นำผช.ทูตทหาร บุกรังสแกมเมอร์ พบหลักฐานอื้อ!

โลกต้องรู้! "เจ้ากรมข่าว ทบ." พร้อมตำรวจ นำเอฟบีไอ-20 ผช.ทูตทหารต่างประเทศ บุกรัง "สแกมเมอร์" ที่ "โอร์เสม็ด-ช่องจอม" เห็นกับตาพร้อมหลักฐานอื้อ ใช้หลอกลวงเหยื่อหลายประเทศ "สุณัย" ผงะ! ร้ายกว่าที่คิด อยู่รอดได้นานนับปีเพราะอำนาจรัฐบาลกัมพูชาหนุนหลัง จี้ยกระดับเป็นภัยคุกคามโลก

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย 20 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, มาเลเซียและเวียดนาม รวมถึงเจ้าหน้าที่เอฟบีไอร่วมกิจกรรม Open House ตรวจเยี่ยมหน่วยทหาร และลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ที่สร้างผลกระทบในหลายประเทศ และบ่อนทำลายความมั่นคงในภูมิภาค

โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลเรื่องการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ร่วมคณะด้วย เพื่อติดตามความคืบหน้าการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ พื้นที่ชายแดนช่องจอม-โอร์เสม็ด และมีตัวแทนองค์กรเอกชนหรือ NGO เช่น นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ (Human Rights Watch) ประจำประเทศไทย ร่วมสังเกตการณ์

โดยคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศทั้ง 20 ประเทศและเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ได้เข้าสำรวจพื้นที่จริงบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตรงข้าม เมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย เพื่อรับทราบสถานการณ์จริงเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์ในพื้นที่โอร์เสม็ด หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อเดือน ธ.ค. 2568

โดยพื้นที่โอร์เสม็ดมีฐานสแกมเมอร์หลัก 2 แห่ง คือ โอร์เสม็ดรีสอร์ต และรอยัลฮิล โดยเฉพาะในส่วนของรอยัลฮิล ที่มีอาคารสูง 6 ชั้น จำนวน 3 อาคาร ใช้เป็นที่พักและห้องทำงานของสแกมเมอร์ที่แยกเป็นประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม, สิงคโปร์, อินเดีย และมีอาคารผู้บริหารแยกออกมา 1 อาคาร รวมถึงห้องอาหาร ร้านค้า

ซึ่งภายในอาคารต่างๆ มีหลักฐานมากมายที่กลุ่มสแกมเมอร์เคยใช้หลอกลวงประชาชน เช่น การจัดฉากหน่วยงานราชการของประเทศต่างๆ อาทิ สถานีตำรวจ และธนาคารที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ เอกสารรายชื่อของเหยื่อในประเทศต่างๆ เครื่องแบบตำรวจ รวมถึงยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ส่วนตัวทิ้งไว้

ทั้งนี้ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อต้องการสื่อสาร และให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่ามีการก่ออาชญากรรมที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติ ภายหลังตรวจสอบอาคารต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน พบโครงสร้างสแกมเมอร์ เซ็นเตอร์ที่เป็นระบบ มีขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด รวมทั้งตรวจสอบพบหลักฐาน เช่นสิ่งจำลองที่ใช้ในการหลอกลวง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกองทัพมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่

เมื่อถามว่า ในอดีตพื้นที่นี้มีการขอความร่วมมือฝ่ายกัมพูชาแต่ไม่ได้รับความร่วมมือใช่หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า เราขอความร่วมมือไปหลายพื้นที่ ซึ่งหลายพื้นที่เราพบว่ามีคนไทยเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เหล่านี้ที่ถูกกักขังและทรมาน แต่กลับได้คำตอบว่าเข้าไปดูแล้วไม่พบคนไทย จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ

เมื่อถามว่า นอกจากจะเป็นฐานสแกมเมอร์แล้ว ยังมีการตรวจสอบพบการบินโดรน ทำให้มีความเชื่อมโยงในการใช้เป็นฐานบัญชาการโจมตีไทยด้วยหรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า ย้อนกลับไปในการปะทะครั้งที่สอง เราตรวจสอบพบโดรนบินขึ้นเป็นร้อยลำ มีการใช้โดรนพลีชีพพุ่งชนจนทำให้เกิดระเบิด และทำให้กำลังพลของไทยได้รับบาดเจ็บ จึงเป็นเป้าหมายทางทหารอย่างชัดเจน ทางกองกำลังจึงปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่นี้  โดยพื้นที่บริเวณนี้เราควบคุมไว้ประมาณ 100 ไร่ ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างสแกมเมอร์

