‘ศุภจี’ปัดเป็นนางแบกพรรค ชูวิทย์โพลภท.แตะ180เสียง

10 วันสุดท้ายทุกพรรคลงพื้นที่หาเสียงคึกคัก "อนุทิน" ตำหนิผู้สมัคร ภท.บางคนชาวบ้านไม่รู้จัก "ศุภจี" บอก "โคตรดูดีมาก" ขึ้นปราศรัย "อุบลฯ-ภูเก็ต" ปัดเป็นนางแบกพรรค  "เท้ง" แทรกหมายลงเมืองกาญจน์ปลุกกระแสส้ม  "ดร.เชน" ไปน่าน-แพร่ ขอแดงทั้งแผ่นดิน "มาร์ค"   ลุยกรุงเก่าขอพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ "ชูวิทย์โพล" ฟันธง "ภูมิใจไทย" มาที่ 1  แตะ 180 เก้าอี้ "เพื่อไทย" อันดับ 2 "ประชาชน" ตามมาไม่เกิน 110 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรค ภท.  ดูแลการหาเสียงภาคใต้ เชิญชวนประชาชนให้เลือกพรรคที่รักชาติ ฝ่ายไหนที่ไม่รักชาติไม่จำเป็นต้องเลือกว่า ยังไม่ได้ยินอย่างนั้น ให้ถามจากนายพิพัฒน์ที่อยู่ระหว่างไปช่วยหาเสียงในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งยังไม่ได้คุยกัน

นายอนุทินกล่าวว่า ในการออกแคมเปญรณรงค์หาเสียงทุกคนทราบกรอบกฎหมาย  ไม่ใช่แค่การประชุมพรรค แต่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ย้ำให้ทุกคนแยกบทบาทหน้าที่ให้ดี เพราะยังมีความเป็นรัฐมนตรีอยู่ ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมือง ต้องทำหน้าที่ให้ดีจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่

"รัฐมนตรีคนไหนจะไปหาเสียงเลือกตั้งในเวลาราชการต้องลาราชการให้ถูกต้อง ไม่ใช้ทรัพย์สินของราชการ ไม่ใช้รถประจำตำแหน่ง รถนำขบวน ไม่นำข้าราชการประจำไปเพื่ออำนวยความสะดวกหรือประสานงาน" นายอนุทินกล่าว

ถามว่า กังวลหรือไม่ว่าพรรค ภท.จะถูกดิสเครดิตในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน คิดว่าถ้าเราไม่ใช่คู่แข่งที่มีศักยภาพเหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 คงไม่โดนกระแสดิสเครดิตหรือต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามแรงขนาดนี้

"ยอมรับมีกังวลบ้างว่า สส.จะสอบผ่านหรือเปล่า เพราะเวลาที่ไปปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.หาเสียงแล้วประชาชนไม่รู้จัก แสดงว่าขยันไม่จริง  หรือผู้สมัครยังลงพื้นที่ไม่เต็มที่ ต้องเรียกมากำชับให้ลงพื้นที่ให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น" หัวหน้าพรรค ภท.ระบุ

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ภท. กล่าวถึงกระแสตอบรับการลงพื้นที่ทั้งจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 27 ม.ค. และจังหวัดภูเก็ต วันที่ 28 ม.ค.ว่า โคตรดูดีมาก ทุกคนมีความสนใจและกระตือรือร้น อีกทั้งยังมีความต้องการที่จะทราบว่าเราจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งสำหรับตนก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี จึงรู้สึกชื่นใจ

ถามว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านางศุภจีแบกพรรค ภท. นางศุภจีถึงกับส่ายหน้าก่อนบอกว่า ไม่รู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ เพราะแต่ละคนต่างมีหน้าที่ และตนก็ตัวเล็กนิดเดียว ที่ทำก็คือในเรื่องของการค้าการขาย ซึ่งถ้าเราดูนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้ง ส่วนใหญ่จะบอกว่าจะให้อะไร และส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของรายจ่าย แต่สำหรับตนมาในเรื่องของการหารายได้ว่าจะเข้ามาอย่างไร เพื่อให้เราสามารถจ่ายได้ในสิ่งที่ควรจะเป็น

