“โฆษกดีเอสไอ” ยอมรับยุติสอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวปมเขากระโดงแล้ว หลังสอบมานานกว่า 7 เดือน อ้างคดีอยู่ในมือ ป.ป.ช. ที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจไว้
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 มีความเคลื่อนไหวในคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง พื้นที่ ต.อิสาณ ต.เสม็ด อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ หลังจากก่อนหน้านี้มีตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เคยเข้าร้องทุกข์ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบการบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ จำนวน 4,414 ไร่ ซึ่งดีเอสไอได้สืบสวนมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.2568 หรือกว่า 7 เดือน
โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ ระบุว่า ขณะที่ดีเอสไอได้สืบสวนอยู่นั้น ได้สอบถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงทราบว่าตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้สืบสวนในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน ประเด็นเดียวกัน และ ปปป.ก็ได้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว จึงทำให้เรื่องใดก็ตามที่ดีเอสไอสืบสวนในประเด็นเดียวกันอยู่นี้ ต้องส่งไปประกอบสำนวนด้วยเช่นกัน เพื่อให้ ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบพิจารณา
พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า สำนวนสืบสวนของดีเอสไอที่ส่งให้ ป.ป.ช.ไปพิจารณาร่วมกับสำนวนของ บก.ปปป. ได้ระบุข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในสำนวน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่มีผู้ร้องทุกข์ไว้ ทั้งนี้ สถานะคดีล่าสุดดีเอสไอจึงได้ยุติเรื่องสืบสวนดังกล่าว เนื่องจากเหตุผลทางข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญว่าการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐใด กฎหมายระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.
“เรื่องทางปกครองและทางแพ่งที่ยังเป็นเรื่องดำเนินคดีคงค้างกันอยู่นั้น ทราบว่าก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ว่าจะเพิกถอนที่ดินหรือไม่ ซึ่งก็ปรากฏตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีมติไม่เพิกถอนที่ดิน จึงมีการฟ้องขอให้เพิกถอนมติเดิมนี้ ทำให้ยังคงมีคดีในศาลปกครองกันอยู่ และมีคดีแพ่งที่ค้างอยู่ระหว่างราษฎรและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดีเอสไอจึงเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ เห็นควรให้ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานท้องที่ เพื่อสามารถนำใช้ดำเนินการต่อไป”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งเเวดล้อม ดำเนินการสืบสวนเรื่องข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดง ต่อมา รฟท.ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล หรือฝ่ายกฎหมายของ รฟท. เป็นผู้รับมอบอำนาจเข้าดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานดีเอสไอในวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.2568 เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความประสงค์ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ รฟท. และเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของ รฟท.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘วัส’ ชี้ปรากฏการณ์รัฐประหารโดยพลเรือน ทำประชาธิปไตยอ่อนแอ
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า จาก "เขากระโดง" ถึง "บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง": เจาะลึกสภาวะ State Capture และปรากฏการณ์ "รัฐประหารโดยพลเรือน" ในสังคมไทย
อนุทินยันผ่านฉลุย มั่นใจในเสียงรัฐบาลไม่คิดปรับครม.ไร้ดีล‘กล้าธรรม’
"อนุทิน” มั่นใจเสียงพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้า “กล้าธรรม” ยกมือให้ก็สาธุ เผยยังไม่คิดปรับ ครม.หลังจบอภิปราย หยอก “พลพีร์” คนกลัวโดนปรับคือคนรอดซักฟอก
คนกรุงเตรียมเฮ ค่ารถไฟ45บาท
“พิพัฒน์” กางแผนลดค่าครองชีพคนกรุง 1 ม.ค.70 รถไฟฟ้าแรกเข้า 17 บาท สูงสุด 45 บาทต่อขา เปลี่ยนสายไม่เสียซ้ำ เปลี่ยน ขสมก.ครั้งใหญ่ ดันรถเมล์ EV 2,320 คัน เชื่อมตั๋วเดียว น้ำ-ล้อ-ราง รถร้อนสูญพันธุ์
งานท่วมนายกฯลงใต้
น้ำลดแต่งานยังท่วม "อนุทิน" กำชับบริหารสถานการณ์รอบคอบ ลดความขัดแย้งในพื้นที่-หลีกเลี่ยงปะทะคารม เผย มท.สรุปยอดโอนเงินแล้ว 48,600 ครัวเรือน ย้ำเข้าช่วย "ปราจีนฯ-ฉะเชิงเทรา" ต่อเนื่อง ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก กำชับสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย ฟังแล้วสามารถปฏิบัติตามได้ทันที
‘บิ๊กราญ’นำ ทัพ! บุกทลายจีนเทา
“บิ๊กราญ” นำทัพ สตม.-บช.น. เปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวกลางกรุง เฟส 8 เจาะ 4 หมู่บ้านหรู ค้น 17 จุด บุกรวบผู้ต้องหา หมายแดง-INTERPOL-Scammer ที่ทางการจีนต้องการตัว มูลค่าทรัพย์สินกว่า 6,000 ล้าน
ดีเอสไอ เปิดคำให้การ 'หนุ่ม กรรชัย' บริจาคเงิน 1.5 ล้าน เข้ามูลนิธิฯ-บัญชีส่วนตัว 'กัน จอมพลัง'
"ดีเอสไอ" เปิดคำให้การ "หนุ่ม กรรชัย"ยืนยันตัวเลขเงินบริจาครวมราว 1.5 ล้านบาท เข้าบัญชี "มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ - บัญชีส่วนตัวกันจอมพลัง" ไม่นับรวมยอดหลักหมื่นบาทประปรายตามปากต่อปากของกันจอมพลังรุดช่วยเหลือชาวบ้าน - สนับสนุนถุงยังชีพ และเห็น "กันจอมพลัง" ลงพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านจริง จึงให้ความไว้ใจช่วยเหลือบริจาคเงิน "พนักงานสืบสวน" ชี้ ทั้งคู่ไม่มีเรื่องผลประโยชน์แอบ

