“กกต.” โล่ง ศาลปกครองยกฟ้องปมลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแค่ 3 วัน “แสวง” หนีสื่อกลัวถูกจี้ถามเหตุหย่อนบัตร 1 ก.พ. ออกแถลงการณ์ให้กำลังใจ กปน.บอกเสียสละ เชื่อไม่มีทุจริตแต่อาจผิดพลาดบ้าง “จุลพันธ์” จี้ทบทวนตัวเอง หลังจบเลือกตั้งควรไขก๊อก “ทนายอั๋น” บี้ปลด เหตุผิดซ้ำซาก นักวิชาการเผยหมดสิทธิ์ไล่ เพราะรัฐธรรมนูญคุ้มครอง!
เมื่อวันอังคารที่ 3 ก.พ.2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 122/2569 หมายเลขแดงที่ 165/2569 ที่ น.ส.อุษณีษ์ ปฐพีศรีกิจส เลิศรัตนานนท์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงาน กกต. ในเรื่องการกำหนดให้มีการลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพียง 3 วัน (3-5 ม.ค.2569) เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งให้ กกต.เปิดให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพิ่มเติม
ศาลให้เหตุผลระบุว่า น.ส.อุษณีษ์ยอมรับว่าได้ทราบถึงประกาศ กกต.เรื่องกำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขต ซึ่ง กกต.ได้กำหนดให้ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติไว้ 3 ช่องทาง คือ 1.ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น 2.ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ และ 3.ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 ม.ค.ตามเวลาประเทศไทย และปรากฏข้อเท็จจริงว่า น.ส.อุษณีษ์ได้ยื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตครั้งสุดท้ายในวันที่ 5 ม.ค.2569 เวลา 15.42 น. ซึ่งเหลือระยะเวลาการยื่นคำขออีกกว่า 8 ชั่วโมง โดย น.ส.อุษณีษ์ไม่ได้พยายามยื่นคำขออีกแต่อย่างใด ดังนั้นการที่ น.ส.อุษณีษ์กล่าวอ้างว่าไม่สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตได้ เนื่อง กกต.กำหนดเวลาที่น้อยเกินไป และเป็นการกำหนดเวลาหลังจากวันหยุดยาว ประกอบกับการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง จึงไม่อาจรับฟังได้ การดำเนินการของ กกต.เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ที่ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.พร้อมคณะได้เดินทางไปสังเกตการณ์คัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในและนอกเขตเลือกตั้ง รวมทั้งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่มีการส่งเข้ามาแล้ว และแถลงเปิดศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วจากต่างประเทศและในประเทศ เพื่อส่งมอบไปยังทั้งเขตเลือกตั้งปลายทาง 400 เขตทั่วประเทศ
ก่อนการเริ่มแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ กกต.ได้แจ้งให้สื่อมวลชนซักถามเฉพาะประเด็นเรื่องของการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงกระบวนการจัดส่งไปยัง 400 เขตทั่วประเทศก่อนเท่านั้น ส่วนประเด็นดรามาอื่นๆ โดยเฉพาะการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. จะให้สัมภาษณ์ภายหลัง แต่ปรากฏว่าหลังการตรวจเยี่ยม การคัดแยกบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้ว นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กลับขึ้นรถประจำตำแหน่ง ออกจากบริเวณดังกล่าวไปทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่าไม่สะดวก เนื่องจากต้องไปทำภารกิจอื่นต่อ
ทั้งนี้ ในช่วงการเปิดศูนย์ นายแสวงกล่าวถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ตอนหนึ่ง ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการลงคะแนนก็ยังมีข้อสงสัยจากประชาชน ได้ชี้แจงไปบางส่วนแล้ว ในส่วนของสำนักงานเอง กกต.และเลขาฯ กกต.ได้ให้ทุกจังหวัดรายงานเหตุที่อาจไม่ปกติในระหว่างการลงคะแนน ซึ่งจะปรากฏอยู่ในบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยแต่ละหน่วยว่ามีเหตุการณ์อะไร ใครทักท้วงบ้าง รวมถึงกรณีปรากฏเป็นข่าวว่ามีผู้ได้รายงานว่าเกิดเหตุการณ์ต่างๆ เราไม่ได้ทอดทิ้งก็จะมาดูว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร ซึ่งคิดว่าความเป็นจริงเหล่านั้นจะอธิบายเรื่องเหล่านั้นได้ดีที่สุด คิดว่าเร็วๆ นี้คงเรียบร้อย
“งานวันนี้สิ่งที่อยากบอกประชาชนคือ ทุกบัตรเลือกตั้ง ทุกซองการเลือกตั้งไปถึงเขตเลือกตั้งอย่างถูกต้องแน่นอน งานธุรการอาจผิดพลาดได้ แต่สิ่งที่ผิดพลาดไม่ได้เลยคือเจตจำนงของประชาชนที่เราต้องส่งถึงทั้ง 400 เขตให้ถูกต้องและทันตามกำหนดเวลาที่จะไปนับคะแนนในวันเลือกตั้ง” นายแสวงกล่าว
