แค่เสียใจไม่ขอโทษ เขมรอ้างอุบัติเหตุบึ้มทหารไทยเจ็บ/บี้รับผิดชอบพร้อมโต้กลับ

นายกฯ เรียกถกฝ่ายความมั่นคงหลังกระสุนปืน ค.กัมพูชาตกในฝั่งไทยพื้นที่ช่องบก  ทหารบาดเจ็บ 1 นาย ลั่นกัมพูชาต้องรับผิดชอบแม้เป็นอุบัติเหตุ พร้อมตอบโต้ตามหลักสากล หากกระทบอธิปไตย แจงยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพ สั่ง ปภ.-คลัง กำหนดเกณฑ์เยียวยาใหม่ “สีหศักดิ์” ทำหนังสือประท้วง ลั่นต้องขอโทษ-แจ้งสาเหตุให้ได้  พร้อมประณามขาดความรับผิดชอบ ไม่ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม เขมรส่งหนังสือแจงแสดงความเสียใจ ยันเป็นอุบัติเหตุ เผาขยะในฐานทหารเขตอธิปไตยตัวเอง ทำ DKZ ระเบิด แต่ไร้คำขอโทษ ย้ำยึดข้อตกลงหยุดยิง จริงใจเดินหน้าสันติภาพชายแดน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มกราคม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์  รมว.กลาโหม, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว  รมว.การต่างประเทศ, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม รวมถึงนายฉัตรชัย บางชวด  เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ารายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีเกิดเหตุกัมพูชายิงปืน ค. เข้ามาจนทำให้นายทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ม.ค. ที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 07.30 น. กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงกระสุนปืน ค. เข้ามายังฐานทหารไทย บริเวณเนิน 469 - ฐานภูมิมะละกอ ในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ทราบชื่อคือ จ่าสิบเอกปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อย ร.6021 ถูกสะเก็ดระเบิดจากกระสุนปืน ค. บาดเจ็บบริเวณแขนขวา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ทันที โดยอาการอยู่ในระดับเคสเขียว ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ต่อมาเวลา 10.15 น. นายอนุทินแถลงภายหลังรับฟังรายงานสถานการณ์ว่า รัฐบาลได้รับรายงานมาโดยตลอด ขณะนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในบันทึกข้อตกลง ฝ่ายความมั่นคงได้ทำการประท้วงไปยังฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้เขาชี้แจงกลับมาเพื่อพิจารณาว่าจะตอบโต้อย่างไร ส่วนด้านการต่างประเทศ รมว.การต่างประเทศได้ออกหนังสือไปยัง รมว.การต่างประเทศกัมพูชา เพื่อชี้แจงให้ทราบว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงขึ้น ฉะนั้นประเทศไทยต้องขอให้ฝ่ายกัมพูชาชี้แจงมาในทางการทูต

 “เอาเป็นว่าลูกกระสุนมาตกในเขตแดนของเรา การตอบโต้หรือการจะใช้กฎแห่งการปะทะอะไรต่างๆ ตอนนี้ประเทศไทยเตรียมพร้อม และจะพิจารณาดำเนินการตอบโต้ด้วยการตัดสินใจของประเทศไทย มันจะมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ทุกฝ่ายเห็นว่าฝั่งเราอยู่ในกรอบปฏิบัติตามข้อตกลงทุกอย่าง แต่ถ้าถึงจุดที่ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เราก็พร้อมที่จะตอบโต้” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า การตอบโต้จะพิจารณาจากอะไร นายกฯ กล่าวว่า เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น ขณะนี้ฝ่ายกองทัพกำลังพิจารณาวิธีตอบโต้ที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับแจ้งจากฝ่ายกองทัพว่ามีการพูดคุยกันในระดับแม่ทัพกับแม่ทัพที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน ซึ่งเขาแจ้งมาว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ต่อให้เป็นอุบัติเหตุเราก็ต้องถามว่าแล้วจะรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุนี้เช่นไร ให้เวลาเขานิดหนึ่ง ขอให้มั่นใจว่าขณะนี้การเตรียมพร้อมทุกอย่าง ทั้งทางด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคง มีความพร้อมที่จะตอบโต้

