“นายกฯ” ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ "ทูตออสเตรเลีย” คาดถกซื้อขายน้ำมัน โอ่ไทยมีเครือข่ายซื้อพลังงานหลายภูมิภาคทั่วโลก ไม่ได้พึ่งแหล่งเดียว มั่นใจบริหารความเสี่ยงได้ “เอกนิติ” สั่งคลังทำฉากทัศน์ประเมินเศรษฐกิจไทยจากสงครามตะวันออกกลาง “รมว.พลังงาน” ย้ำใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาดีเซลต่อควบคู่มาตรการอื่น “พิพัฒน์” ระบุหลังตรึงดีเซล 15 วันต้องปล่อยไปตามกลไกของตลาดดีสุด แจงปิดปั๊ม-ดับไฟป้ายโฆษณา 4 ทุ่มยังไม่ได้ประกาศ “ศุภจี” ขออย่าเพิ่งแตกตื่น ยัน รบ.มีแผนรับผลกระทบทั้งระยะสั้น-ยาว “อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน” ชี้วิกฤตพลังงานไทยยังอยู่แค่ระดับ 1-2 เท่านั้น เผยน้ำมันสำรองมีเกิน 100 วัน ตร.ขู่ฉวยขึ้นราคาสินค้าโทษหนัก “กต.” นำคนไทยล็อตสอง 69 คนถึง 12 มี.ค.นี้
ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับ น.ส.แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง คาดว่าจะมีการหารือเรื่องการซื้อขายน้ำมันในช่วงที่มีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจากนั้นนายกฯ ได้เดินลงมาส่งเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยขึ้นรถและกลับขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมาในเวลา 15.30 น. นายกฯ เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยแจ้งว่าไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์พลังงานท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า ประเทศไทยยังคงมีความมั่นคงด้านการจัดหาน้ำมัน เนื่องจากกระทรวงพลังงานมีเครือข่ายในการจัดซื้อพลังงานจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ไม่ได้พึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งเพียงแหล่งเดียว จึงสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านพลังงานได้ แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะสร้างความกังวลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกก็ตาม
นายอนุทินกล่าวว่า การจัดหาน้ำมันเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีระบบบริหารจัดการแหล่งนำเข้าและเครือข่ายคู่ค้าหลายประเทศ ทำให้ประเทศไทยยังสามารถรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความเสี่ยงจากกรณีที่อิหร่านประกาศวางทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก
“ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รัฐบาลขอย้ำว่าการกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันจากหลายประเทศ ถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพพลังงานของประเทศ และช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก” นายอนุทินกล่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวถึงการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบมากขึ้นว่า ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปได้ ให้ทีมงานหารือกันอยู่ว่าจะช่วยในระดับไหน แต่ตอนนี้ยังช่วยโดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก
ถามถึงการพิจารณาจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณเพื่อนำมาใช้เป็นงบสำรองรองรับสถานการณ์ปัจจุบัน นายเอกนิติกล่าวว่า ขณะนี้ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นหลัก ถ้าเบิกจ่ายไม่ได้ก็ถือว่าไม่มีประสิทธิภาพ งบประมาณในส่วนนี้ก็ต้องมาพิจารณาต่อว่าจะทำอย่างไร ถ้าไม่เข้ามาดูแลทุกคนก็อาจจะใจเย็นกันไปเรื่อยๆ เพราะต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพเรื่องการเบิกจ่ายเป็นสิ่งสำคัญในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
“สถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการเร่งจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ขณะนี้ต้องยอมรับว่ามีความผันผวนอย่างมาก ซึ่งเป็นการดำเนินการควบคู่กับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเดิมที่มีอยู่เพื่อพยุงเศรษฐกิจ” นายเอกนิติระบุ
ราคาดีเซลตามกลไกดีสุด
ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการนาทีลงทุน ทางช่อง 9 MCOT ถึงสถานการณ์ราคาพลังงานว่า ปัจจุบันราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยของเราได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการลดแรงกระแทกจากความผันผวนของราคา ซึ่งหลังครบกำหนด 15 วัน รัฐบาลจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาดูแลราคาต่อไป แม้ในขณะนี้สถานะกองทุนจะเริ่มกลับมาติดลบอีกครั้งจากการที่มีเงินไหลออกประมาณวันละกว่า 1,000 ล้านบาท
“ในอดีตกองทุนเคยรองรับภาระหนี้ได้สูงถึงประมาณ 120,000 ล้านบาทมาแล้วในช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงมั่นใจว่ายังสามารถบริหารจัดการได้ควบคู่กับมาตรการอื่นๆ ทั้งนี้ รัฐบาลจะนำปัจจัยทั้งหมด ทั้งสถานะกองทุนน้ำมันและสถานการณ์ราคาโลกมาพิจารณาประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้ง หลังจากครบกำหนด 15 วัน เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมต่อไป” นายอรรถพลกล่าว
รมว.พลังงานกล่าวว่า สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในปัจจุบันยังอยู่ที่ระดับเกือบ 30 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดือน ต.ค.ที่รัฐบาลเริ่มเข้ามาบริหารงานซึ่งอยู่ที่ 31.94 บาท และต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยขึ้นไปถึงเกือบ 35 บาท ดังนั้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีน้ำมันเป็นปัจจัยหลัก จึงไม่ควรปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ และในทางทฤษฎีควรจะมีการปรับลดราคาลงด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับช่วงเดือน ต.ค.
“ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานเทรดดิ้งของบริษัท ปตท. ที่มีคู่ค้าอยู่ทั่วโลก ช่วยจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหาของขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งยอมรับว่าโรงงานบางแห่งอาจต้องชะลอหรือหยุดการผลิตหากต้นทุนวัตถุดิบสูงจนไม่คุ้มทุน แต่ขอยืนยันให้ความมั่นใจว่า เม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าปลายทางในประเทศยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนในขณะนี้” รมว.พลังงานกล่าว
ส่วนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีมีข่าวสถานีบริการน้ำมันจะปิดให้บริการเวลา 22.00 น. และหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าในการโฆษณาป้ายสินค้าหรือบริการว่า ยังไม่มีมาตรการหรือข้อสั่งการของนายกฯ ในเรื่องดังกล่าว อาจจะเป็นความเข้าใจผิดหรือการสื่อสารผิด ขอย้ำว่าทุกอย่างยังเป็นปกติ รวมทั้งอะไรที่เป็นสินค้าควบคุม ทางรัฐบาลจะพยายามควบคุมให้ได้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เราจะตรึงราคาไว้ 15 วัน ซึ่งยังไม่ครบเวลาที่กำหนด แต่เมื่อถึงเวลานายกฯ จะลงมานั่งหัวโต๊ะเพื่อเจรจากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
“ต้องขอความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการว่า เวลาราคาพลังงานหรือราคาเชื้อเพลิงลดลง พวกคุณไม่ได้ลดลง แต่วันนี้ราคาพลังงานเริ่มจะไต่ขึ้นไป ก็ขอความกรุณาอย่าเพิ่งขึ้นหรือไต่ราคาขึ้นไป ขอให้หันหน้ามาคุยกับรัฐบาล ซึ่งนายกฯ คงจะมีการตั้งทีมงาน โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ไปหารือกับผู้ประกอบการต่างๆ เพราะการขึ้นราคาทุกอย่างอยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์ แต่สำหรับผู้ประกอบการบางส่วนที่อ้างว่าราคาดีเซลอาจจะลอยตัวไปถึง 40 บาท ถ้าเป็นเช่นนั้นเราต้องมาคุยกัน และขอให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มมาเป็นสมาคมก็ได้ ทำหนังสือแจ้งมายังนายกฯ ซึ่งนายกฯ ก็พร้อมที่จะมาร่วมปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการทุกสาขา” นายพิพัฒน์กล่าว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์ตะวันออกกลางว่า ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพราะจะเป็นตัวชี้วัดของราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค ซึ่งเรามีศูนย์บริหารสถานการณ์เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกันกับหลายกระทรวง เพื่อทำให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เราจะสามารถมีนโยบายหรือมาตรการมาช่วยปกป้องประชาชนได้
“ตอนนี้ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอยู่แล้วว่าจะมีสถานการณ์แบบใด ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก และขอให้ช่วยกันในเรื่องของพลังงาน ช่วยกันให้ถึงที่สุด ซึ่งไม่ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่ เรามีการวางมาตรการไว้ ถ้าเป็นผลกระทบระยะสั้นหรือระยะยาวเราก็มีมาตรการรองรับเช่นกัน ตอนนี้เราต้องประเมินวันต่อวัน และทางศูนย์ฯ ก็จะมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ประชาชนไม่ต้องตกใจ” นางศุภจีกล่าว
ถามถึงมาตรการเวิร์กฟรอมโฮม เป็นการลดภาระของรัฐแต่เพิ่มภาระค่าไฟให้ประชาชนมากขึ้นหรือไม่ นางศุภจีหันกลับมาถามผู้สื่อข่าวว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก่อนจะบอกว่าใช้วิธีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าประชาชนคิดว่าลำบากในเรื่องค่าใช้จ่าย การจะมาทำงานในที่ทำงานก็ไม่เสียหาย อยู่ที่การมองเรื่องความสมดุลมากกว่า ถ้าลำบากก็ไม่มีความจำเป็น ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานที่บ้านได้ เราต้องดูถึงความถูกต้องและเหมาะสม ใครทำได้ก็ทำ ทุกคนต้องช่วยกัน
วิกฤตพลังงานยังอยู่ระดับ 1-2