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.ยืนยันว่า การคัดแยกและคัดกรองบัตรที่ลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า จะกระจายส่งไปตามเขตเลือกตั้งต่างๆ ทั้ง 400 เขตถูกต้องแน่นอน
ด้าน นายมังกร ปทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวถึงการจัดส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรกลับมายังไทย ว่าได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 95% เหลือสถานทูตอีก 5 แห่ง ซึ่งช้าที่สุดคือเช้าวันที่ 5 ก.พ. ถุงเมล์สุดท้ายจะมาถึงคือจากแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี โดยกระทรวงการต่างประเทศมั่นใจ 100% ว่าบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งหมดจะถูกส่งกลับมาได้ทันเวลาและคัดแยกในวันที่ 6 ก.พ.ก่อนกระจายไปตามเขตเลือกตั้งเพื่อนับคะแนนได้ตามทันเวลาที่กำหนด
นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า บัตรเลือกตั้งในส่วนที่จะใช้เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ได้จัดส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งของทั้ง 400 เขตเลือกตั้งแล้ว ส่วนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เริ่มมีการส่งเข้ามาในศูนย์คัดแยกตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.-5 ก.พ.ก็น่าจะเรียบร้อย สำหรับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศหลังปิดหีบลงคะแนน บัตรเลือกตั้งจะถูกคัดแยกก่อนส่งไปยังเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต โดยเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยกว่า 3,000 คน ที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
ให้กำลังใจ กปน.
ขณะเดียวกัน สำนักงาน กกต.ออกแถลงการณ์ กกต.เรื่อง ส่งกำลังใจให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และผู้ปฏิบัติงานจัดการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ระบุว่า ในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้วิจารณ์และกล่าวหาการดำเนินการจัดการเลือกตั้งของ กปน.และการทำงานของ กกต.ไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความผิดพลาด บกพร่อง และอาจส่อไปในทางทุจริต โดย กปน.ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติที่ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 20,000 คน อาจรู้สึกท้อถอยและหมดกำลังใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กกต.ทราบดีว่าท่านเหล่านี้เป็นผู้มีจิตอาสาที่เข้ามาช่วยปฏิบัติงาน โดยทุ่มเทแรงกายแรงใจ เสียสละ เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สส.ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ
“กกต.ตระหนักถึงความทุ่มเทแรงกดดันที่ กปน.และผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายต้องเผชิญ และเข้าใจว่า กปน.และผู้ปฏิบัติงานส่วนหนึ่งที่ปฏิบัติงานในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. ซึ่งจะรวมเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งสิ้นประมาณ 1,500,000 คน”
แถลงการณ์ระบุอีกว่า กกต.มั่นใจว่าในการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.และวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.จะไม่มีการส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการทุจริตเกิดขึ้น และเข้าใจว่าในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว อาจมีข้อบกพร่อง หรือความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นได้บ้าง จึงขอส่งกำลังใจให้ กปน.และผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่จะร่วมปฏิบัติงานในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ที่จะถึงนี้ ซึ่ง กกต.มั่นใจว่าพลังความร่วมมืออันยิ่งใหญ่คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนประชาธิปไตยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและเที่ยงธรรม ทุกความเสียสละของทุกท่านในวันนี้ คือการทำหน้าที่เพื่อแผ่นดินที่ทรงเกียรติและเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตย และประโยชน์สูงสุดของประเทศ
ส่วน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงข้อบกพร่องในการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่า กกต.ควรต้องทบทวนการทำงานของตัวเอง เพราะความผิดพลาดในเรื่องปิดป้ายเบอร์ผู้สมัครเกิดกับผู้สมัครหลายพรรคการเมือง ส่วนเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียงตอนนี้ในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างรุนแรง กกต.ต้องแสดงออก ต้องปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบในการตรวจจับ ประพฤติผิดมิชอบให้เข้มงวดกว่าที่เป็นอยู่ และสังคมรอฟังหลายเรื่อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการแจ้งออกมาว่า มีการแลกธนบัตรแบงก์ย่อย 200-300 ล้านบาท เรื่องนี้วันนี้ถึงไหนแล้วขอเรียกร้องไปยัง กกต.ให้ชัดเจนเรื่องนี้
บอกสังคมเสียหาย
“ทุกพรรคการเมืองได้รับผลกระทบหมดในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคที่บัตรเบอร์หายหรือไม่ก็ตาม ถือว่าสังคมไทยต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย” นายจุลพันธ์กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีบางพรรคการเมืองจี้ให้ กกต.ลาออก นายจุลพันธ์กล่าวว่า ท่านต้องทบทวนตัวเองในเรื่องการทำงาน ซึ่งการลาออกขณะนี้คงไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม คงต้องให้การเลือกตั้งเดินหน้าเสร็จสิ้นก่อน
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า ถ้าเป็น กกต. ต้องคิดว่าควรต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่าเหตุผลความบกพร่องทั้งหลายเกิดจากอะไร เป็นความบกพร่องโดยประมาทเลินเล่อ หรือมีเจตนาต่างๆ ซึ่งข้อสังเกตอีกเรื่องที่จะมีผลเป็นรูปธรรมอีกขั้นหนึ่งคือ การที่ประชาชนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วคะแนนจะส่งไปที่จังหวัดต่างๆ โดยผนึกซองไว้ ตอนนั้นจะรู้ว่าท้ายที่สุดคะแนนจะไปตามนั้นหรือไม่
“เขารับแล้วว่าบกพร่อง ผมฟังดูจากข่าวคิดว่าไม่ได้บกพร่องธรรมดา เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดสำหรับมืออาชีพ” นายชูศักดิ์กล่าว
ส่วนพรรคประชาชน (ปชน.) ที่แจ้งว่าจะส่งทนายความมายื่นหนังสือต่อ กกต.ให้ตรวจสอบความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาหลายจุด โดยนัดหมายว่าจะมาที่สำนักงาน กกต.เวลา 08.46 น. แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายก็ยังไม่มา และเมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการทั่วไปที่ทำหน้าที่รับส่งเอกสาร แจ้งว่ามีผู้แทนจากพรรค ปชน.มายื่นเรื่องไปแล้วก่อนหน้านี้
ด้าน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าของเพจแม่แนนน้องสมาร์ท ที่ถูก กกต.สั่งลบคลิปวิดีโอ เนื่องจากมีเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง มายื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ปลดนายแสวง เนื่องจากมีความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. รวมถึงขอให้ กกต.ตรวจสอบกรณีคลิปเสียงการสนทนาการเมือง ที่ปรากฏเป็นข่าวเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า นายแสวงมาโดยสัญญาจ้างของ กกต. ทาง กกต.จึงมีอำนาจปลด เพราะการจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 2562 มาถึงปี 2566 ก็เกิดปัญหาการฮั้วเลือก สว.ก็ยังไม่คืบหน้า การส่งเอกสารประชามติถึงเจ้าบ้านก็ผิดพลาด การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.ก็เกิดปัญหา ถ้าเป็นนักมวยถือว่าแค่วอร์มก็สะดุดขาตัวเองแล้ว กกต.ยังจะเลี้ยงนายแสวงเอาไว้อยู่หรือ เลี้ยงไว้ก็เปลืองข้าวสุก
“กกต.ลองไปพิจารณาดู กกต.ต้องเซ่นนายแสวงให้กับความผิดพลาดในการเลือกตั้งหลายปีที่ผ่านมา ถ้ายังเอาไว้ ก็จะเกิดความเคลือบแคลงสงสัยไปอีกว่านายแสวงมีอะไรดี เพราะในสายตาประชาชน นายแสวงไม่มีอะไรดีเลย หรือเรียกง่าย ใช้คล่อง เรียก รับ จบ ปิดจ๊อบ ถ้าเป็นลิงอาจเป็นลิงเก็บกล้วยหรือเปล่า หรือเก็บมะพร้าวให้เจ้าของ กกต. ถ้าคุณไม่ถีบนายแสวงออก พวกคุณจะมีปัญหาเสียเอง ฉะนั้นก่อนเลือกตั้ง 4-5 วัน อย่าให้มีชื่อนายแสวงเป็นเลขาธิการอีก และหวังว่านายแสวงจะมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง ด้วยการลาออกไปเสีย” นายภัทรพงศ์กล่าว
ชี้หมดสิทธิ์ไล่ กกต.
