กกพ.ชี้สงครามกระทบต้นทุน LNG พุ่ง ดันเอฟทีแตะ 58 สตางค์/หน่วย เสนอรัฐบาลอุ้มค่าไฟฟ้ากลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ส่วนกลุ่มอื่นต้องปรับราคาตามต้นทุน “ทวี” ยันลดค่าไฟเหลือ 2.5-3 บาทต่อหน่วยเป็นไปได้ หากให้ กฟผ.ผลิตไฟฟ้า 51% ตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า เตรียมแถลงแนวทางการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 ในแต่ละทางเลือกต่างๆ ภายหลังการประชุม กกพ.เมื่อวันพุธที่ 25 มี.ค.นี้ แต่เนื่องจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ไทยที่พึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มจากประมาณ 12 ดอลลาร์/ล้านบีทียู เป็น 25 ดอลลาร์/ล้านบีทียู ทำให้ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้นประมาณ 58 สตางค์/หน่วย ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 32.93 บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.
นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการ กกพ. กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือถึงแนวทางการนำเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ( กฟภ.)) ที่คำนวณเกินไว้ในค่าไฟฟ้างวดก่อนหน้า หรือ Claw back 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และเจรจากับ กฟผ.ที่จะยังไม่รับชำระเงินค้างจ่ายค่าเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ 36,000 ล้านบาท ในงวดนี้ที่จะทำให้ค่าไฟปรับขึ้นประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย
“รัฐบาลควรต้องพิจารณาจัดงบมาช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ควรต้องปรับขึ้นค่าไฟฟ้า เพื่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง" นายวรวิทย์กล่าว และว่า ควรต้องสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงให้ประชาชนทราบ เพื่อจะได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ โดยหากไม่มีมาตรการใดๆ เข้าไปช่วยเหลือ ค่าไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 จะปรับขึ้นจากราคาเฉลี่ย 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 4.59 บาทต่อหน่วย ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทไม่ใช่ฝัน! เลิกอุ้มทุน คืนพลังงานให้รัฐ” ระบุว่า ไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต รัฐต้องเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า 51% ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 56 แต่ความเป็นจริงวันนี้ กฟผ.กลับผลิตไฟฟ้าเองได้เพียง 30% เท่านั้น ส่วนอีก 70% กลับประเคนอำนาจการผลิตไปให้เอกชนรายใหญ่ สิ่งนี้คือการปล่อยให้อธิปไตยทางพลังงานหลุดลอยไปอยู่ในมือนายทุน
“การซื้อไฟจากเอกชน มีต้นทุนสูงถึง 3.15-3.53 บาทต่อหน่วย แถมประชาชนยังต้องถูกบังคับให้จ่าย ค่าความพร้อมจ่าย ให้เอกชนฟรีๆ แม้โรงไฟฟ้าเหล่านั้นไม่ได้เดินเครื่องผลิตจริง นี่คือกำไรส่วนเกินที่สูบจากกระเป๋าประชาชน เพียงเพื่อไปเพิ่มความมั่งคั่งให้นายทุนพลังงาน” พ.ต.อ.ทวีโพสต์
พ.ต.อ.ทวีโพสต์อีกว่า หากนำ 8 มาตรการหยุดทุกข์ค่าไฟแพง ที่เป็นข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ที่รายงานเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2568 จะลดค่าไฟฟ้าลงได้อีกไม่น้อยกว่า 0.8588 บาทต่อหน่วย คือ 1.ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน 2.หยุดเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า และ FiT สำหรับกลุ่มผู้ผลิตเอกชนที่ผ่านจุดคุ้มทุนไปแล้ว 3.นำรายได้จากทรัพยากรชาติ ทั้งค่าภาคหลวงและส่วนแบ่งกำไร มาลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้ประชาชน 4.หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบตัวเองให้ อปท. และกรมทางหลวง จัดหางบประมาณค่าไฟสาธารณะเอง 5.ปรับสัดส่วนเงินนำส่งรัฐ ลดเงินนำส่งจาก 3 การไฟฟ้าเหลือ 20% เพื่อนำส่วนต่างมาลดค่าไฟโดยตรง 6.ทบทวนสัญญา LNG ระยะยาว ให้ถึง 85% ของการนำเข้าทั้งหมด 7.ลดเกณฑ์ภาษีเงินได้นิติบุคคล ปรับลดภาษีที่ใช้คำนวณรายได้พึงได้รับของการไฟฟ้าเหลือ 20% และ 8.จัดตั้งคลังกักเก็บ LNG เป็นเขตปลอดอากร เพื่อลดภาระทางภาษีและต้นทุนการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ
พ.ต.อ.ทวีระบุอีกว่า ค่าไฟฟ้าระหว่าง 2.50 บาท ไม่เกิน 3 บาท ต้องหยุดสัมปทานระบบเสือนอนกิน คือ 1.โรงไฟฟ้าเอกชนเจ้าไหนหมดสัญญา ต้องหยุดต่อสัญญาทาสที่เอื้อกำไรให้ทุนใหญ่ รัฐต้องดึงกลับมาบริหารเองทันที 2.คืนอำนาจให้ กฟผ. ผลิตเอง 51% ตามรัฐธรรมนูญ และ 3.ใช้ของดีราคาถูกที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ เร่งกำลังการผลิตจากพลังน้ำและลิกไนต์ของ กฟผ. ที่ราคาเพียง 1 บาทต้นๆ มาเป็นฐานราคาหลัก เพื่อดึงค่าไฟเฉลี่ยของประเทศให้ลดลง
"รัฐบาลต้องยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ แล้วค่าไฟไม่เกิน 3 บาท หรือแม้แต่ 2.50 บาท ทำได้จริงแน่นอน พลังงานคือสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน ไม่ใช่บ่อเงินบ่อทองของใคร ผมจะเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมนี้ให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ” พ.ต.อ.ทวีระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า
นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
รมช.มท.ลุยปราบนอมินี ขึงขังไล่‘กุ๊ย’พ้นประเทศ
"วรศิษฎ์" เผยทลายเครือข่ายนอมินีในภูเก็ต พบผู้กระทำผิด 16 ราย คนไทย 10 ต่างชาติ 6 หลังเปิด 6 ธุรกิจแข่งคนไทย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ-รถเช่า-ร้านอาหาร
ช็อก!กราดยิงในรร. เด็ก14คร่า9ชีวิตวิกฤตอีก9คน/อนุทินบี้คุมเข้มอาวุธปืน
สลด! เด็กอายุ 14 นักเรียน ม.3 ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี "ครู-นักเรียน" เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอื้อ ก่อนยิงตัวเองดับ พบยังก่อเหตุยิงปู่-ย่าที่บ้านพัก
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ