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษ “ยุทธศาสตร์ความมั่งคงพลังงานไทย : การบริหารจัดการพลังงานภายใต้ความผันผวนโลก” ในงานเสวนาวิชาการภายใต้วิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์บูรณาการ 9 สถาบันวิจัยหลักแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ “ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก : ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ” ว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองพร้อมใช้รวมทั้งสิ้น 95 วัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็นน้ำมันที่อยู่ในประเทศ 39-40 วัน ซึ่งประกอบด้วยปริมาณสำรองเพื่อการค้าของผู้ค้า 14 วัน และปริมาณสำรองตามกฎหมายที่ต้องมีอยู่ในถังตลอดเวลาอีก 25 วัน นอกจากนี้ยังมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือและเป็นกรรมสิทธิ์ของไทยแล้วอีก 26 วัน ซึ่งกำลังทยอยเดินทางเข้ามาทุกวัน ตลอดจนมีน้ำมันที่ทำสัญญาซื้อขายและรอคิวโหลดขึ้นเรืออยู่นอกพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซอีก 30 วัน เช่น บริเวณท่าเรือฟูไจราห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือทางฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย
นายสราวุธกล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการบางแห่งในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่เติมน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้ระบบโลจิสติกส์และการจัดหารถบรรทุกน้ำมันของสถานีบริการไม่สามารถรองรับได้ทัน โดยเฉพาะในกลุ่มปั๊มอิสระที่ไม่มีแบรนด์ ซึ่งมีอยู่เกือบ 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันภาวะขาดแคลน นายกฯ ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยสั่งระงับการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเจ็ต และก๊าซหุงต้ม หรือ LPG แต่ยังคงข้อยกเว้นให้กับการส่งออกไปยัง สปป.ลาว เนื่องจากไทยต้องซื้อไฟฟ้าจากประเทศดังกล่าว และเมียนมา เนื่องจากไทยต้องซื้อก๊าซธรรมชาติเป็นการตอบแทน
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกล่าวว่า นายกฯ ยังได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมันจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 โดยจะทยอยเพิ่มเป็นร้อยละ 1.5 ภายในสิ้นเดือนนี้ และเพิ่มเป็นร้อยละ 3 ภายในสิ้นเดือนเม.ย. เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการใช้น้ำมันสูง โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศได้อีกอย่างน้อย 7 วัน ทำให้หลังเดือนเม.ย.ไทยจะมีน้ำมันสำรองรวมกันมากกว่า 100 วัน เช่นเดียวกับด้านความมั่นคงของก๊าซหุงต้ม ประเทศไทยมีความต้องการใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงประมาณ 10.4 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ในขณะที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติในประเทศสามารถผลิตได้สูงถึง 9.57 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าเพิ่มเติมเพียงแค่ 0.86 ล้านกิโลกรัมต่อวันเท่านั้น เมื่อรวมปริมาณสำรองเพื่อการค้าและปริมาณสำรองตามกฎหมายที่มีอยู่ 171 ล้านกิโลกรัม ทำให้ไทยมีก๊าซหุงต้มสำรองสำหรับภาคเชื้อเพลิงยาวนานถึง 199 วัน
“ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตพลังงานอยู่ในระดับที่ 1 ถึง 2 เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังมีส่วนเผื่อเหลือเผื่อขาดอยู่อีกมาก หากสถานการณ์เลวร้ายลงจนเข้าสู่ระดับที่ 3 หรือมีน้ำมันสำรองเหลือเพียง 25 วัน รัฐบาลจึงจะพิจารณาใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน และการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยให้ความสำคัญกับหน่วยงานด้านความมั่นคง รถพยาบาล รถดับเพลิง และระบบขนส่งมวลชนเป็นลำดับแรก" อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกล่าว
วันเดียวกัน ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงว่า สคบ.ได้ประชุมและมีมติกำหนดแผนบูรณาการหน่วยงาน และ 6 มาตรการเพื่อเป็นการป้องกันในเชิงรุกเพื่อคุ้มครองประชาชนชาวไทย รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย ซึ่งบูรณาการหน่วยงานในเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด นายกเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องดำเนินการตาม 6 มาตรการให้ไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยและเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
คนไทยล็อตสองถึง 12 มี.ค.
