"พล.ต.ท.ไตรรงค์" นำทีมเปิดคลิปโต้ รปภ.ส่วนตัวกรรมการ ป.ป.ช. ย้ำไม่ได้อุ้มรีดพยานคดีสินบนทองคำ ระบุคุมตัวสอบนาน 13 ชั่วโมง เป็นความสมัครใจ ไม่มีการบังคับข่มขู่พยาน ปัดเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหาย "บิ๊กเต่า" เผยพยานใหม่เปิดโปงขบวนการ “บิ๊กโจ๊ก” จ่าย "บิ๊ก ป.ป.ช." เดือนละ 1 แสนบาท ใช้ลูกน้องจัดเอกสารเท็จปกปิดทรัพย์สิน-อาวุธปืน เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.-เซียนพระ นำสู่การรื้อฟื้นคดีร่ำรวยผิดปกติหลังพบหลักฐานทองคำ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 8 มกราคม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดสินบนทองคำ 246 บาท กับกรรมการ ป.ป.ช. ในการวิ่งเต้นล้มคดีเกี่ยวข้องเว็บพนันออนไลน์
โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญ พ.ต.อ.นิติกรณ์ ระวัง ผกก.สส.2 บก.สส. กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ภ.8) ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในการตรวจค้นบ้านพักของนายสุรสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวของกรรมการ ป.ป.ช. และเป็นผู้รับทองคำจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรอง ผบก.สส.ภ.4 ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ซึ่งนั่งมาในรถประจำตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2567 ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตร.ยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส กรอบของกฎหมาย พิสูจน์ข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป
โดยก่อนลงรายละเอียด ทางคณะตำรวจได้เปิดคลิปวิดีโอประกอบเนื้อหาเกี่ยวกับการสอบปากคำพยานในคดี ซึ่งพยานคนดังกล่าวยอมรับว่า ไปที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ซึ่งเป็นจุดในการส่งมอบทองคำจริง ตัวพยานยืนยันว่าเป็นเพียงผู้รับคำสั่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พยานรายดังกล่าวได้เคยแจ้งความกลับชุดที่สืบสวนว่ามีการบังคับ ขู่เข็ญ เข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ถูกบังคับสอบปากคำและควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉาง นานกว่า 13 ชั่วโมง ซึ่งหลักฐานจากคลิปที่เปิดเผยต่อสื่อมวลชนมีความยาวประมาณ 3 นาที โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ระบุว่า ความยาวคลิปเต็มกว่า 3 ชั่วโมง
หลังจบคลิป พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า บรรยากาศการสอบปากคำที่เกิดขึ้น ชุดสืบสวนทำตามขั้นตอนปฏิบัติของ ตร. การอ่านหมายค้นตรงตามกับคดีที่มีการแจ้งผู้ถูกกล่าวหาในฐานะพยาน อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาสมัครใจไปสถานีตำรวจกับเจ้าหน้าที่เอง แม้ทางตำรวจจะเปิดโอกาสให้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปด้วยตัวเอง แต่อ้างว่าขับรถไม่เป็น อีกทั้งในที่เกิดเหตุยังมีหญิงคนสนิทอยู่ด้วย ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง จึงเป็นการยืนยันได้ว่าการแสดงออกวันนั้น ทั้งภาษากายและคำพูดของชุดสืบสวนไม่ได้มีการบังคับหรือข่มขู่ตัวพยาน
ส่วนกรณีที่นายสุรสิทธิ์ลงบันทึกประจำวันไว้ว่าตำรวจมาขอตรวจค้นยาเสพติด รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ทางชุดสืบฯ ยืนยันว่าการอ่านหมายค้นเป็นการอ่านหมายตามปกติ การสอบถามว่าในสถานที่ดังกล่าวยังมียาเสพติดหรืออาวุธปืนหรือไม่นั้น ถือเป็นบทพูดปกติของการอ่านหมายค้นที่ต้องมีการพ่วงส่วนนี้เข้ามาด้วย
พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวอีกว่า การสอบปากคำของนายสุรสิทธิ์ใช้เวลาอยู่ในสถานีตำรวจ 18.00 น. ของวันที่ 25 ธ.ค.2568-07.00 น. ของวันที่ 26 ธ.ค.2568 ห้องสอบสามารถเปิดประตูได้ตลอดเวลา เพื่อให้พยานพบกับผู้ที่ติดตามมา ซึ่งยืนยันว่าพยานไม่ได้ถูกบังคับมา หรือกดดันให้อยู่เพียงคนเดียว อีกทั้งมีผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน 8 อยู่ด้วย ในส่วนข้อมูลที่นายสุรสิทธิ์ให้กับเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าตัวเองเป็นเพียงผู้รับคำสั่ง ทางพนักงานสอบสวนเองก็เชื่อตามที่นายสุรสิทธิ์พูด หลังสอบปากคำเสร็จให้นายสุรสิทธิ์เขียนบันทึกคำให้การเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกคำให้การ และส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป.
