“อนุทิน” ย้ำจุดยืนไม่แตะหมวด 1-2 ตลอดกาล จนกว่าไม่มีพรรคภูมิใจไทย “ปชป.” จี้ถามจุดยืน “ปชน.” ตอบให้ชัดอย่าเลาะขอบสนามเรื่องสถาบัน “สมชัย” ย้ำประชามติแค่พยักหน้าไม่ได้ตีเช็คเปล่า
เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองควรแสดงจุดยืนในการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะแตะหมวด 1 หมวด 2 หรือไม่ ว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยบังอาจไปก้าวล่วงพรรคอื่น แต่พรรคภูมิใจไทยก็มีความชัดเจนที่จะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีขั้นตอน ถ้าเสียงประชามติของประชาชนเป็นอย่างไร เราก็ไม่ค้าน แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดํารงพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มีผลกระทบ
“ตอนนี้มีข่าวเฟกนิวส์ในโซเชียลว่าพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งพรรคภูมิใจมีความพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของ คสช. ก็ฟังว่ามีเหตุผล แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดํารงอยู่” นายอนุทินย้ำ
เมื่อถามว่า มีบางพรรคบอกว่าไม่ต้องล็อกหมวด 1 หมวด 2 ไว้ ถ้าไม่ล็อกไว้จะทําให้กระทบกระเทือนต่อสถาบันหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า นี่ไงก็ไม่ได้ล็อกไว้ ก็ไม่รู้ จะมีการสอดแทรกหรือแทรกซึมเข้ามา ควรจะพูดให้ชัดเจน เพราะทุกพรรคพูดชัดเจนหมดแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าไปแทรกแซงพรรคอื่น ซึ่งไม่เคยทำ ขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องแตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่แตะเรื่องพระราชอํานาจ เรื่องความมั่นคง เรื่องของสถาบัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ สามารถพูดคุยกันได้ ทั้งเรื่องการได้มาของรัฐสภาอย่างไร และเรื่องรัฐมนตรีอย่างไร ส่วนเรื่องคอร์รัปชัน ถ้าเพิ่มขึ้นก็เห็นด้วย แต่ถ้าลดลงกว่านี้ไม่เห็นด้วย
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลจะมีเงื่อนไขหรือไม่ว่าพรรคที่ร่วมรัฐบาลจะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 นายอนุทินกล่าวว่า ประกาศมาตั้งแต่ปี 2562 ปี 2566 และปี 2569 และปีต่อๆ ไปในอนาคต จนกว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีอยู่ในสารบบการเมือง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการออกเสียงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชน พบว่ามีความสับสนและมีความกังวลกันมากในเรื่องการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีสาเหตุมาจากคำถามที่รัฐบาลตั้งคำถามที่ไม่ชัดเจน และทำให้ตีความได้หลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ประชาชนเกรงว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2
นายสาทิตย์กล่าวอีกว่า ในการดีเบตเมื่อคืนวันที่ 17 ม.ค. ผู้จัดงานตั้งคำถามว่าพรรคไหนไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 ปรากฏว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ได้ยกมือ และอ้างว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 255 ล็อกไว้แล้ว ซึ่งถือเป็นการพูดกำกวม เสมือนว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 255 ล็อกไว้แล้วจะแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ไม่ได้ ซึ่งเข้าใจคลาดเคลื่อนมาก เพราะแม้รัฐธรรมนูญมาตรา 255 บังคับว่าแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐไม่ได้ แต่การดำเนินการตามกระบวนการประชามติจะเพิ่มหมวดใหม่ที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จึงไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในความหมายของมาตรานี้
นายสาทิตย์กล่าวว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 อาจกระทบกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้โดยไม่ขัดกับมาตรา 255 ซึ่งในการแก้ไขมาตรา 256 ครั้งล่าสุดก่อนยุบสภา ยังมีเงื่อนไขกำกับว่าไม่แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมโดยเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการที่มี สส.ของพรรคประชาชนเป็นประธาน และได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอีกด้วย ดังนั้น การยอมให้มีการแก้หมวด 1 หมวด 2 ของหัวหน้าพรรคประชาชน โดยอ้างว่ามีมาตรา 255 ล็อกไว้นั้น จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และทำให้มีผู้ลังเลให้ความเห็นชอบในการลงประชามติเพิ่มขึ้น พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนทบทวนท่าทีนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการลงประชามติวันที่ 8 ก.พ.นี้