รศ.ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ. กล่าวว่า การทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของ กกต.ทั้งการเลือกตั้งในปี 2562 และปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและข้อผิดพลาดในการดำเนินการมาโดยตลอด อาทิ การประกาศผลการเลือกตั้งที่ล่าช้า ข้อผิดพลาดในการนับคะแนน จำนวนบัตรไม่ตรงกับจำนวนผู้มาลงคะแนน ฯลฯ ซึ่งการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 ก็เป็นอีกครั้งที่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. ซึ่งในการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 ก.พ.2569 ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีก
“แม้ กกต.จะมีข้อผิดพลาดจากการจัดการเลือกตั้งหลายครั้งในหลายประเด็น แต่ในปัจจุบันกลับไม่มีกลไกใดที่จะเอาผิด กกต.แบบที่เห็นผลจริงได้ เพราะรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ไม่ให้สิทธิกับประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระได้”
รศ.ดร.สามชายกล่าวว่า แม้ว่าประชาชนจะมีช่องทางร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวนการกระทำของ กกต.ได้ และหากพบว่ามีมูลความผิด ป.ป.ช.ก็จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาดำเนินคดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ป.ป.ช.และ กกต.มีที่มาจากแม่เดียวกันคือ สว.
รศ.ดร.สามชายกล่าวต่อว่า แม้ว่าจะยังมีช่องทางอื่นในการเอาผิด กกต. เช่น การฟ้องร้องเรื่องปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ก็จำเป็นต้องมีหลักฐานต่างๆ ที่ชี้ชัดตามกฎหมายด้วยว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ต้องเป็นผู้เสียหายไปยื่นฟ้องเอง ซึ่งนอกเหนือจากกระบวนการเหล่านี้แล้ว ไม่มีกระบวนการใดที่ประชาชนจะสามารถคานอำนาจของ กกต. รวมถึงองค์กรอิสระได้เลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘จีดีพี’ไทยโตต่ำ ไม่ทันเพื่อนบ้าน ผ่าตัดใหญ่SME
กรุงไทยคาดจีดีพีไทยปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6
บรรจุอัฐิ42ทหารกล้า รัฐบาลสวนฮุนมาเนต
"ในหลวง" ทรงห่วงใยชายแดนไทย-กัมพูชา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเยี่ยมให้กำลังใจ
ฟัน28ผู้สมัครสส. จ่อเชือดอาญาหน.พรรค หนูโต้ทอน/ฟ้าชูปลอดภัย
กกต.ชงศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส. จ่อฟันอาญาทั้งผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค
กกต. ส่งศาลฎีกา ถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย จ่อเอาผิดอาญาถึงหัวหน้าพรรค
กกต.เสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. จะพรรคการเมืองต่างๆอีก 28 ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเรา
มาแล้ว! กกต. แพร่ความเห็น เจาะลึกนโยบาย 'ประชานิยม' ที่มางบไม่ชัดเจน หนี้สาธารณะพุ่ง
กกต.เผยแพร่ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน 51 พรรคการเมือง 4 หน้า พบ นโยบายหลายพรรคหาเสียงไม่ตรงปก ที่มางบประมาณคลุมเครือไม่ชัดเจน เสี่ยงกระทบวินัยการเงินการคลังประเทศ หนี้สาธารณะพุ่ง
คปท. ร้องกกต. ตั้งข้อสังเกตหลัง 'ไอลอว์' ชี้นำประชาชน เห็นชอบแก้ รธน. ผิดกฎหมายหรือไม่
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพิชิต ชัยมงคล แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางยื่นห