โค้งท้ายหาเสียงกันคึกคัก

ส่วนนายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ลงพื้นที่ตลาดอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ช่วยนายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร สส.เขต 3 พรรค ภท.หาเสียง โดยได้เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อพระยาจักร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอู่ทองเคารพนับถือ จากนั้นได้เดินหาเสียงภายในตลาด

นายวราวุธให้สัมภาษณ์ว่า ห่วงทุกๆ เขตในสุพรรณบุรี เพราะทุกเขตล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยง และเป็นครั้งที่เรามีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามใช้โอกาสนี้เข้ามาแย่งคะแนนเราไป แต่เราก็ไม่ประมาท โดยเฉพาะผู้สมัคร สส.ในเขตเอง เราก็มาขอความเมตตาจากพี่น้องชาวสุพรรณบุรีทั้ง 10 อำเภอในการลงคะแนนให้ผู้สมัครเราทั้ง 5 คนเหมือนเดิม

พรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส. จ.กาญจนบุรี พรรค ปชน. หาเสียงหน้า บขส.กาญจนบุรีและตลาดท่าม่วง มีประชาชนมาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจขอให้ชนะเลือกตั้ง

นายณัฐพงษ์ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า จุดประสงค์ที่มาในวันนี้คือมาเติมความหวังมาเติมแรงใจให้แก่กัน ตนมาถึงก็ได้จดหมายเลย มีคนส่งมาบอกว่าช่วยทำให้ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในขอบเขตอำนาจของตัวเอง ครอบจักรวาลแบบนี้ใครจะทำอะไรก็ไม่ใช่ว่าจะให้ไปขอศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ถูกต้องว่าทำไมเราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้ระบบการเมืองไทยดีขึ้น

 “เราอยากตั้งรัฐบาลประชาชน เพื่อเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้อย่าเพิ่งหมดหวัง สู้ต่อไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการจัดคิวเพื่อพบปะประชาชนแทรกสลับระหว่างการดีเบต ซึ่งหลังจากลงพื้นที่กาญจนบุรีแล้วนายณัฐพงษ์จะไปร่วมเวทีดีเบตต่อที่ย่านบางแค

พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.น่าน ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.น่าน พรรค พท.ทั้ง 3 เขต ซึ่งก่อนขึ้นเวทีปราศรัยนายยศชนันได้เดินทางไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ไหว้พระขอพรเสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมสนทนาธรรมกับพระราชนันทวัชรบัณฑิต (ธรรวัตร จรณธมฺโม) รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง ที่ได้มอบองค์พระธาตุแช่แห้ง (จำลอง) และประพรมน้ำมนต์ พร้อมอวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ

โดยนายยศชนันปราศรัยเป็นภาษาเหนือตอนหนึ่งว่า วันนี้เชนมาหาพ่อแม่พี่น้องเมืองน่านแล้วเน้อ ขอน่านทั้ง 3 เขต วันนี้มาเมืองเหนือเพื่อประกาศศักดาว่าภาคเหนือเพื่อไทยแดงทั้งแผ่นดิน

จากนั้นนายยศชนันและคณะยังเดินทางต่อไปที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ อ.เมืองฯ จ.แพร่ ช่วยผู้สมัคร สส.ทั้ง 3 เขตของ จ.แพร่หาเสียง ทันทีที่นายยศชนันมาถึงได้มีประชาชนต่างรุมกอดหอม พร้อมมอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง แคบหมู น้ำพริกน้ำย้อย ทองม้วน ข้าวแต๋น ข้าวหลาม

นายยศชนันปราศรัยยังคงเน้นย้ำว่า ขอให้เลือกพรรค พท.ทั้งแผ่นดิน ครั้งนี้เราไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทำเพื่อคนแพร่และของพวกเรา

