กกต.ชุดใหญ่ถก ข้อมูลแบงก์ชาติ เบิกถอน‘เงินสด’

“แสวง” ลั่นแค่เตรียมการซื้อเสียงก็ผิดกฎหมาย แต่ยอมรับจับยาก ต้องมีหลักฐานชัด เผยจันทร์นี้ กกต.นัดถกปมข้อมูลแบงก์ชาติรายงานเรื่องเบิกถอนเงินสด สุราษฎร์ฯ ระบุปิดล้อมจับซื้อเสียง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อเสียงว่า ในส่วนของสำนักงาน กกต. การบริหารจัดการไปถึงวันที่ 8 ก.พ. มี 2 เรื่อง 1.ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี ให้มีการหาเสียงด้วยถ้อยคำที่ดี ไม่ใส่ร้าย และ 2.ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม ไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งจากการรายงานของจังหวัดที่ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เรามีชุดเคลื่อนที่เร็ว ที่ใช้ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ ชุดป้องกันป้องปรามในการหาข่าวไม่ให้ซื้อเสียงได้ โดยในการข่าวเราพบว่ามีการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ผู้สมัครยังดำเนินการไม่ได้ นี่เป็นผลจากการที่เราเน้นเรื่องการป้องกัน ซึ่งกระบวนการคือ 1.จับตอนการดำเนินการ 2.จับการซื้อเสียง และ 3.การหาคนไปเป็นพยาน

“เรารู้ปัญหานี้ดี จึงได้เน้นการหาข่าวแล้วป้องกันไม่ให้มีการซื้อเสียงได้ ส่วนการซื้อเสียงตอนนี้ยังไม่มีประเด็น แต่มีเรื่องการร้องเรียนการหาเสียงทางโซเชียลฯ มากกว่า”

นายแสวงยังได้ชี้แจงกรณีที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่าเตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียง ว่าตามกฎหมายแล้ว มาตรา 73 ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมหรือการไปซื้อเสียง เป็นความผิดทั้ง 2 อย่าง แต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค. อาจจะพูดเร็วไป ต้องการสื่อสารว่าการเตรียมการนั้นอยู่ในที่ลับ การจะจับก็ทำได้ยาก จึงต้องเน้นไปที่การป้องปราม ช่วงเตรียมการเราจึงเน้นเรื่องการหาข่าว หรืออย่างเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งข้อมูลมา ก็จะประกอบการสอบสวนว่าคนไปเบิกเงินนั้นมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติหรือไม่ เป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือไม่ เบิกเงินมาเพื่ออะไร และได้นำเงินไปใช้อะไรบ้าง ตอนนี้เป็นขั้นตอนจังหวัดในการดำเนินการป้องปราม ซึ่งจังหวัดจะมีบัญชีหัวคะแนนอยู่ เขาจะประเมินพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่สีแดง แข่งขันเข้มข้น การทำงานในพื้นที่ก็จะร่วมกับหลายหน่วยทั้งตำรวจ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง  และภาคประชาชน ดังนั้น ตอนนี้อยู่ในช่วงการกดดัน ป้องกัน ความตั้งใจเราคือไม่อยากให้มีการใช้เงินซื้อเสียง

เมื่อถามว่า ที่ ธปท.ออกมาบอกว่าพบการกดเงินที่ผิดปกติเป็นยอดเงินเท่าไรนั้น นายแสวงกล่าวว่า ตอนนี้ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนตรวจสอบดูก่อน ส่วนที่พบว่ามีก้อนเงิน 2 ก้อนนั้น รู้ว่ามี 6 คนรวมทุกอย่างแล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 คนนี้ต้องดูเรื่องของความเชื่อมโยงว่าเบิกมาทำอะไร และนำเงินไปใช้หรือยัง มันชัดเจนอยู่แล้วถ้าเป็นแบบนี้ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนจะเรียกคนเบิกเงินมาสอบหรือไม่นั้น อยู่ที่พนักงานสอบสวนจะทำอย่างไร สำหรับรายละเอียดอื่นยังไม่ทราบ โดยวันจันทร์จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม กกต.