เมื่อถามว่า ประชาชนต้องเตรียมความพร้อมในการอพยพออกจากพื้นที่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ฝ่ายปกครองอย่างกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ ทั้งหลายได้รับคำสั่งให้คอยดูแลประชาชน แต่ยังไม่ถึงขั้นอพยพ ตนขอยืนยันยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพชาวบ้าน

จากนั้นนายอนุทินเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อมาเวลา 11.48 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในที่ประชุม ครม.ได้มีการหารืออะไรหรือไม่ว่า ไม่มีอะไรแล้ว ติดตามสถานการณ์อยู่ และวันนี้ ครม.มีวาระน้อย

สั่งทบทวนเงินเยียวยา

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้ถึงขั้นต้องฉีกข้อตกลง Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC ล่าสุดหรือไม่ ว่าขอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน และต้องประชุม สมช.อีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องรอกัมพูชาชี้แจง ส่วนท่าทีของไทยก็เป็นไปตามที่นายกฯ ชี้แจง เมื่อถามว่ากัมพูชาถือว่าผิดข้อตกลงหรือไม่ เพราะจากสถานการณ์กัมพูชาดูไม่ค่อยซื่อสัตย์ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ขอรอดูสักนิด แต่ยํ้าว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่นายกฯ ชี้แจง

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ  โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุม ครม. ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า นายกฯ ได้แจ้งให้ ครม.รับทราบว่าได้รับแจ้งมีวัตถุกระสุนและวัตถุระเบิดจากทางฝั่งกัมพูชามาตกที่ทางฝั่งไทย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ โดยแม่ทัพของทั้งสองฝ่ายกําลังคุยกันอยู่ในขณะนี้ ทางรัฐบาลมีท่าทีที่ชัดเจนว่าหากการกระทําดังกล่าวมีผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย เราจะดําเนินการด้วยความเหมาะสมตามหลักการโต้ตอบอย่างสากล ขณะนี้ทางกัมพูชาได้พยายามแจ้งมาโดยกล่าวอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งรัฐบาลไทยเรียกร้องให้ทางกัมพูชาแสดงความจริงใจ โดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือประท้วง ส่วนผลการดําเนินการต่อไปจะทําอย่างไร จะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะโต้ตอบกัมพูชา และรักษาอธิปไตยของประเทศไทยไว้สูงสุด เหมือนที่เคยดําเนินมา

นายสิริพงศ์กล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยสถานการณ์การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาในรอบที่แล้ว โดยได้รับแจ้งมาจากประชาชนจํานวนมากว่า การเยียวยาบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่เหมาะสม เรื่องนี้นายกฯ ตระหนักดี จึงได้สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการกําหนดหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อเยียวยากรณีที่บ้านเรือนเสียหายในลักษณะนี้ เนื่องจากระเบียบเก่าที่ใช้มา เมื่อถึงเวลาเกิดสถานการณ์จริง รายจ่ายที่จะไปจ่ายเยียวยาให้ประชาชนมันไม่ตอบสนอง และไม่สะท้อนกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง นายกฯ จึงให้แนวทาง ยกตัวอย่างเช่น ค่าเสียหายต่อไปนี้ อาจจะต้องมีการประเมินจากมูลค่าบ้าน อาจจะมีการชดเชยให้การช่วยเหลือประมาณร้อยละ 70 ของราคาประเมินบ้าน เป็นต้น ซึ่ง ปภ.และกระทรวงการคลังรับไปดําเนินการ 

กต.ยื่นประท้วง-จี้ขอโทษ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีกรอบอยู่แล้ว ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในกรอบของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ซึ่งเป็นการลงนามระหว่าง รมว.กลาโหมทั้ง 2 ประเทศ โดยกำหนดขั้นตอนไว้ว่า หากเกิดเหตุการณ์ ซึ่งทางกัมพูชาจะต้องมีการชี้แจงมา โดยเฉพาะเรื่องนี้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา เพื่อให้เขาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องดูว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามกรณีที่กัมพูชาอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กัมพูชาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ต้องดูในคำชี้แจง เพราะหากไม่ตั้งใจแต่ก็มีทหารไทยบาดเจ็บ ฉะนั้นก็ต้องไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก อย่างที่ตนเคยบอกก่อนหน้านี้ ในช่วงหยุดยิงเป็นช่วงเวลาที่เปราะบาง ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวัง

