสินชะตาบ้านเมือง
'จตุพร' ชี้เลือกตั้งแข่งกันสับปลับแล้วอ้างจำเป็นกอดคอตั้ง รบ. คาดพรรคใหญ่ปล่อยของซัดกันนัว ระบุ 3 ปัจจัยทั้งสงคราม เงินเทาสแกมเมอร์ และขุดดิจิทัลฟุตพริ้นท์ซ้ำเติมพูดแล้วลืมทำ ฟาดกันน่วม ชี้ ปชน.-พท.-ภท. กวาดเสียง แย่งชิงพรรคกลาง-เล็กตั้ง รบ.กลับกลอก
'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ตอกหน้าเขมร ไม่มาประชุมจีบีซี ไม่ต้องมา อยากรบก็รบ ไม่อยากหยุดยิง ก็ยิงต่อไป
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มาไม่ต้องมา
รัฐบาล อำนวยความสะดวกปชช.เดินทางวันหยุดยาวปีใหม่ เปิดใช้ทางหลวงพิเศษฟรี!หลายเส้นทาง
รัฐบาล อำนวยความสะดวกปชช.เดินทางกลับภูมิลำเนา-ท่องเที่ยว วันหยุดยาวปีใหม่ เปิดใช้ทางหลวงพิเศษฟรี!หลายเส้นทาง