ด้าน พ.ต.อ.นิติกรณ์กล่าวว่า ในวันที่ทำการตรวจค้นเดินทางไปด้วยรถยนต์ 2 คัน รวมเจ้าหน้าที่ 7 คน เพื่อเชิญตัวพยานมาที่สถานีตำรวจ สีหน้าแววตานายสุรสิทธิ์ผ่อนคลาย บางช่วงมีการหยอกล้อกัน สุดท้ายแล้วไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา
พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวเสริมว่า ตำรวจไม่จำเป็นต้องใช้มนตร์สะกดอะไรเพื่อให้พยานอยู่ 13 ชั่วโมง เพราะการให้ปากคำของนายสุรสิทธิ์ ยืนยันได้ว่าเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น
ส่วนการที่นายสุรสิทธิ์เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกชุดสืบสวนบังคับข่มขู่ที่ สน.บุปผาราม มีนัยแอบแฝงอย่างไรหรือไม่ เนื่องจากผู้กำกับฯ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนตำรวจกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์นั้น รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างไร ขอให้ผู้สื่อข่าวสอบถามโดยตรงไปที่ผู้กำกับฯ อีกทั้งไม่ทราบว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับอดีตรอง ผบ.ตร. ส่วนกระแสข่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เดินทางออกไปต่างประเทศแล้วนั้น ตนไม่ทราบ ไม่มีข้อมูลในส่วนนี้
รองโฆษก ตร.กล่าวถึงกรณีที่วันที่ 9 ม.ค. ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ซึ่งเป็นคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ตามลำดับ ในกรณีที่มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบว่า ไม่ใช่การเร่งเกมของ ตร.แข่งกับเวลาที่ศาลปกครองจะตัดสินอดีตรอง ผบ.ตร. เพราะคดีสินบนทองคำนี้ไม่ใช่คดีที่ตำรวจสืบสวนทราบข้อมูลเอง แต่เริ่มจากที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็คือ พ.ต.อ.ภาคภูมินำมา
"คำพิพากษาในวันที่ 9 ม.ค. ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือโทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็จะยังไม่ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้กลับมารับราชการตำรวจ เพราะต้องรอผลการพิจารณาคำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจ" รองโฆษก ตร.ระบุ
จากกรณี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เปิดโปงพฤติกรรมของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และพวก รวม 6 คน ว่าติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาทนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้จากผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 คน มีเพียง 2 คนที่ถูกแจ้งข้อหาแล้ว คือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และนายสมบัติ ธรธรรม ส่วนบุคคลอื่นๆ อยู่ระหว่างการสอบปากคำเบื้องต้น เช่น นายสุรสิทธิ์ ขณะที่นายสามารถอยู่ต่างประเทศ และนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ออกหมายเรียก
รอง ผบช.ก.กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกพยานสำคัญหลายปากมาให้ข้อมูล คำให้การเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขณะเดียวกัน กรณีคลิปเสียงลับที่พาดพิงว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ให้เงินรายเดือนดูแลนายเอกวิทย์เดือนละ 1 แสนบาท อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็อาจต้องแยกออกเป็นอีกคดี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีพบพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่การรื้อฟื้นคดี “ร่ำรวยผิดปกติ แจงทรัพย์สินเท็จ” ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่เคยถูกเก็บอยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. นานหลายปีโดยไม่มีความคืบหน้า โดยพยานคนใหม่ยืนยันว่าถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ใช้ติดต่อประสานกับนายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการ ป.