ทรัมป์ปลุกมหาอำนาจ ป้อง‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

“โดนัลด์ ทรัมป์” กวักมือเรียกมหาอำนาจช่วยกันรักษาความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมฟุ้งเอาชนะได้แล้ว “อิหร่าน” สู้ยิบตา เอาคืนโจมตีสถานทูตมะกันในกรุงแบกแดดและโรงงานพลังงานขนาดใหญ่ของยูเออี “สงคราม” เริ่มลามจุดพลุอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์คุกรุ่น รวมถึงวงการกีฬา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากเหตุสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2569   โดยสงครามยังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 40%  เนื่องจากอิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก รวมถึงการโจมตีโรงงานผลิตพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย โดยพบกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นเหนือเมืองฟูไจราห์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือเก็บและส่งออกน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) หลังจากที่กองทัพอิหร่านเตือนพลเรือนของยูเออีให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ท่าเรือ

ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ก่อนหน้านี้เคยให้คำมั่นว่ากองทัพเรือสหรัฐจะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้ ได้เรียกร้องขอส่งกำลังเสริมในวันเสาร์ โดยโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า หลายประเทศจะส่งเรือรบร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาความปลอดภัยและเปิดเส้นทางในช่องแคบ พร้อมระบุว่า  จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอังกฤษ หวังว่าจะอยู่ในกลุ่มประเทศเหล่านั้นด้วย

ต่อมาเขากล่าวว่า แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเอาชนะอิหร่านได้แล้ว แต่ประเทศที่พึ่งพาช่องแคบนี้เพื่อขนส่งน้ำมันต้องดูแลเส้นทางนั้นให้ดี และเราจะให้ความช่วยเหลือ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐได้โจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกน้ำมันเกือบทั้งหมดของอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวว่า ได้ทำลายเป้าหมายทางทหารทุกแห่ง โดยไม่ทำลายโรงงานด้านพลังงาน

ส่วนอิหร่านได้เตือนว่าบริษัทน้ำมันและพลังงานที่เชื่อมโยงกับสหรัฐจะกลายเป็นกองเถ้าถ่านหากถูกโจมตี โดยอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ย้ำคำขู่ดังกล่าว และกล่าวหาว่าวอชิงตันยิงจรวดใส่เมืองคาร์กจากฐานทัพในยูเออี 

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ กล่าวว่า สงครามกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ พร้อมเตือนว่าสงครามจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น

สำหรับสถานการณ์สงครามนั้น อิหร่านยังคงเผชิญกับการโจมตีอย่างหนัก โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีการโจมตีในหลายจังหวัด รวมถึงการโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในเมืองอิสฟาฮาน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย ตามรายงานของสำนักข่าวฟาร์ส ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลมากกว่า 1,200 คน ส่วนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าวว่ามีผู้พลัดถิ่นมากถึง 3.2 ล้านคน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า กองกำลังสหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 15,000 แห่ง รายงานฉบับหนึ่งในสัปดาห์นี้ระบุว่า เฉพาะในช่วงหกวันแรก วอชิงตันต้องเสียค่าใช้จ่ายไปถึง 11.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ทหารสหรัฐเสียชีวิต 13 นาย ส่วนสื่อสหรัฐรายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ส่งเรือยกพลขึ้นบก USS Tripoli และนาวิกโยธินประมาณ 2,500 นายไปยังภูมิภาคดังกล่าว

ในอิหร่าน ผู้นำดูเหมือนจะมุ่งมั่นที่จะแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพ แม้ว่าผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี จะถูกสังหารในวันแรกของสงครามก็ตาม และบุตรชายของเขา โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ และมีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บ แต่อิหร่านแถลงเมื่อวันเสาร์ว่าไม่มีปัญหาใดๆ กับผู้นำสูงสุดคนใหม่