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า การดำเนินการของฝ่ายทหารจะต้องดำเนินการตามกรอบของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) แต่หากยังไม่เพียงพอก็จะต้องเป็นการเจรจาระหว่าง รมว.กลาโหมทั้งสองฝ่าย สำหรับการตอบโต้สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ซึ่งต้องได้สัดส่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเขาชี้แจงได้ว่ามันไม่ใช่ แล้วจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อีก การตอบโต้ก็คือการประท้วง แต่หากเป็นการจงใจก็จะอีกเรื่องหนึ่ง โดยจะต้องพิจารณาตามสัดส่วนสถานการณ์

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ไทยขอประณามเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงการขาดความรับผิดชอบของกัมพูชาในการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ระหว่างทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่ ไม่ได้ตอบโต้การใช้อาวุธดังกล่าวของกัมพูชา รวมทั้งได้ติดต่อไปยังฝ่ายกัมพูชาโดยทันทีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้รับการแจ้งในเบื้องต้นว่าเป็นอุบัติเหตุ ขอเรียกร้องให้กัมพูชาเคารพตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก โดยไทยจะมีหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังกัมพูชา

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า  เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความพร้อมของฝ่ายกัมพูชาในการยึดมั่นและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม ในห้วงเวลาที่สันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศยังคงเปราะบาง ซึ่งความจริงใจและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามถ้อยแถลง จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ก่อนจะนำไปสู่การหารือในกรอบทวิภาคีใดๆ ก็ตาม เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย-กัมพูชา ในอนาคต

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกยังคงเตรียมพร้อมและมีแผนรองรับในทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อปกป้องอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ราษฎรไทยตลอดแนวชายแดนด้านกัมพูชา ปัจจุบันอยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในแนวทางวิธีการบริหารสถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาของกองทัพไทย ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวลแต่อย่างใด และยังไม่พบการใช้อาวุธเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ซึ่งพี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย-กัมพูชา กล่าวว่า  ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาข้อตกลงหยุดยิง และการใช้กลไกต่างๆ รวมถึงกลไกสื่อสารที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ ขอยืนยันว่า ตามถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อแรก ระบุอย่างชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงการโจมตีที่ไม่ได้เกิดจากการยั่วยุ โดยจะต้องไม่ละเมิดข้อตกลงนี้โดยเด็ดขาด แม้ฝ่ายกัมพูชาจะระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุและไม่ได้มีเจตนา  แต่เมื่อมีผลกระทบเกิดขึ้นจริงและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ  การชี้แจงที่ชัดเจนโปร่งใสและการแสดงความรับผิดชอบตามหลักปฏิบัติสากลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต

ด้านกองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และได้กำชับทุกหน่วยให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ากองทัพภาคที่ 2 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ และยึดมั่นในความปลอดภัยเป็นสำคัญเสมอ

เขมรเสียใจอ้างอุบัติเหตุ

พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่า ขณะที่ทหารกัมพูชากำลังปฏิบัติหน้าที่ทำความสะอาดและรักษาความเรียบร้อยภายในฐานที่ตั้ง ณ พื้นที่มุมไบ (ช่องบก) ได้เกิดเหตุระเบิดจากกองขยะ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการส่งตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 2 นายไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อรับการรักษาเร่งด่วนแล้ว

ทั้งนี้ พล.ท.มาลีเน้นย้ำว่า คณะทำงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย กำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์ดังกล่าวให้เรียบร้อยต่อไป กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ด้วยเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ และในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบสูงและรักสันติภาพอย่างแท้จริง รัฐบาลกัมพูชาและกองทัพกัมพูชาขอย้ำความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ซื่อสัตย์ และจริงใจที่จะเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยที่ลงนาม และเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ สันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศอย่างรวดเร็ว ประชาชนทั่วไป ตลอดจนนักข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

วันเดียวกัน พลจัตวานิด ณารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 และประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคกัมพูชา-ไทย ได้มีหนังสือชี้แจงถึงฝ่ายไทย กรณีเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ฐานที่ตั้งของกองกำลังกัมพูชา บริเวณมุมเบ็ย (ช่องบก) จังหวัดพระวิหาร ซึ่งส่งผลให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ในหนังสือระบุว่า "เมื่อเวลา 07.27 นาฬิกา ของวันที่ 6 ม.ค.2569 ในพื้นที่บริเวณมุมเบ็ย (ช่องบก) จังหวัดพระวิหาร  กองกำลังของกัมพูชาได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ฐานที่ตั้ง และทำความสะอาดโดยการเผาขยะภายในเขตอธิปไตยของกัมพูชา ในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุระเบิดของกระสุนชนิด DKZ ที่ตกค้างอยู่ในกองขยะ ส่งผลให้ทหารกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเล็กน้อยรวม 2 นาย ทำให้เกิดความตื่นตระหนกแก่กองกำลังฝ่ายไทยที่ตั้งฐานอยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดระหว่างเราทั้งสอง ขอชี้แจงต่อท่านเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา ด้านกองทัพภาคที่ 2 กรุณาทราบ ดังนี้

พวกเราขอแสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุในครั้งนี้ และขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีพื้นฐานกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งในนามประเทศที่มีความรับผิดชอบสูง และรักในสันติภาพ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชา กองกำลังของกัมพูชา ยืนยันอย่างจริงใจ ซื่อตรงในการเคารพและปฏิบัติ ตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย ที่ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 แถลงการณ์ร่วมข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชา-ไทย ที่ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ประกาศร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ที่ลงนามไว้เมื่อ 27 ธันวาคม 2568 และเอกสารข้อตกลงอื่นๆ ตามกรอบคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคระหว่างภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา กับกองทัพภาคที่ 2 ไทย เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ รวมถึงความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนของประเทศทั้งสอง ด้วยเหตุดังกล่าวในข้างต้น ขอเรียน เสนาธิการ ประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา กองทัพภาคที่ 2 กองทัพไทย เพื่อกรุณาทราบ".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘น้ำเงิน’เช็กบิล‘ส้ม’ ปั่นเฟกนิวส์ผิดกม.เลือกตั้ง ‘ชวน’ปลุกคนใต้สั่งสอนภท.

“กกต.” ประกาศรายชื่อพรรคการเมืองสมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมเซ็นตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียง มอบ "แสวง" เป็นประธาน “นายกฯ หนู”

ปปช.ยื้อคดีสินบน/โจ๊กไม่หนี

“ไตรรงค์” แจงชัดสอบ “ภาคภูมิ” ฐานะผู้กล่าวหา ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติ เตรียมงัดคลิปสู้ข้อหาอุ้มหาย ย้ำปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน “ทนายบิ๊กโจ๊ก” บุก ป.ป.ช.

ศก.ปีนี้โตแผ่ว คาดจีดีพี1.5% ต่าสุดรอบ30ปี

"เอกนิติ" มั่นใจมาตรการ "คนละครึ่งพลัส-เที่ยวดีมีคืน-เติมเงินบัตรคนจน-เร่งรัดเบิกจ่าย" ช่วยบูมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตทะลุ 1% ดันภาพรวมทั้งปีบวกเพิ่มอีก 0.2%

ไทยทำสมุดปกขาวแจงโลก

ประจานโลก เขมรละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังปล่อยกระสุนปืน ค.ว่อนข้ามฝั่ง ขีดเส้นต้องมี “คำชี้แจง-ขอโทษ” ขึงพืดเล่ห์เขมรสายตาชาวโลก ลุยทำสมุดปกขาวเผยแพร่ข้อเท็จจริง

'อนุทิน' หาเสียงแบบออร์แกนิก เดินชิลๆที่ตลาดศรีย่าน ทักทายประชาชน แวะซื้อขนม ผลไม้

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทักทาย​ประชาชน​พบปะพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดศรีย่าน กรุงเทพฯ​ โดยนายอนุทินแวะซื้อขนมครก และผลไม้ ก่อนเดินทางเข้าทำเนียบ​รัฐบาล