ป.ช. และนายสมภพ ไทยธีระเสถียร หรือ “อั้ง เมืองชล” เซียนพระชื่อดัง เพื่อจัดทำเอกสารชี้แจงทรัพย์สินเท็จเกี่ยวกับเงินที่ใช้ซื้ออาวุธปืนจำนวนรวมกว่า 100 กระบอก
พยานยังให้ข้อมูลสอดคล้องกับแนวทางสืบสวนว่า การจัดทำเอกสารดังกล่าวเป็นขบวนการ เริ่มจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์สั่งให้ลูกน้องนำข้อมูลทรัพย์สินอาวุธปืนไปมอบให้นายสมบัติและนายสรพงษ์ เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการแต่งบัญชีเพื่อปกปิดช่องโหว่ ต่อมาพบว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้ลูกน้องจัดซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ให้นายสมบัติ เพื่อใช้ติดต่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ พร้อมสร้างบัญชีไลน์อวตารใหม่ชื่อ “ทัตเทพ” เพื่อปกปิดตัวตน
นอกจากนี้ การจัดทำเอกสารเท็จยังเกี่ยวข้องกับการอำพรางการซื้อขายพระเครื่อง โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์และพวกอ้างว่าเงินที่นำไปซื้อปืนมาจากค่านายหน้าซื้อขายพระเครื่อง ซึ่งจัดทำให้สอดคล้องกับยอดเงินซื้อปืน พร้อมให้ลูกน้องนำเงินสดจำนวนมากไปส่งให้นายสมภพ หรือ “อั้ง เมืองชล” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
"การตรวจสอบพบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มีการช่วยเหลือกัน เช่น การจัดหาคิวฉีดวัคซีนโควิด จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน และพบว่าคนใกล้ชิดหรือภรรยาของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.บางรายผ่านการบรรจุเข้ารับราชการตำรวจในปี 2566 ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อขยายผลสืบสวนคดีสินบนทองคำและคดีร่ำรวยผิดปกติ" พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คลังปรับจีดีพีใหม่ ดันไทยเป็นกลาง หาช่องดึงลงทุน
"คลัง" จับตาปมขัดแย้งสหรัฐ-เวเนซุเอลา หวั่นกระทบราคาน้ำมัน-บรรยากาศการค้าโลก
กกต.จี้ส่งนโยบายใช้เงิน พท.คึกปราศรัยใหญ่กทม.
"กกต." จับสลากลำดับพรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย ขีดเส้นส่งแผนหาเสียงใช้เงินไม่เกิน 19 ม.ค.
จ่อรวบ10นักการเมืองสีเทา
เตรียมรวบ 10 ผู้สมัคร สส.-สส. พันเว็บพนัน-สแกมเมอร์ สกัดเงินสีเทาแทรกการเลือกตั้ง
‘ทรัมป์’ประหารUN ประกาศถอนตัวจาก66องค์กรอ้างขัดต่อผลประโยชน์สหรัฐ
"ทรัมป์" เขย่าโลกอีกครั้ง ประกาศนำสหรัฐถอนตัวจาก 66 องค์กรระหว่างประเทศ
เด็กหายปี 2568 ถึง 265 ชีวิต 19 ราย ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์!
สตช.ร่วมมูลนิธิกระจกเงาเฝ้าระวังเด็กหาย พบเด็ก 19 ราย ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์
‘น้ำเงิน’เช็กบิล‘ส้ม’ ปั่นเฟกนิวส์ผิดกม.เลือกตั้ง ‘ชวน’ปลุกคนใต้สั่งสอนภท.
“กกต.” ประกาศรายชื่อพรรคการเมืองสมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมเซ็นตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียง มอบ "แสวง" เป็นประธาน “นายกฯ หนู”