แม้อิหร่านจะเผชิญกับแสนยานุภาพทางอาวุธที่เหนือกว่าของสหรัฐและอิสราเอล แต่ดูเหมือนอิหร่านจะมุ่งมั่นต่อสู้ต่อไป โดยสถานทูตวอชิงตันในอิรักยังถูกโจมตีด้วยโดรน ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งที่  2 ในระหว่างสงคราม ขณะที่สถานกงสุลยูเออีในเคอร์ดิสถานของอิรักถูกโจมตีเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์เช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐในกรุงแบกแดดเรียกร้องให้พลเมืองออกจากประเทศโดยทันที และเตือนไม่ให้เข้าใกล้สถานทูตหรือสถานกงสุลในเมืองเออร์บิล เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงจากขีปนาวุธ โดรน และจรวดในน่านฟ้าอิรัก

ในประเทศคูเวต การโจมตีด้วยโดรนได้สร้างความเสียหายให้กับระบบเรดาร์ของสนามบินนานาชาติ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ส่วนกรุงเยรูซาเลม ได้ยินเสียงระเบิดเหนือเมือง หลังจากที่กองทัพตรวจพบขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่านเมื่อวันเสาร์ ต่อมาเตหะรานยืนยันว่าได้ยิงขีปนาวุธอีกชุดหนึ่ง ขณะที่กาตาร์ได้อพยพประชาชนในบางส่วนของใจกลางเมืองโดฮา และสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 2 ลูก

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวเมื่อคืนวันเสาร์ว่า พวกเขาได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอัล-คาร์จ ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งซาอุฯ ยังไม่ยืนยันการโจมตีดังกล่าว แต่ก่อนหน้านี้กล่าวว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธ 6 ลูกที่มุ่งหน้าไปยังอัล-คาร์จ

ริยาด พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังทหารอเมริกันจำนวนมากถูกอิหร่านโจมตีหลายครั้ง รวมถึงการโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมัน แต่ริยาดก็ไม่ได้ส่งกองกำลังทหารเข้าตอบโต้

สงครามครั้งนี้ยังจุดชนวนให้เกิดการสู้รบครั้งรุนแรงอีกระลอกระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน โดยกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะรานโจมตีอิสราเอลหลังจากการเสียชีวิตของคาเมเนอี และนาอิม กัสเซม ผู้นำของกลุ่มได้เรียกความขัดแย้งในปัจจุบันว่าเป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

ทางการเลบานอนระบุว่า อิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศและทางบก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 826 คน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกคำสั่งอพยพครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยตารางกิโลเมตรในเลบานอน ส่งผลให้ประชาชนหลายแสนคนต้องพลัดถิ่น และก่อให้เกิดคำเตือนถึงภัยพิบัติทางมนุษยธรรม

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า ได้ปะทะโดยตรงกับกองกำลังอิสราเอลในเมืองคิอัมทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อช่วงดึกวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งการปะทะกันเริ่มต้นขึ้นเวลา 21.20 น. (1920 GMT) โดยมีการใช้อาวุธขนาดเบาและขนาดกลาง รวมถึงกระสุนจรวด

เจ้าหน้าที่เลบานอนรายหนึ่งเปิดเผยว่า  ประเทศเลบานอนกำลังจัดตั้งคณะผู้แทนเพื่อเจรจากับอิสราเอล แต่ยังไม่ได้กำหนดวาระการประชุม  กำหนดเวลาหรือสถานที่

นอกจากนั้นสงครามยังเริ่มส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาทั่วโลก โดยองค์กรกำกับดูแลกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้ยกเลิกการแข่งขันฟอร์มูลาวันในบาห์เรนและซาอุฯ ในเดือน เม.ย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลากทัศนะเกี่ยวกับการเสด็จเยือนสหรัฐฯ ของ ‘กษัตริย์ชาร์ลส์’

การเสด็จเยือนสหรัฐฯ ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านไปได้อย่างราบรื่นเกือบทั้งหมด พระมหากษัตริย์ทรงได้รับการยกย่องอย่างมากจากสื่อต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชดำรัสต่อหน้าสภาคองเกรสสหรัฐฯ