เมื่อถามว่า หลักฐานที่พบทั้งหมดจะรวบรวมไปบอกให้โลกรู้ว่ากัมพูชาเป็นแหล่งสแกมเมอร์หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า การจะบอกว่าเป็นแหล่งของสแกมเมอร์โลกได้ก็คือการรวบรวมหลักฐาน แต่เราต้องการให้สังคมได้รับรู้ และเห็นภาพจึงนำสื่อมวลชนลงพื้นที่วันนี้ ส่วนที่ว่ารัฐบาลกัมพูชาหนุนหลังหรือไม่ ต้องรอพิสูจน์หลักฐานที่เชื่อมโยงว่าเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวน นอกเหนือขีดความสามารถของกองทัพ

เมื่อถามว่า เราจะดูแลและควบคุมพื้นที่นี้ไปถึงเมื่อไหร่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า เราปฏิบัติการตามถ้อยแถลงร่วมในการวางกำลัง ตรงไหนก็คือตรงนั้น เราอยู่ในที่วางกำลัง ส่วนการเจรจาทั้งหมดจะกลับไปที่เจบีซีและจีบีซี

เมื่อถามว่า ภายหลังยุติการปะทะแล้ว มีความพยายามของฝ่ายกัมพูชาจะกลับเข้ามาในพื้นที่อีกหรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า ยังไม่พบการกลับเข้ามา แต่เราไม่แน่ใจเรื่องสาเหตุ แต่ก็จะมีการกันไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในบริเวณนี้ ในขณะนี้เราต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ ในส่วนของทหารก็ต้องรักษาพื้นที่ในลักษณะนี้เอาไว้ก่อน

เมื่อถามว่า ในด้านการข่าวมีบุคคลต่างชาติเข้ามาหลอกจำนวนเท่าใด พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า ตัวเลขที่รวบรวมและพูดคุยกับกองกำลังน่าจะประมาณ 8,000 ถึง 10,000 คน และพบว่ามีการเคลื่อนย้ายออกไปที่มีการปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา

ด้านนายสุณัย ผาสุข เปิดเผยถึงความรู้สึกหลังจากได้เห็นแหล่งทำงานของแก๊งสแกมเมอร์ ภายในกาสิโนรอยัลฮิล พื้นที่โอร์เสม็ด ว่าจะต้องมีการรวบรวมหลักฐานเพื่อยกระดับเรื่องของสแกมเมอร์ ว่าไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือแค่เพียงภูมิภาคอาเซียน แต่เป็นการคุกคามไปทั่วโลก ทั้งการจับคนมาเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และมุ่งเป้าไปยังพลเมืองแต่ละประเทศ ต้องหมดตัวเป็นหนี้สิน ซึ่งวันนี้ได้เดินทางมาเห็นสถานที่จริง มีความรู้สึกว่าร้ายแรงกว่าที่คิด ในฐานะที่ทำเรื่องนี้มาตลอดไม่คิดว่าจะสาหัสขนาดนี้ เพราะมีการจัดการที่เป็นระบบ และการนำคนเข้ามาสู่เครือข่ายอาชญากรรมสแกมเซ็นเตอร์มีจำนวนมากกว่าที่คิดไว้

 “จุดที่ชัดที่สุดคือสถานที่นี้อยู่มาได้นานนับปี ถ้าไม่มีอำนาจรัฐในฝั่งกัมพูชาหนุนหลังและสนับสนุนอยู่ อาชญากรรมแบบนี้คงไม่สามารถเติบโตได้รวดเร็วและกว้างขวางขนาดนี้"

นายสุณัยกล่าวต่อว่า ในช่วงที่ไทยและกัมพูชามีการเชิญหน้ากัน ทหารไทยจึงได้ใช้จังหวะนี้เคลียร์พื้นที่ควบคุมของทหารไทย จึงมีการตั้งคำถามว่าในพื้นที่ของกัมพูชา  และการปราบปรามที่รัฐบาลกัมพูชาพูดว่ากำลังเริ่มในขณะนี้ จะเป็นแค่การเล่นละครหรือทำอย่างต่อเนื่องจริงจังก็ต้องรอดู แต่เหมือนว่ากัมพูชาจะทำเฉพาะพื้นที่ประเทศที่มีอิทธิพลต่อกัมพูชา คือจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งมีใบสั่งให้กัมพูชาต้องปราบปรามสแกมเซ็นเตอร์ แต่ในส่วนสแกมเซ็นเตอร์ที่เป็นคนไทย ดูเหมือนฝั่งกัมพูชาจะไม่ได้ให้ความร่วมมือ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งล่วงหน้าคึก หลายจว.แห่ใช้สิทธิ์/แสวงชี้มี5เรื่องวุ่น/‘พท.-ปชน.’โวย

กกต.แจงภาพรวมเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี วุ่นแค่ 5 เรื่อง รับบกพร่องแต่ไม่ใช่กลั่นแกล้งทางการเมือง ยันนำเป็นบทเรียน 8 ก.พ.