ตร.เปิดหลักฐานมัดโจ๊ก ป.ป.ช.ริบดาบ‘เอกวิทย์’

ตำรวจเปิดหลักฐานโยง "บิ๊กโจ๊ก" ติดสินบนทองคำ 246 บาท ให้ ป.ป.ช.ล้มคดีเว็บพนันออนไลน์ หลังลูกน้องเก่าซัดทอด มั่นใจหลักฐานแน่นหนาจบที่ศาล แนะองค์กรอิสระต้องกวาดบ้านตัวเองด้วย ขณะที่ทนายสู้คดีแจ้ง 157 พร้อมโต้คลิปถูกตัดต่อ "ป.ป.ช." มีมติเด้ง "เอกวิทย์" พ้นสำนวน   “อดีตรอง ผบ.ตร.” เตรียมส่งคืนคดีสินบนให้ ตร.ทำ

วันที่ 6 มกราคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.), พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.), พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.)  ร่วมแถลงข่าวการสอบสวนคดีสินบน ป.ป.ช. ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการให้นำทองคำแท่ง จำนวน 246 บาท ไปมอบให้แก่กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคดีเกี่ยวพันเว็บพนันออนไลน์ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล

ในการแถลงข่าวได้มีการเปิดคลิปภาพและเสียงที่เป็นหลักฐานเด็ด โดยเป็นบทสนทนาระหว่าง "นาย ห." (พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย) และ "นาย ส." (อนุกรรมการ ป.ป.ช.) ที่พูดถึงน้ำหนักทองคำและการจัดหาทอง พร้อมปรากฏข้อมูลแผนการใช้นอมินีกว้านซื้อทองคำรวมกว่า 2,000 บาท นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอขณะส่งมอบทองคำแท่งภายในรถประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.  ณ ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.67

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า กรณีนี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำหลักฐานสำคัญมามอบให้ และต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง โดยตำรวจชุดสอบสวนได้สืบสวนจนพบว่ามีความสอดคล้องทั้งพยานแวดล้อมและพยานอิเล็กทรอนิกส์ จนนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำผิด ซึ่งสิ่งที่พิสูจน์ได้คือ ทองคำ 200 กว่าบาทมีจริง มีแหล่งที่มา มีพยานบุคคล ใบเสร็จ และทองนี้มีลักษณะพิเศษทำให้จดจำได้ รวมถึงทองคำชุดนี้มาอยู่ในมือของ พ.ต.อ.ภาคภูมิจริง และมีการส่งมอบทองคำที่สมาคมปักษ์ใต้ โดยผู้รับคือ รปภ.ประจำตัวของกรรมการ ป.ป.ช. และรถยนต์ที่เข้ามานั้นเป็นรถประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.จริง

ปัจจุบัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อยู่ในฐานะอดีตนายตำรวจและผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาหลายคดี และคดีที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ถูกส่งไปยัง ป.ป.ช. โดยขณะนี้คดีอยู่ที่พนักงานสอบสวน ทั้งคดีมินนี่และคดีพิมพ์วิไล โดยทั้ง 2 คดีมีเส้นเงินชัดเจน นำไปสู่การออกหมายจับ

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ให้ข้อสังเกตคดีนี้ผ่านมา 2 ปี คดียังอยู่ในชั้น ป.ป.ช. โดยยังอยู่ในชั้นตรวจสอบ ไทม์ไลน์นานมาก กระบวนการสอบสวนนานมาก ข้อเท็จจริงคือผู้กล่าวหานำหลักฐานมามอบให้ตำรวจโดยสมัครใจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนมาสืบสวนอย่างละเอียดรอบคอบ โดยมีทั้งประจักษ์พยาน พยานบุคคล เอกสาร และอิเล็กทรอนิกส์ จึงนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษ และการให้สินบนทองคำแท่งจึงไปเกี่ยวกันกับกรรมการ ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ควรเข้าไปสู่กระบวนการศาล

 “พ.ต.อ.ภาคภูมินำพยานหลักฐานเข้ามาให้ตำรวจ และยืนยันว่าได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในการไปรับทองคำและนำไปมอบตามสถานที่ที่ได้รับการนัดหมาย คือสมาคมชาวปักษ์ใต้  โดยฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบและพบที่มาของทองคำ และพบว่าผู้ซื้ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหามาเป็นผู้เสนอให้สินบน ซึ่งผู้ซื้อทองไม่ได้รู้จักกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นอกจากนี้ยังมีประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมอีกหลายปากที่ยืนยันแล้วได้อย่างแน่นอนว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นผู้มอบหมาย มีการไปหาทองมาโดยบุคคลที่เป็นนอมินี ซึ่งเป็นแผนประทุษกรรมเพื่อตัดตอนไม่ให้ถึงตัวเอง ซึ่งร้านค้ายืนยันซึ่งจำได้และยืนยันบุคคลที่มาซื้อได้” พล.ต.ท.ไตรรงค์ระบุ

