“ตรีนุช” ไฟเขียวยกเครื่อง "ประกันสังคม" ปรับโฉมบริหารมืออาชีพ เพื่อประโยชน์ "24 ล้านผู้ประกันตน-5 แสนนายจ้าง" สั่งปลัดแรงงานชูต้นแบบกองทุน กบข. "อภิสิทธิ์” ชี้ต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ แยก "สปส." เป็นหน่วยงานอิสระ "เท้ง" ซัดใช้เงินไม่โปร่งใส ต้องเริ่มแก้ที่การเมืองก่อน
เมื่อวันที่ 25 มกราคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหาสำนักงานประกันสังคมว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตั้งมา 31 ปีแล้ว น่าจะถึงเวลาปฏิรูปให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งได้ให้นโยบายมาตั้งแต่แรก และมอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงานดำเนินการจัดจ้างสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญสูงเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ และเสนอแนวทางในการปฏิรูประบบและโครงสร้างการบริหารการประกันสังคมของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการบริหารโดยมืออาชีพ เน้นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการเงินการคลัง และมีความเข้าใจในบริบทความต้องการของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ซึ่งข้อจำกัดสำคัญที่ต้องแก้ไขโดยเร็วคือ ปัญหาเชิงระบบและโครงสร้างการบริหาร ที่ส่งผลต่อความคล่องตัวและการดูแลผู้ประกันตน
“ได้ให้นโยบายมาก่อนหน้านี้แล้วในเรื่องการปฏิรูประบบและโครงสร้างประกันสังคมใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าสำนักงานประกันสังคมควรมีความเป็นอิสระและคล่องตัว เพื่อประโยชน์ของทั้งผู้ประกันตน 24 ล้านคน และนายจ้างอีกกว่า 5 แสนราย” น.ส.ตรีนุชระบุ
ทั้งนี้ ได้มอบให้ปลัดกระทรวงแรงงานไปศึกษาโมเดลการบริหารงานที่แยกออกจากระบบราชการเดิม เช่น การปรับรูปแบบให้คล้ายคลึงกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือการบริหารจัดการในลักษณะสถาบันการเงินที่มีความยืดหยุ่นสูง
รมว.แรงงานกล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของการปฏิรูปครั้งนี้คือการสร้างระบบสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและยั่งยืนให้กับผู้ประกันตนทุกมาตรา ยืนยันว่าการตัดสินใจลงทุนและการนำเงินกองทุนไปใช้ในอนาคต จะต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่แม่นยำ มีการวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้าน และยึดหลักธรรมาภิบาลที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือน้ำพักน้ำแรงของผู้ประกันตน ภารกิจของกระทรวงแรงงานคือการเปลี่ยนโฉมองค์กรให้เป็นมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่ากองทุนนี้จะเป็นที่พึ่งที่มั่นคงและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทั้งผู้ประกันตนและประชาชนอย่างแท้จริง
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลต่อการพัฒนาสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 (แรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ) รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2568 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 ส่งผลให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 มากกว่า 500,000 คน ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นหลายรายการ อาทิ การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่มเงินทดแทนกรณีพบแพทย์ ไป-กลับ หรือผู้ป่วยนอกจากเดิม ครั้งละ 50 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี ปรับเพิ่มเป็นครั้งละ 200 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิต ได้ปรับเพิ่มค่าทำศพ จาก 20,000 บาท เป็น 25,000 บาท เป็นต้น
ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงตลาดมีนบุรีว่า เรื่องประกันสังคมถูกถามในเวทีดีเบต คือกรรมการมีมติไปแล้ว แต่ว่าสูตรใหม่จะมีประเด็นในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการคำนวณ ซึ่งตนไม่ได้มีปัญหา ยกเว้นว่าจะมีคนอยู่กับกลุ่มเล็กๆ ที่น่าจะได้รับผลกระทบ อาจจะต้องไปดูตรงนั้น สำหรับนโยบายระยะยาวของพรรคต้องการให้ สปส.เป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อให้การบริหารมีความโปร่งใสจริงๆ และต้องมีการปรับรื้อครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ยังต้องเสียเงินเรื่องค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าผู้ประกันตนจ่ายเงินทั้งสำหรับประกันสังคมของตัวเอง จ่ายภาษีเพื่อดูแลระบบ 30 บาทด้วย แต่บางครั้งหลายเรื่องการได้รับสิทธิกลับน้อยกว่า
"เรามีแนวคิดที่จะให้เขาเข้าสู่ระบบของประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปเลย แต่เงินที่สมทบนำไปสมทบในเรื่องอื่น เช่นชราภาพ ซึ่งน่าจะดีกว่า" นายอภิสิทธิ์ระบุ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่เราเรียกร้องไม่มีอะไรที่เกินไปกว่าการจะทำให้เงินของผู้ประกันตนทุกคนจะได้ใช้จ่ายอย่างโปร่งใส และตกถึงมือทุกคนมากที่สุด ทั้งนี้รัฐมนตรีสามารถแสดงจุดยืนได้ทุกเวลา การทำให้เงินกองทุนประกันสังคม และงบประมาณทุกอย่างของรัฐโปร่งใส ตกถึงมือประชาชนมากที่สุด ต้องเริ่มแก้ที่การเมืองก่อน
ส่วนที่กองทุนประกันสังคมสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน โชว์กำไรกว่า 80,000 ล้านบาทนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้าบริหารด้วยมืออาชีพกว่านี้ เชื่อว่าผลตอบแทนของกองทุนประกันสังคมสามารถมากกว่านี้ได้
น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ ระบุถึงปัญหา สปส.ว่า หลักฐานมีทุกอย่าง ขาดแค่ รมว.แรงงานที่มีเจตจำนงเข้าไปเพื่อเอาผิด และทำเพื่อผู้ประกันตนและมนุษย์เงินเดือนจริงๆ ซึ่งถ้าไม่ใช่ รมว.แรงงานจากพรรคประชาชน คงไม่มีใครหน้าไหนที่จะเอาผิดคนในกระทรวงแรงงานและคนในประกันสังคมได้ ไปเปิดดูชื่อ รมว.แรงงาน 10 คนย้อนหลัง ว่ามาจากพรรคไหนบ้าง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเราไม่สามารถเอาผิดใครได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินยืนยัน ไทยไร้นิปาห์ สนามบินเข้ม
นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์ ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังโควิด
ปชช.3%อ่านรธน.จบ อึ้ง48%เข้าใจเล็กน้อย
สวนดุสิตโพลเผยมีแค่ 3% ที่เคยอ่านรัฐธรรมนูญจนจบ ซ้ำร้าย 48% เข้าใจแค่เล็กน้อย
เงินล้านไม่ตรงปก! พท.ส่งกกต.มีแค่นโยบายของขวัญ/จุลพันธ์เพ้อเป็นการลงทุน
“จุลพันธ์” อ้างเต็มปากโครงการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ไม่ใช่แจกเงิน
พิธาดันเท้งนั่งนายกฯ2สมัย
“อนุทิน” ลุยหาเสียงภาคอีสาน 2 จว. เหยียบถิ่น “หนองบัวลำภู" สักการะสมเด็จพระนเรศวรฯ
ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!
รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
‘แกว่งส้มหาเสี้ยน’ ร้องกกต.ฟัน‘เจี๊ยบ’
"เรืองไกร" ร้อง กกต.สอบ "เจี๊ยบ" กับพวกปราศรัยถูกปล้นชัยชนะ ชี้ผิดฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.และเข้าข่ายถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่ ระบุกรณีตัวอย่างคำวินิจฉัย กกต.