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค นำคณะลงพื้นที่ตลาดเจ้าพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือนายกอุ๊ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้ารวมกลุ่มยืนรอต้อนรับพร้อมเสียงตะโกนกึกก้อง  “ขอบคุณที่กลับมาช่วยเปลี่ยนอยุธยาให้เจริญ”  โดยนายอภิสิทธิ์นำคณะเข้าสักการะพระพรหมด้านหน้าตลาดเจ้าพรหม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพระนครศรีอยุธยามาอย่างยาวนาน ก่อนเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางหาเสียง

ไฮไลต์ระหว่างการลงพื้นที่คือภาพประทับใจจาก “น้องแทนไท” อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์ในงานสัปดาห์หนังสือ เมื่อครั้งตนมีอายุเพียง 3 ขวบ โดยนายอภิสิทธิ์อุ้มไว้บนตักมามอบให้ดูอีกครั้ง เมื่อทราบว่านายอภิสิทธิ์จะมาครอบครัวจึงตั้งใจมารอต้อนรับ

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่คาดหวังคือเราจะมีโอกาสเข้ามาพัฒนาพระนครศรีอยุธยา เพราะเป็นอีกพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการ จะทำให้สามารถสร้างรายได้ สร้างความเป็นอยู่ที่กินที่ดี

โพลชูวิทย์ ภท.เหนือ พท.-ปชน.

ถามถึงเหตุผลการออกมาชี้แจงกรณีศพที่วัดปทุมวนาราม และการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ช่วงการชุมนุมปี 53 นั้น  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการอะไร เพียงตัวอย่างของคดีของเสธ.แดง เป็นหนึ่งในคดีที่เห็นชัดเจนว่ามันจะต้องมีการดำเนินการต่อ ซึ่งคิดว่ามีกระบวนการวิธีการที่ดีที่สุดที่จะให้ความเป็นธรรมกับคนที่สูญเสีย

"ไม่ต้องการนำประเด็นดังกล่าวหาเสียง แต่เรื่องนี้เกิดจากการตอบคำถามในรายการโทรทัศน์ ที่เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างไร และเราคิดอย่างไร ผมก็ตอบ ไม่ได้มีเรื่องของการเอาเรื่องนี้มาหาเสียงใดๆ เป็นการตอบคำถามตามปกติ เพราะสื่อมวลชนเป็นผู้ถาม" นายอภิสิทธิ์กล่าว

พรรคร่วมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณตลาดเมืองไทยภัทร ช่วย น.ส.สุภกฤตา ธงไชย ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 หาเสียง มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยให้การต้อนรับและให้กำลังใจอย่างอบอุ่น รวมทั้งได้สะท้อนปัญหาที่ต้องการให้พรรค รทสช.เข้ามาช่วยแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต

นายพีระพันธุ์ระบุว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลข GDP แต่ให้ความสำคัญกับเงินในกระเป๋าของประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการลดภาระค่าครองชีพ

พรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ  ลงพื้นที่ช่วย น.ส.กุลธิภัสร์ ธนวีรชุติวัฒน์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 บริเวณสวนสาธารณะสุสานแต้จิ๋ว โดย นายสุชัชวีร์เปลี่ยนเป็นชุดวิ่งออกกำลังกายพาผู้สมัครวิ่งรอบสวนสาธารณะ และขอคะแนนเสียงไปด้วย พร้อมพูดคุยกับชาวบ้านที่มาออกกำลังกาย

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า โค้งสุดท้ายทุกพรรคต่างก็ต้องทำให้เต็มที่ พรรคไทยก้าวใหม่ก็ต้องทำเต็มที่เช่นเดียวกัน พร้อมขอฝากถึงประชาชน โดยย้ำว่า เราเบื่อการเมืองแบบเดิม ดังนั้น อย่าเลือกแบบเดิม เลือกแบบเดิม เลือกคนเดิม ก็เหมือนเดิม

พรรคประชาชาติ (ปช.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค ปช. ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ตอนหนึ่งระบุถึงการคืนความปกติสุขให้พื้นที่ผ่านการปรับปรุงกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันรัฐเน้นความมั่นคงของรัฐ จนละเลยความมั่นคงของประชาชน  ดังจะเห็นได้จากการคงอยู่ของกฎอัยการศึกและการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ยาวนาน