ขณะที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.แบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีที่มีคลิปวิดีโออาจารย์ผู้ฝึกสอนและนักฟุตบอลทีมหมอนทองเปล่งเสียงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ และทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การแสดงออกของอาจารย์สกลและน้องนักฟุตบอลก็ดีในเรื่องที่เกี่ยวกับประชามติและรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการใช้สิทธิเสรีภาพที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ และไม่ใช่เป็นการวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองหรือสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งในการเลือกตั้ง
“การที่มีคลิปวิดีโอออกมาอาจทำให้อาจารย์สกลและน้องๆ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ผมยังเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์นั้นอาจจะเกินเลยไปจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากทำให้ผู้บริหารโรงเรียนก็ดี น้องๆ นักฟุตบอลและอาจารย์สกลเองก็ดีไม่สบายใจ ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ และจะลบคลิปทั้งหมดออกจากทุกช่องทางที่ผมได้โพสต์ไป”
นายจาตุรนต์โพสต์ย้ำว่า ท่านที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เซเลบ หรืออินฟลูเอนเซอร์ โปรดสบายใจได้ว่าการแสดงความเห็นในทางใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเป็นสิ่งที่กระทำได้โดยเสรีและมีกฎหมายคุ้มครอง ไม่เป็นเรื่องเสียหายใดๆ และยังเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองด้วย
ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ประชามติรัฐธรรมนูญไม่ใช่ตีเช็คเปล่า เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่มีเนื้อหาที่ว่าจะจัดทำใหม่ทั้งฉบับอย่างไร ดังนั้นหากจะจัดทำใหม่ ก็ให้ไปถามประชาชนก่อนว่าเห็นชอบหรือไม่ โดยต้องถาม 3 ครั้งคือ ครั้งแรก เห็นชอบไหมที่จะให้จัดทำใหม่, ครั้งที่ 2 ถามวิธีการและสาระสำคัญที่จะแก้ และครั้งที่ 3 ค่อยเอาที่จัดทำใหม่ทั้งฉบับมาผ่านประชามติอีกที ดังนั้น ครั้งที่ 1 จึงเป็นแค่เปิดประตูไปสู่วิธีการและสาระสำคัญในครั้งที่ 2
นายสมชัยโพสต์อีกว่า วิธีการคือใครจะเป็นคนแก้ จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หรือ ไม่มี ส.ส.ร. หรือกรรมาธิการยกร่างจะมาจากไหน แล้วร่างเสร็จจะมาจบที่สภาอีกรอบอย่างไร เพราะศาลชี้ว่าประชาชนร่างเองโดยตรงไม่ได้ ส่วนสาระสำคัญคือ จะแก้เรื่องอะไร จะไม่แก้เรื่องเรื่องอะไร หมวดไหนแก้ หมวดไหนไม่แก้ ที่กลัวว่าจะไปแก้หมวด 1 หมวด 2 ถ้าไม่ระบุในสาระสำคัญของสิ่งที่จะแก้ ก็แปลว่าไม่แก้เรื่องดังกล่าว
“วิธีการและสาระสำคัญดังกล่าว ต้องเป็นข้อสรุปของสภาชุดใหม่ ในรูปการผ่าน 3 วาระจากรัฐสภา ในประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ส่งมาให้คณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติให้มีการทำประชามติครั้งที่ 2 ประชามติครั้งที่ 1 จึงเป็นเพียงแค่พยักหน้า ให้มีการเขียนเช็คที่ระบุตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ได้ตีเช็คเปล่าแต่อย่างใดครับ สบายใจได้”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รับรอง499สส.จ่อเปิดสภา
กกต.ประกาศรับรอง 100 สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และเพิ่ม สส. 3 เขต ยกเว้นสุพรรณบุรี
ธปท.ห่วงฉุดจีดีพี มั่นใจศก.ยังแกร่ง เอกชนผวาจบช้า
"ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ" รับสงครามตะวันออกกลางขย่มเศรษฐกิจไทย ชะลอ 0.1-0.2%
‘พระราชินี’ทรงแนะสตรี ปรับตัวเท่าทันบริบทใหม่
"พระราชินี" ทรงเป็นประธานเปิดโครงการ “สสธวท...สตรีทรงพลัง” ครบ 50 ปี
7มี.ค.อพยพคนไทยพ้นอิหร่าน
“กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน” อ้างควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ “ทรัมป์”
ห้ามขึ้นสินค้า-ขนส่ง นํ้ามันไม่ขาดใช้3เดือน แจงรายวันคลายกังวล
"ทูตสหรัฐ" เข้าทำเนียบฯ พบ "อนุทิน" คาดหารือวิกฤตตะวันออกกลาง
'ทูตสหรัฐ' เข้าทำเนียบฯ พบ 'อนุทิน' คาดหารือสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง
นายฌอน เค. โอ นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าเป็นการหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เข้าหารือด้วย