“ผมเชื่อว่าคนมีตังค์ แต่การจะไปจับคนช่วยเตรียมการนั้นยากกว่าการป้องกัน ซึ่งการเตรียมการผิดอยู่แล้ว แต่เวลาเราสงสัยเราไม่สามารถไปค้นได้ทันที ต้องมีหมายค้น ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ต่างจากการซื้อเสียง ซื้อแล้วจะมีหลักฐานพอสมควร แต่เรื่องการเตรียมการนั้น การข่าวเราต้องดีและต้องมีหลักฐาน สามารถออกหมายจับ ล็อกตัวได้เลย” นายแสวงกล่าว

ถามถึงกรณีเงิน 7,000 บาทที่ภาคอีสาน ที่แม่ค้าโพสต์ลงโซเชียลฯ พร้อมทั้งระบุว่าเป็นเงินซื้อเสียง นายแสวงกล่าวว่า มีการตรวจสอบแล้ว  ไม่ใช่เงินซื้อเสียง แต่บุคคลดังกล่าวขายของในตลาดแล้วโพสต์ลงในอินสตาแกรม แล้วมีคนไปแคปหน้าบัญชีของแม่ค้ารายนั้นเพื่อไปทำคอนเทนต์ว่ามีการซื้อเสียง ซึ่ง กกต.ก็รู้ตัวคนแคปและคนโพสต์แล้ว ทั้ง 3 คนเรากำลังไปสอบอยู่

ถามถึงกรณีมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีพฤติกรรมเหมือนหัวคะแนน จะมีการตรวจสอบหรือดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เจ้าหน้าที่ไปเป็นหัวคะแนนไม่มี ขนาดญาติผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียงเราไม่ตั้ง ถ้าไปเป็นหัวคะแนน ยิ่งไม่ใช่เลย ก่อนตั้งเราได้ตรวจสอบแล้ว

ถามอีกว่า กรณีข่าวอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ออกมาแฉว่ามีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขเรียกประชุม อสม.พูดจาโน้มน้าวให้ลงคะแนนและหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 3 นายแสวงกล่าวว่า เรื่องนี้ขอไปตรวจสอบดูหลักฐานก่อน เราเป็นกรรมการ เราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้

วันเดียวกัน มีรายงานว่า นายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผอ.กกต.สุราษฎร์ธานี ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และร้อยเวร สภ.เมือง เข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งในซอยขุนทะเล ต.ขุนทะเล อ.เมืองฯ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่าเป็นหัวคะแนนผู้สมัคร สส.พรรคหนึ่งทำการซื้อเสียง โดยมีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้ส่งกำลังเจ้าทำการปิดล้อม พร้อมนำหลักฐานขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว หาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการต่อไป

จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบ หลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับการซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนหนึ่ง ซึ่งระบุว่า เป็นของเครือข่ายหัวคะแนนที่สนับสนุนผู้สมัคร สส.จากพรรคการเมืองรายหนึ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังล้อมพื้นที่ดังกล่าว และอยู่ระหว่างการรอหมายค้นจากศาลอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าตรวจสอบภายในอาคารอย่างละเอียดอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งล่วงหน้าคึก หลายจว.แห่ใช้สิทธิ์/แสวงชี้มี5เรื่องวุ่น/‘พท.-ปชน.’โวย

กกต.แจงภาพรวมเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี วุ่นแค่ 5 เรื่อง รับบกพร่องแต่ไม่ใช่กลั่นแกล้งทางการเมือง ยันนำเป็นบทเรียน 8 ก.พ.

‘หนู’ลั่น12ด.ไร้ผลงานออก

โค้งสุดท้ายหาเสียงคึกคัก   คาราวานรถแห่ ปชน. 8 สายวันที่สาม ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน กาส้มสองใบตั้งรัฐบาล ปชช. เพื่อการเปลี่ยนแปลง

กกต.เผยภาพรวมเลือกตั้งล่วงหน้าฉลุย ย้ำซื้อเสียงผิดกฎหมายทุกกรณี

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการรการเลือกตั้ง แถลงภาพรวมของการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งในและนอกเขตเลือกตั้ง

‘จุรินทร์’ อ้อนชาวลาดพร้าว-บึงกุ่ม ฝากหลานก๊อดเบอร์ 8 ไว้รับใช้สักคน  

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สส. บัญชีราย เบอร์ 27 ได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ หรือ หลานก๊อด

เลขากกต.ออกมาแจงขออภัยพูดสั้นเรื่องซื้อเสียงทำสังคมเข้าใจผิด

เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง สำหรับกรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่าข่าวเรื่องการซื้อเสียงมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในด้านการป้องกัน กกต. ไ