วันเดียวกัน ที่โรงแรมเดอะเดวิส นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ในนามราษฎรเต็มขั้น แถลงข่าวตอบโต้พรรค ปชน. หัวข้อ “จริยธรรมพรรคส้ม ส่งผู้สมัครเทาอีกแล้ว!” โดยมีการนำส้มใส่กระปุก ติดป้าย “สีเทา” และทำน้ำส้มคั้นต่อหน้าสื่อ พร้อมทั้งนำบลูเบอร์รีเป็นสัญลักษณ์แทนพรรคน้ำเงิน และสตรอว์เบอร์รีแทนพรรคแดง มาวางบนโต๊ะคู่กันประกอบการแถลงด้วย

นายชูวิทย์เริ่มต้นด้วยการโชว์ผ่าผลส้มแล้วคั้นน้ำดื่มสดๆ พร้อมกล่าวเปรียบเทียบว่า "ภายในผลส้มนั้นเละหมดแล้ว" ก่อนจะฟันธงว่า สุดท้ายพรรคบลูเบอร์รีจะจับมือกับพรรคสตรอว์เบอร์รีจัดตั้งรัฐบาล ทอดทิ้งพรรคส้มไว้เบื้องหลัง

จากนั้นนายชูวิทย์แถลงพร้อมเปิดคลิปเสียงสนทนาที่อ้างว่าเป็นเสียงของบิ๊กโจ๊กสนทนากับบุคคลที่อ้างว่าเป็นแกนนำพรรคส้ม โดยมีการระบุชื่อนายรังสิมันต์ โรม และนายชัยธวัช ตุลาธน เนื้อหาเป็นการเจรจาว่าหากสามารถช่วยให้พรรคได้ สส.ในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 10 ที่นั่ง จะมีการแลกเปลี่ยนกับตำแหน่ง "รองนายกรัฐมนตรีที่คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ซึ่งนายชูวิทย์ยืนยันข้อมูลต่างๆ ตนไม่ได้หามาเอง แต่คนในพรรคส้มส่งมาให้

ในช่วงท้าย นายชูวิทย์ได้เปิดเผยผลคาดการณ์การเลือกตั้ง 2569 ว่า อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย คาดได้ สส.รวม 170-180 ที่นั่ง, อันดับ 2  พรรคเพื่อไทย คาดได้ สส.รวม 140-148 ที่นั่ง, อันดับ 3 พรรคประชาชน คาดได้ สส.รวม 100- 110 ที่นั่ง (โดยใน กทม.จะได้เพียง 20-25 ที่นั่ง)

"ภารกิจการแฉของผมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 7 ก.พ. เวลา 18.00 น. และจะยังมีข้อมูลเชิงลึกปล่อยออกมาอีกในช่วงเวลาที่เหลือ" นายชูวิทย์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ควงทีมภูมิใจไทย หาเสียงหล่มสัก ชาวบ้านอวยพรให้กลับมาเป็นนายกฯ

‘อนุทิน’ ควง ‘สันติ-นายกด๊อยซ์’ หาเสียงเมืองมะขามหวาน  เจอเพื่อนเก่านั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยว  ก่อนเดินทักทายปชช.ตามบ้าน ‘เจ้

'อนุทิน' โยน 'พิพัฒน์' แจงปมยุให้เลือกฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ บอกยังไม่ได้ยินแบบนั้น

"อนุทิน" ยัน มท. ตรวจสอบชื่อประชาชนตลอด หลังคนโวยชื่อผีโผล่ในทะเบียนบ้าน วอนอย่าผูกเรื่องโยงเลือกตั้ง เผย ยังไม่พบเคลื่อนไหวผิดปกติ ยันแยกบทบาทส่วนตัว-การเมือง โยน "พิพัฒน์" แจงปมขีดทางเลือกประชาชนฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ แนะ ระวังบทบาทช่วงเลือกตั้ง