"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ "พระพันปีหลวง" ประชาชนกราบถวายบังคมหน้าพระบรมโกศวันที่สองแน่น ชาวชายแดนใต้ซาบซึ้งพระราชกรณียกิจ ช่วยคนด้อยโอกาส-คนพิการ-หญิงม่ายจากเหตุไม่สงบได้มีชีวิตใหม่ ยอดกราบถวายบังคมวันแรก 8,370 คน
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.15 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สำหรับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมรับพระราชทานฉันเช้า เป็นพระสงฆ์จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดสุทัศนเทพวราราม
ต่อมาเวลา 11.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเป็นพระพิธีธรรมจากวัดอนงคาราม และวัดราชสิทธาราม จำนวน 8 รูป จากนั้นเวลา 17.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาเวลา 19.00 น. หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
วันเดียวกัน ตามที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยจะเปิดทุกวันระหว่างเวลา 08.00-21.00 น. เริ่มวันที่ 9 พ.ย. 2568 เป็นต้นไปนั้น บรรยากาศในวันที่ 2 ของการเปิดให้กราบถวายบังคมพระบรมศพ ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์ เดินทางมาเฝ้ารอและเข้าจุดคัดกรองจำนวนมากตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดให้ประชาชนเข้าจุดพักคอยตั้งแต่เวลา 07.30 น.
จากนั้นประชาชนทยอยเดินผ่านจุดคัดกรองต่างๆ เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วกราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมโกศด้วยความอาลัยและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยเสมอมา โดยมีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง
วันเดียวกัน นายมัตเตโอ เปเรโก ดี เครมนาโก (Matteo Perego di Cremnago) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม สาธารณรัฐอิตาลี พร้อมด้วย นายเปาโล ดีโอนีซี (Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย และ Mr. Maria Paola Ceracchi เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เข้าลงนามในสมุดถวายความอาลัย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
น.ส.รมยาณี ลอยเมฆ อายุ 42 ปี ข้าราชการ กล่าวว่า เดินทางมาจากนราธิวาสพร้อมกับครอบครัว ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะมาถวายความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ได้มาถวายความอาลัย แสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน เมื่อรู้ข่าวการเสด็จสวรรคตตนรู้สึกเสียใจมาก เมื่อครั้งยังทรงแข็งแรง พระองค์ท่านเสด็จฯ ไป จ.นราธิวาสทุกปี แม่ของตนทำหญ้าลิเภา (ย่านลิเภา) ตามโครงการพระราชดำริของพระองค์ท่าน มีครูมาสอน เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านมากๆ ทำให้พวกเรามีอาชีพเสริม ใช้เวลาว่างทำกระเป๋าย่านลิเภา สร้างรายได้เพิ่ม เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เราจะสืบสานพระราชปณิธานด้านจักสานย่านลิเภาต่อไป
ด้าน น.ส.จามรี นนทธรรม อายุ 67 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากอนุสาวรีย์ นัดเพื่อนๆ มาถวายสักการะสมเด็จพระพันปีหลวงพร้อมกัน โชคดีมากที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกตื้นตันมากที่ได้มา เรารักพระองค์ท่าน พระองค์ท่านทรงงดงาม มีความเป็นศิลปิน ประทับใจพระองค์ท่านที่มีพระราชปณิธานส่งเสริมผ้าไทย มีพระเมตตาส่งเสริมงานด้านศิลปาชีพ ผ้าที่ชาวบ้านทำเป็นสิ่งธรรมดา แต่พระองค์ท่านทรงนำมาสร้างมูลค่า ทำให้ทั่วโลกรู้จักได้
"เราชอบดูพระฉายาลักษณ์สมัยที่พระองค์เสด็จฯ เยือนต่างประเทศ ฉลองพระองค์สวยมาก ทำให้อยากมาชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถด้วย วันนี้จึงได้ชมความงามของฉลองพระองค์ พระองค์ทรงทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพสกนิกร โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ต่างจังหวัด พระองค์ท่านทรงทำให้ทุกคนมีอาชีพ มีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซาบซึ้งในสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำมาก เราในฐานะประชาชนตัวเล็กๆ ก็จะสนับสนุนผ้าไทยต่อไป" น.ส.จามรีกล่าว
ด้าน ดร.ประภัสสร ขวัญตะโผะ ปลัด อบต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับคณะนักเรียนผู้สูงอายุ โรงเรียนสูงวัยทักษิณานาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ตั้งใจพาผู้สูงอายุมากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ผ่านมาในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคใต้บ่อยครั้ง ทรงสอนให้ประชาชนมีอาชีพ พระราชทานโครงการฟาร์มตัวอย่างใน อ.สายบุรี และอีกหลายพื้นที่ภาคใต้ โครงการฟาร์มตัวอย่างส่งเสริมให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสมีอาชีพ การอนุรักษ์ผ้าพื้นถิ่นของปัตตานี มีลายผ้าพระราชทาน
"ทำให้คนด้อยโอกาสและหญิงม่ายจากเหตุไม่สงบได้รับพระราชทานโอกาสมีอาชีพ สร้างรายได้ดูแลตนเอง ชีวิตประชาชนดีขึ้น พระวิสัยทัศน์กว้างไกลเห็นปัญหารากหญ้า อีกทั้งชาวบ้านและผู้พิการหลายรายใน จ.ปัตตานี พระองค์ก็ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระอุปถัมภ์ กลับมาใช้ชีวิตปกติ" ดร.ประภัสสรกล่าว
ทั้งนี้ วันแรกที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น พบว่ามีจำนวนประชาชนทั้งสิ้น 8,370 คน (ข้อมูลวันที่ 9 พ.ย. 2568 ณ เวลา 21.00 น.).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมสมเด็จพระเทพฯ ศุกร์3เมษายนเสด็จฯ ยกเสา‘พระเมรุมาศ’
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ยกเสาพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
‘กำนันป้อ’เซ็ง DSIออกหมาย ‘ปปช.’ลงดาบ เล่นไพ่-รุกที่ดิน
ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด "ชัยทิพย์" อดีต สส.ราชบุรี ผิดจริยธรรมร้ายแรงปมเล่นไพ่ในสภา
‘กกต.’ท่องทำตาม‘กม.’ แจงยิบปม4คดีร้อนแรง
“แสวง” ตั้งโต๊ะแจงทุกปม ทั้งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญรับคดีบาร์โค้ด-กกต.ฟ้องเอาคืน-ฮั้ว สว.-ยุบพรรคประชาชน
ยํ้าคนไทยอพยพด่วน ‘เนทันยาฮู’ฟุ้งจบเร็ว!
ศบก.ตอกย้ำให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุด พร้อมสั่งทูตในอิสราเอลกำชับแรงงานให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย
อุกอาจ!ยิงถล่มรถกมลศักดิ์
อุกอาจ! คนร้ายยิงถล่มรถ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส หน้าบ้านพัก
สั่งพิพัฒน์บี้ตุนนํ้ามัน
“อนุทิน” เซ็นตั้ง “พิพัฒน์” คุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน เจ้าตัวขึงขังกวาดล้างพวกกักตุน