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า ตั้งแต่สืบสวนพบว่าขบวนการนี้สะเทือนต่อความยุติธรรมขององค์กรต่างๆ อย่างหนัก ทั้งศาล อัยการ ป.ป.ช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เหตุที่เกิดขึ้นทำให้กระบวนการยุติธรรมสั่นคลอน ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐาน และการที่พยานกล้าสู้ความจริง ด้วยการนำพยานหลักฐานมามอบให้นั้น อาจจะขยายไปต่อคดีอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งตำรวจจะสืบสวนทุกเรื่องที่มีข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการทุกเรื่อง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ขอให้กำลังใจศาล อัยการ ป.ป.ช. และทุกหน่วยงาน ซึ่งมีทั้งคนดีและไม่ดี ส่วนตัวยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าตำรวจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ไม่มีสาเหตุโกรธเคือง และเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยังเป็นที่พึ่งของประชาชน โดยยังจะทำงานร่วมกันในเชิงรุกและสำนวน ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ต้องการกวาดบ้านตัวเองที่มีการทำให้องค์กรเสียหาย คดีนี้จะอยู่ในมือตำรวจ หรือ ป.ป.ช.เรารับได้หมด เชื่อว่าสิ่งที่ทำไปชอบแล้ว

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวเสริมว่า คดีนี้มีพยานหลักฐานแน่นหนา คดีควรไปจบที่ชั้นพิจารณาของศาล ไม่ควรจบที่การตัดจบกระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง ข้อเท็จจริงมีใครจะผิดจะถูกให้ศาลพิจารณา

ที่ สน.พหลโยธิน นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เดินทางมาเพื่อดำเนินการยื่นกล่าวโทษคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวม 2 ชุด โดยระบุว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ซึ่งเป็นบุคคลที่กล่าวอ้างว่าตนเองได้นำทองคำไปมอบให้กับกรรมการ ป.ป.ช.คนหนึ่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบแล้ว หากจะกันบุคคลใดเป็นพยาน จะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ต้องหาก่อน จึงถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 โดยชุดที่ถูกกล่าวโทษประกอบด้วย 1.ชุดพนักงานสืบสวนตามคำสั่ง ตร. ที่ 580/2566 นำโดย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ 2.ชุดคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งบัญชาการสอบสวนกลาง ที่ 343/2566 นำโดย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว

นายสัญญาภัชระได้ตั้งข้อสังเกตต่อพยานหลักฐานที่ฝ่ายพนักงานสอบสวนนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยเฉพาะคลิปวิดีโอเรื่องทองคำ ไม่มีภาพของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ปรากฏอยู่ในคลิป อีกทั้งยังตั้งคำถามถึงความต่อเนื่องของคลิปวิดีโอตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ พ.ร.บ.อุ้มหาย ว่ามีการตัดต่อหรือขาดตอนหรือไม่ เนื่องจากมาตรา 22 กำหนดให้ต้องมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ปฏิเสธทุกประเด็น และมั่นใจว่าข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหานั้นไม่มีอยู่จริง และในวันที่ 7 ม.ค. เวลา 10 โมงเช้า จะเดินทางไปยื่นคัดค้านต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอความเป็นธรรม

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีการให้ทองคำแท่งเพื่อช่วยเหลือทางคดี มีผู้ถูกกล่าวหา 6 ราย และได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 นั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงมีมติให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหา พ้นจากหน้าที่ความรับผิดชอบการกำกับดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 (สตร.1) และสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 (สทว.1) ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยมอบหมายให้นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 7 ม.ค.นี้ จะนำสำนวนคดีที่ ตร. ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ติดสินบนเป็นทองคำหนัก 246 บาท แก่นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ถูกกล่าวหารับผลประโยชน์คดีพนันออนไลน์นั้น เพื่อพิจารณาว่า ป.ป.ช.จะรับคดีนี้ไว้ไต่สวนเอง หรือส่งสำนวนกลับให้ตำรวจดำเนินการ โดยมีแนวโน้มว่า ป.ป.ช.จะส่งสำนวนกลับไปให้ตำรวจดำเนินการ เพราะตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจไต่สวนและดำเนินคดีกรณีที่กรรมการ ป.ป.ช.ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาได้ หลังจากที่ ป.ป.ช.มีมติแล้วจะออกเอกสารข่าวชี้แจงผลการประชุมต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘น้ำเงิน’เช็กบิล‘ส้ม’ ปั่นเฟกนิวส์ผิดกม.เลือกตั้ง ‘ชวน’ปลุกคนใต้สั่งสอนภท.

“กกต.” ประกาศรายชื่อพรรคการเมืองสมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมเซ็นตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียง มอบ "แสวง" เป็นประธาน “นายกฯ หนู”

ปปช.ยื้อคดีสินบน/โจ๊กไม่หนี

“ไตรรงค์” แจงชัดสอบ “ภาคภูมิ” ฐานะผู้กล่าวหา ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติ เตรียมงัดคลิปสู้ข้อหาอุ้มหาย ย้ำปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน “ทนายบิ๊กโจ๊ก” บุก ป.ป.ช.

ศก.ปีนี้โตแผ่ว คาดจีดีพี1.5% ต่าสุดรอบ30ปี

"เอกนิติ" มั่นใจมาตรการ "คนละครึ่งพลัส-เที่ยวดีมีคืน-เติมเงินบัตรคนจน-เร่งรัดเบิกจ่าย" ช่วยบูมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตทะลุ 1% ดันภาพรวมทั้งปีบวกเพิ่มอีก 0.2%

ไทยทำสมุดปกขาวแจงโลก

ประจานโลก เขมรละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังปล่อยกระสุนปืน ค.ว่อนข้ามฝั่ง ขีดเส้นต้องมี “คำชี้แจง-ขอโทษ” ขึงพืดเล่ห์เขมรสายตาชาวโลก ลุยทำสมุดปกขาวเผยแพร่ข้อเท็จจริง