1.สคบ.ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมอีก 10 คู่สาย ประชาชนสามารถติดต่อได้หมายเลข 1166 และให้ สคบ.ประจำจังหวัดพิจารณาเปิดคู่สายตามความเหมาะสม 2.สคบ.บูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งมีการกักตุนสินค้าหรือการซื้อสินค้าในราคาแพงในภาวะที่จำยอมต้องเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 3. ต้องกำกับดูแลและควบคุมการขายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย 4.ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการทางด้านราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติและช่องทางช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย 5.ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ประชาชนมีทางเลือกในการชำระเงินหลายช่องทาง และ 6.ให้ผู้ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาทระหว่างผู้ขายสินค้ากับผู้บริโภค
ถามว่า มีบางปั๊มน้ำมันที่ประชาชนเข้าไปบริการแล้วระบุว่าน้ำมันหมด ในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคจะดูแลประชาชนอย่างไรบ้าง นายสันติกล่าวว่า ปัญหานี้มีการร้องเรียนเข้ามาบ้างแล้ว ตอนนี้ทางภาคใต้มีที่ จ.พังงา ซึ่งมีการแจ้งเข้ามาและอาจจะมีพื้นที่อื่นบ้าง แต่เชื่อว่าอาจเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) ประชุมตำรวจทั่วประเทศ กำชับป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมัน โดยสั่งให้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดทั่วประเทศจากคลังน้ำมันจนถึงแนวชายแดน รวมทั้งให้เรือ 30 ลำออกตรวจและสกัดกั้นทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งหากลักลอบส่งออก กักตุน หรือฉวยโอกาสโก่งราคา จะถูกดำเนินคดีในข้อหาหนัก มีโทษตั้งแต่ 5-10 ปี รวมทั้งโทษปรับขั้นสูงสุด
ด้านนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางและการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางว่า สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะที่อิหร่าน อิรัก อิสราเอลและเลบานอน ที่ถูกโจมตีอย่างหนักช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนในประเทศที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และกาตาร์ ที่มีแนวโน้มความรุนแรงลดลงในระดับหนึ่ง ส่งผลให้มีเที่ยวบิน ทั้งเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินพาณิชย์แบบจำกัด บินออกจากประเทศในภูมิภาคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นายปาณิดลกล่าวว่า ในส่วนการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ประเทศอิหร่าน คนไทยกลุ่มที่อพยพชุดแรกจากอิหร่านได้เดินทางถึงกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพครบแล้ว ส่วนคนไทยในอิหร่านจำนวน 69 คน ที่อพยพออกจากอิหร่านเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ได้เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ประเทศตุรกี เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนไทยชุดที่ 2 จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค.และกลุ่มที่สอง จะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งทางกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี กำลังอยู่ระหว่างการประสานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มนี้ ในส่วนของประเทศอิรัก ยังมีคนไทยอีก 14 คนที่จะเดินทางออกจากอิรัก ผ่านการประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เพื่อให้มาถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี
สำหรับยูเออีมีรายงานว่า สายการบินเอทิฮัด ประกาศเปิดเที่ยวบินไปกรุงเทพฯ และภูเก็ต เส้นทางละ 1 เที่ยวต่อวัน จนถึงวันที่ 12 มี.ค. และจะมีแผนกลับมาบินในเส้นทางเชียงใหม่และกระบี่ หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จะอำนวยความสะดวกและแจ้งข่าวสารให้คนที่อยู่ในยูเออีอย่างใกล้ชิด ในส่วนของกาตาร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ประสานให้คนไทยที่ต้องค้างทั้งหมด ซึ่งประสงค์จะกลับไทยจำนวน 24 คน เดินทางด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ ในเส้นทางกรุงโดฮา-กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้างซึ่งจะถึงกรุงเทพฯ ในคืนวันที่ 11 มี.ค. และคนไทยในกาตาร์ทุกคนที่ประสงค์จะกลับไทยโดยเที่ยวบินดังกล่าว สามารถสำรองตั๋วเครื่องบินได้โดยตรง รวมถึงสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินกลับไทยผ่านจุดแวะพักอื่นๆ ที่มีจำหน่ายได้เช่นกัน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกันแล้ว และขณะนี้คนไทยจำนวนมากได้สำรองที่นั่งแล้ว
รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ติดค้างที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางรวมแล้วประมาณ 381 คน นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้ออกแจ้งเตือนว่าได้มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตหลอกลวงให้โอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าดำเนินการเพื่อเดินทางกลับไทย
“สถานทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกับประเทศไทย ขอให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทย ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบประเทศนั้นๆ ผ่านช่องทางกลางเท่านั้น โดยไทยยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอให้ทุกฝ่ายเลือกใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง” รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมถ้อยคำสั้นๆ กินใจ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กเนื่องในวันแม่ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา พร้อมด้วย นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา และน้องชาย น้องสาว
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน

