“แสวง” มั่นใจเลือกตั้ง 8 ก.พ. ไม่ซ้ำรอยเลือกตั้งล่วงหน้า สั่ง กกต.จังหวัดเตรียมพร้อม เผยสอบเบิกเงิน 250 ล้านเอาเงินไปทำธุรกิจ แจงสั่งถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส.ไม่กระทบเลือกตั้ง เหตุเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เลื่อนลำดับแทนได้ “ศรีสะเกษ” เดือด “ภท.-พท.” พร้อมใจลุยหาเสียง “อนุทิน” ชูสร้างรั้วชายแดน-เลิก MOU 44 ถ้ากลับมาไม่มีรอบ 3 แน่ “ดร.เชน” ลั่นจะรักษาอธิปไตย-สันติภาพให้ดีที่สุด “ปชป.” ปล่อยคลิป "กาฟ้า 2 ใบ" อ้อนขอเสียงวัยรุ่น “มาร์ค” มั่นใจนโยบายพรรคใช้งบโปร่งใส 4 ปีไม่กระทบการคลัง “ธนาธร” ปลุกคนชลบุรีล้มบ้านใหญ่-บ้านใหม่ สร้างรัฐบาลประชาชน “กธ.” อ่วม! ศาลฎีกาพิพากษาให้ใบแดง “บิ๊กโอ” อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช “ป.ป.ช.” ชี้มูล “ชัยทิพย์” ผู้สมัคร สส.ผิดจริยธรรมร้ายแรง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณี กกต.มีมติส่งศาลฎีกาถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส.ที่ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งว่า ผู้ที่ถูก กกต.เสนอให้ถอนชื่อจากการเป็นผู้สมัคร เนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม ให้เขาได้ชี้แจง ทำให้เวลาเนิ่นนานมา กกต.จึงเพิ่งมามีมติ
“ผู้สมัครทั้งหมดนี้เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ มีอยู่หลายพรรคคละกันไป ซึ่งถ้าหากศาลตัดสินไม่ทันในวันที่ 8 ก.พ. ก็ไม่ได้กระทบเหมือนแบบแบ่งเขต เพราะสามารถเลื่อนลำดับผู้ที่อยู่ในบัญชีขึ้นมาแทนได้อยู่แล้ว” นายแสวงกล่าว
เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ว่า ส่วนตัวอยากให้เชื่อมั่นการแข่งขัน ทั้งตัวระบบ ผู้เข้าแข่งขันจะอยู่ในกรอบและกรรมการ ซึ่งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ รูปแบบการเลือกตั้งจะเป็นคนละแบบกับการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่มีคนจาก 400 เขตไปรวมกันอยู่ที่เดียว บางจุดมีคนมากถึง 50,000-60,000 คน และยังมีการนำบัตรเลือกตั้งใส่ซองและจ่าหน้าซองด้วย แต่การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.จะไม่มีเรื่องดังกล่าวแล้ว และในแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะมีผู้มาใช้สิทธิเฉลี่ยประมาณ 500 คนบวกลบ ใน 100,000 หน่วยเลือกตั้ง มั่นใจจะไม่มีประเด็นเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้าอยู่แล้ว
“เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พรรคประชาชนก็ได้มีหนังสือสอบถามเข้ามา 2 เรื่อง คือเรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี ที่ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรค และการจ่าหน้าซองผิดพลาดจะส่งถึงหน่วยเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนที่เป็นข่าวและมีการกล่าวอ้างในขณะนี้ก็ได้มีการตรวจสอบอยู่แล้วว่าใครพูดที่ไหน อย่างไร และได้ให้เจ้าหน้าที่ไปขอข้อมูลจากรายงานบันทึกเหตุการณ์ในหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงได้ตรวจสอบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นในหน่วยเลือกตั้งอีกหรือไม่ ซึ่งเรื่องที่คนให้ความสนใจคือเรื่องการจ่าหน้าซองและการปิดป้ายประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส. พบมีความผิดพลาดหลายที่ แต่เมื่อไปดูสิ่งที่พรรคประชาชนเสนอมา พบว่ามีการแจ้งที่จังหวัดชลบุรีเพียงแค่ที่เดียว และหลังปิดหีบก็ยังมีการตรวจสอบว่าทุกซองมีการระบุข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งจากรายงานที่ได้รับ ไม่พบว่ามีซองไหนที่กรอกข้อมูลไม่ครบทั้ง 3 รายการ ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่พรรคการเมืองหรือคนอื่นพูดในขณะนี้ กำลังจะไปขอข้อมูลว่าเหตุเกิดขึ้นที่ใดบ้าง” เลขาธิการ กกต.กล่าว
นายแสวงกล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งไปยังกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ในช่วงของการจัดหน่วยเลือกตั้งให้ติดประกาศหน้าหน่วยเพื่อรับประกันว่าได้ดำเนินการแล้ว แต่หากในวันรุ่งขึ้นประกาศหาย จากเหตุอะไรก็แล้วแต่ เช่น ลมพัด เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการแก้ไขในช่วงเช้าก่อนเปิดหน่วยอีกครั้ง
ซักถึงการเบิกเงิน 250 ล้านบาท นายแสวงกล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบมูลเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเขาทำธุรกิจอย่างอื่น ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งตำรวจสอบก่อน ก่อนที่จะไปกล่าวหาใครต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย
“เรื่องการร้องเรียนวันนี้มีคำร้องเข้ามา 90 เรื่อง มีการร้องในเรื่องของการโพสต์ใส่ร้ายกว่า 80% แต่ซื้อเสียงไม่ถึง 10% ซึ่งช่วงนี้ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งอีก 3-4 วันเป็นช่วงเฝ้าระวัง” นายแสวงกล่าว
ภท.-พท.ลุยชิงพื้นที่ศรีสะเกษ
ส่วนความคืบหน้าการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายนั้น พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ลงพื้นที่ไปช่วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร สส.เขต 1, นายศุภกิจ สีหาภาค ผู้สมัคร สส.เขต 2, นายธนา กิจไพบูลย์ชัย เขต 3, นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เขต 8 และนายวิทวัส ไตรสรณกุล เขต 9 หาเสียง ที่สนามกีฬากลางจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่
นายอนุทินปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตอนที่เรามีสงครามศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่เราเป็นห่วงมากที่สุด ตนมาดูการอพยพ ดูความยากลำบาก ดูวิธีการดูแลประชาชน ได้เห็นวิธีจัดการหากมีปัญหากับกัมพูชา พอเป็นนายกฯ แป๊บเดียวสิ่งที่เราสูญเสียไปกลับมาหมด สิ่งที่ได้เป็นฉันทานุมัติจากคนไทยทั้งประเทศคือห้ามเปิดด่าน ถือเป็นคำสั่งที่ประชาชนให้กับตน ดังนั้นเรื่องเปิดด่านเลิกคิดได้เลย และตั้งแต่ปิดด่านมา ข้าว มันสำปะหลัง หอมแดง มะม่วง อ้อยราคาขึ้น แล้วจะเปิดด่านหาพระแสงอะไรอีก การไม่เปิดด่านทำให้ความรักคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เคยไปถามหลายพื้นที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าปิดด่านจะปรบมือให้ ถ้าเปิดด่านจะตบตีนให้ มันถือเป็นความชัดเจนขออย่ากังวล
เวลา 13.00 น. นายอนุทินและคณะเดินทางไปที่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ช่วยนายวิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ เขต 7 หาเสียง โดยนายอนุทินเน้นย้ำว่า ยังจำเสียงปืนใหญ่ได้ไหม ณ วินาทีนี้คนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลเข้าใจหัวจิตหัวใจพี่น้องประชาชน ไม่ได้คุย ไม่มีใครเหนือตนแน่นอน ตนมาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเป็นฝ่ายค้านที่อยู่นอกรัฐบาลก็มา มาดูแลพี่น้องตั้งแต่บุรีรัมย์ยันอุบลราชธานี เราไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดการเผชิญหน้ากันอีกเมื่อไหร่ เราห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่เรามั่นใจคือเราไม่เคยไปรุกรานเขาก่อน เราทำหน้าที่เพียงแต่ว่าอย่ามายุ่งบ้านของเรา แต่ถ้าเกิดเหตุที่จะต้องเผชิญหน้ากัน พี่น้องต้องการคนที่มาเป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องตัดสินใจในเรื่องของการสู้รบ การรับมือ ที่เข้าใจหรือต้องมานั่งฝึกงานใหม่ ฉะนั้นถ้าเกิดตนได้อยู่เป็นรัฐบาล ถ้ามีการเผชิญหน้า พี่น้องสบายใจได้ว่าเผชิญหน้าเมื่อไหร่ชนะแน่นอน คำว่าแพ้ไม่มี
“ถ้าพรรค ภท.ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวศรีสะเกษ จะได้ทำงานเป็นทีมใหญ่ เลือกพรรค ภท.ยกจังหวัด และถ้าทำไม่ได้ผมให้พี่น้องพิพากษาผม 3 เดือนที่ผ่านมาพี่น้องเห็นแล้วทำได้ขนาดนี้ ขออีก 4 ปีเท่านั้น แล้วหมด 1 ปีจะให้พี่น้องมาดูว่าผ่านทดลองงานหรือเปล่า ถ้าพี่น้องบอกไม่ผ่าน ผมก็ไป ผมไม่อยู่หรอก อยู่แล้วไม่ได้รับความศรัทธาจากพี่น้องประชาชน พรรค ภท.ไม่เคยถามว่าทหารมีไว้ทำไม มีแต่บอกว่าเชื่อมั่นในฝีมือทหาร สนับสนุนทหารเต็มที่ เพราะทหารไทยจะนำชัยชนะกลับมาให้กับประเทศไทยเท่านั้น” นายอนุทินกล่าว
จากนั้นนายอนุทินและคณะเดินทางไปหาเสียงที่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วยนายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 6 หาเสียง โดยนายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า หากประชาชนให้โอกาสตนกลับเข้าไป ถือว่าสิ่งที่ต้องทำให้เป็นอันดับต้นๆ คือโครงการคนละครึ่งพลัส เพราะได้ทำการสำรวจแล้วว่าประชาชนต้องการมากที่สุด ขอยืนยันว่าสิ่งที่พูดมาเกิดขึ้นแน่นอน ถ้ากาเบอร์ 37 หากประชาชนให้ความไว้วางใจ ก็ไม่ต้องกังวล ถ้าเราได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งจะเข้าไปทำงานทันที งานทุกอย่างจะต่อเนื่องเลย ไม่ต้องไปรอตั้งรัฐบาลใหม่
นายอนุทินลงพื้นที่หน้าที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ว่า ศรีสะเกษเป็นพื้นที่ที่คุ้นเคย ช่วงที่มีการสู้รบตนมาที่นี่บ่อยมาก และเป็นบ้านเกิดของ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ การมาที่นี่เป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าพรรค ภท.พร้อมรับใช้ชาวศรีสะเกษอย่างเต็มที่
ถามว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยที่ จ.ศรีสะเกษเช่นเดียวกัน เป็นการประจันหน้ากันหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า อย่าไปเทียบกับคนอื่น อาจเป็นเหตุบังเอิญที่มาวันเดียวกัน เพราะเหลือเวลาไม่กี่วันก่อนวันเลือกตั้ง และศรีสะเกษเป็นจังหวัดใหญ่ มี สส.ถึง 9 คน พรรคที่ตั้งเป้าหมายได้ สส.ก็ต้องมาพบประชาชน ส่วนที่มีการมองว่าวัดพลังกันนั้น มันมีแต่คนที่ชอบเสี้ยมกัน พรรค ภท.ไม่เคยคิดวัดพลังกับใคร เรามานำเสนอนโยบายและขอคะแนนเสียง ไม่ไปข้องแวะกับพรรคคู่แข่งหรือฝ่ายตรงข้าม เพราะคนเหล่านั้นยังไงก็ไม่เลือกเราอยู่แล้ว เรามาหาคนที่เลือกเราดีกว่า
เมื่อถามว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย มีวาทกรรมใหม่บอกว่าจะนำเสนอเมนูผัดเผ็ดงูเห่า นายอนุทินกล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ตนทำให้พี่น้องชาวศรีสะเกษไม่ต้องรับเมนู BM-21 พอแล้ว ใครจะเสิร์ฟอะไรก็เสิร์ฟไปเถอะ ตนไม่ต้องมาเสิร์ฟสิ่งที่ชาวศรีสะเกษและคนไทยไม่ต้องการ
หนูชูเลิก MOU-ปิดด่านชายแดน
เวลา 17.00 น. นายอนุทินและคณะไปที่ลานศูนย์ราชการอำเภอกันทรลักษ์ ช่วยนายชิตพล ไตรสรณกุล เขต 4 หาเสียง โดยเวทีนี้มีนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท.ร่วมด้วย ทั้งนี้ระหว่างนายอนุทินเดินมาเวทีปราศรัย มีประชาชนและเด็กนักเรียนขอถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทิน โดยเด็กนักเรียนรุมกรี๊ดดีใจที่ได้เจอนายอนุทินพร้อมขอถ่ายภาพเซลฟี นอกจากนี้ยังมีประชาชนคล้องพวงมาลัยข้าวเปลือกและพวงมาลัยหัวมันให้นายอนุทินด้วย
นายอนุทินกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งถามชาวกันทรลักษ์ว่า พี่น้องรั้วเอาไหม ยกเลิก MOU 44 เอาไหม เดี๋ยวตนจัดการให้หมด กลัวไหมมีรอบที่ 3 ถ้าอนุทินกลับเข้ามายังไงก็ชนะ แต่มั่นใจว่าไม่มีรอบ 3 เพราะพี่น้องให้อนุทินกลับเข้ามา ไม่มีใครกล้ารบกับไทย ตนขอให้เลือกเบอร์ 4 ศรีสะเกษ ถล่มทลาย
พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พร้อมนายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ตลาดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ช่วยนายธเนศ เครือรัตน์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 1 เบอร์ 3 หาเสียง โดยมีประชาชนมอบพวงมาลัยปลาหวานให้แก่นายยศชนัน โดยพ่อค้าแม่ค้าในตลาดขอจับมือและตะโกนว่า ได้จับแล้ว พร้อมอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ นะ เอาให้ได้เด้อ
จากนั้นนายยศชนันเดินทางไปที่ท่าทรายผู้ใหญ่เฮง บ้านดอนงูเหลือม อ.ราษีไศล ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายนฤชิต จารุรัชกุล ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 9 เบอร์ 10 หาเสียง โดยได้รับมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยหอมแดง กระเทียม แตงกวา
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งพรรค พท. ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้เรามาเจอกันแต่มื้อเช้า ถ้าเช้านี้ใครยังไม่ได้กินข้าว เช้านี้จะขอเสิร์ฟผัดเผ็ดงูเห่า ตนมาปราศรัยที่ราษีไศลไม่รู้เป็นอะไร มา 2 ครั้ง สส.เปลี่ยนคนทุกที ทั้งที่พี่น้องเลือกเพื่อไทยปี 62 ก็กาเพื่อไทย ปี 66 ก็กาเพื่อไทย คราวที่แล้วจำได้ตนหาเสียง สส.เพื่อไทยปี 66 เป็นผู้หญิง พอมาวันนี้เขาบอกว่าเวทีนี้เพื่อไทยป้องกันตำแหน่งแชมป์ ทำไมถึงได้เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ ไม่ใช่คนเดิม ตอนอยู่เพื่อไทยเอะอะก็ลุกขึ้นพูดในพรรค และอภิปรายในสภาว่าหอมแดง หอมแดง หอมแดง แต่พอหอมแดงสักพักก็ไปหอมน้ำเงิน เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้พูดหอมแดงอยู่ทั้งวัน พอไปหอมน้ำเงินเข้าหน่อย เขาก็ไม่หอมอีกต่อไป กลายเป็นว่าไปหอมน้ำเงินเสร็จแล้วเขาก็หอม เขาก็ชม เข้าก็ดม แล้วเขาก็ทิ้ง เที่ยวนี้เลยต้องไปกินแป้ง
ต่อมานายยศชนันและคณะเดินทางไปที่สนามซ้อมฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ช่วยนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 2 เบอร์ 2 รวมถึงผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษเขตอื่นๆ หาเสียง โดยนายยศชนันปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนมายืนตรงนี้ที่ศรีสะเกษ อีกเรื่องที่ต้องพูด ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย อำนาจอธิปไตยรักษาไว้ และสันติภาพของพ่อแม่พี่น้อง ตนจะทำให้ดีที่สุด และพ่อแม่พี่น้องทั้ง 7 จังหวัด ยศชนันคนนี้จะทำให้พี่น้องคนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีปราศรัยในจุดดังกล่าวนี้อยู่ห่างจากเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยเพียง 2 กิโลเมตร และการปราศรัยก็เริ่มขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
เวลา 16.45 น. นายยศชนันขึ้นเวทีปราศรัยที่วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด โดยมีประชาชนมารับฟังปราศรัยจนเต็มพื้นที่ เวทีนี้ถือเป็นจังหวัดสุดท้ายของการออนทัวร์ภาคอีสาน 8 จังหวัด ประกอบด้วย สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ. รวม 16 เวที
นายยศชนันกล่าวปราศรัยว่า ขอให้เลือกพรรค พท.ทั้ง 8 เขต ขอให้จำหมายเลขให้แม่น เพราะเสียงโหวต 1 เสียง อาจเปลี่ยนชีวิตและเปลี่ยนแปลงประเทศชาติ วันนี้ไม่มีเวลาแล้ว พี่น้องต้องช่วยเราหาเสียงด้วย ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค
ปชป.ปล่อยคลิปดึงเสียงวัยรุ่น
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังเข้มข้น พรรค ปชป.ได้พลิกแนวทางหาเสียง นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปล่อยคลิปวิดีโอสั้นทางโซเชียลมีเดียที่เน้นความสนุกสนานและเข้าถึงทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่ออ้อนขอคะแนนเสียงในวันที่ 8 ก.พ.2569 นี้
โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวมีความยาวประมาณ 12 วินาที เปิดด้วยภาพนายอภิสิทธิ์ยืนโค้งคำนับ พร้อมข้อความ "โค้งสุดท้าย" ก่อนที่ภาพจะเปลี่ยนเป็นการแสดงท่าทาง "ละครใบ้คำ" ด้วยการถือ "กาน้ำสีฟ้า 2 ใบ" ซึ่งเป็นสีประจำพรรค โดยกาน้ำ 2 ใบ มีคำว่า "พรรค" และ "เขต" กำกับอยู่ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้นำใบไม้ขึ้นมาทำท่าเป็นเครื่องหมายกากบาท เพื่อย้ำว่ากาสองใบ และปรากฏข้อความ "8 ก.พ.69" วันเลือกตั้ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยภาพกาน้ำและใบไม้ไขว้ 2 ใบ พร้อมข้อความสรุปเป็นปริศนาทายคำว่า "กาฟ้า 2 ใบ ทั้งเขต (สีเขียว) และพรรค (สีชมพู)" ซึ่งเป็นการสื่อสารโดยตรงให้ประชาชนกาคะแนนเสียงทั้งผู้สมัคร สส.เขต และพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 4 (คลองเตย-วัฒนา) หมายเลข 1 ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ตลาดแสงทิพย์ เพื่อขอคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยกระแสตอบรับของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวยังอบอุ่นเหมือนเดิม ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากทั้ง 2 ข้างทางยืนรอขอถ่ายรูปและสวมกอดนายอภิสิทธิ์ตลอดทาง พร้อมบอกว่าเลือกพรรคประชาธิปัตย์หมดใจ
“ผมได้กลับมาในเขตเลือกตั้งของตนเองอีกครั้ง ซึ่งมีความรู้สึกผูกพันกันอยู่แล้ว และที่ผ่านมานายพงศกร เบอร์ 1 ก็ได้เดินหน้าอย่างเต็มที่ในพื้นที่นี้ ซึ่งหวังว่านายพงศกรจะได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่นี้ด้วย” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ถามว่า ทีดีอาร์ไอได้มีการวิเคราะห์นโยบายของพรรค ปชป.ใช้งบนโยบายค่อนข้างสูง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นโยบายของพรรคนั้น งบประมาณที่เรานำเสนอต่อ กกต. เราได้ดำเนินการตามงบประมาณที่ กกต.กำหนด ซึ่งงบของเราจะเป็นงบประมาณ 4 ปี ซึ่งทีดีอาร์ไอก็เข้าใจดีแล้ว นอกจากนี้อยากชี้แจงงบที่เราส่ง กกต.กรณีเรื่องเบี้ยยังชีพ เราจะต้องส่งงบทั้งโครงการ ซึ่งปัจจุบันเบี้ยยังชีพมีการจ่ายอยู่แล้ว 600 บาท 700 บาท 800 บาท เป็นขั้นบันได ส่วนเราส่งนโยบายว่าเบี้ยยังชีพ 1,000 บาทถ้วนหน้า ซึ่งจริงๆ เรารวมของเดิมจ่ายอยู่แล้วด้วย เพราะฉะนั้นงบประมาณส่วนนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างที่เข้าใจกัน
ซักถึงท่าทีของพรรค ภท.ที่ส่งสัญญาณพร้อมร่วมงานกับหลายขั้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันโดยตรง เพราะต่างฝ่ายต่างเร่งหาเสียง แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนทางการเมือง ตนเห็นเขาแสดงท่าทีแบบนั้นมาตลอด แต่ขณะเดียวกันก็กลับมาปลุกระดมว่าอย่าไปเลือกคนนั้นคนนี้ ก็ยังแปลกใจ ถ้าจะร่วมกันได้แล้วจะพูดอย่างนั้นทำไม
"ผมไม่ได้วิจารณ์หรือด้อยค่าพรรค ภท. ไม่ได้โจมตีใคร มุ่งเน้นแข่งขันด้วยนโยบาย และแปลกใจที่เมื่อวานนี้เห็นมีข่าวทำนองว่าท่านมาต่อว่าผมไปด้อยค่าอะไร ยืนยันไม่มีจริงๆ น่าจะบอกคุณพิพัฒน์มากกว่า เพราะไปโจมตีพรรคประชาธิปัตย์มากในภาคใต้” หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะหัวหน้าทีมร่างนโยบายและผู้จัดทำรายงานงบประมาณเสนอต่อ กกต. โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีทีดีอาร์ไอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับที่มาของงบประมาณในนโยบายหาเสียงว่า ยืนยันข้อมูลของพรรคเป็นการนำเสนอความจริงที่จับต้องได้ เพื่อความโปร่งใสทางการคลัง โดยนายกรณ์ชี้แจง 4 ประเด็นสำคัญ อาทิ เสนองบ 4 ปีในขณะที่หลายพรรคเสนองบปีเดียว เพราะ ปชป.ยึดหลักความโปร่งใส จึงนำเสนอตัวเลขงบประมาณรวมตลอดอายุรัฐบาล 4 ปี เพื่อให้ประชาชนเห็นภาระผูกพันทางการเงินที่แท้จริง เรื่องรายงานงบรวมทั้งโครงการไม่ใช่แค่เงินที่ใช้เพิ่ม เราใช้งบเพิ่มขึ้นเพียง 2.7 แสนล้านบาทเท่านั้น แต่เราเลือกที่จะแสดงข้อมูลภาระทางการคลังไว้ทั้งหมด เรื่องทุกโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เราเสนอนโยบาย เราได้ระบุเงินงบประมาณที่ใช้และที่มาของงบประมาณทั้งหมด รวมทั้งเรื่องนโยบายลดค่าไฟฟ้า โดยไม่ใช้ภาษี ของพรรค ปชป. เราไม่ได้ใช้เงินงบประมาณไปอุดหนุนแบบนั้น แต่เราใช้วิธีปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
“ในฐานะผู้รับผิดชอบในการร่างนโยบาย ผมยืนยันว่าตัวเลขของประชาธิปัตย์คือความจริงที่จับต้องได้ ไม่ใช่การอำพรางตัวเลขเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ เพราะนั่นคืออนาคตของประเทศที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นการเมืองสุจริต” นายกรณ์ระบุตอนท้าย
ศาลฎีกาแจกใบแดง 'บิ๊กโอ' กธ.
พรรคประชาชน (ปชน.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. ขึ้นรถกระบะเครื่องขยายเสียงปราศรัยช่วยนายยอดชาย พึ่งพร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรค ปชน. เขต 9 จ.ชลบุรี
หาเสียงเลือกตั้ง ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้ารัตนากร วนาสินธ์ (ตลาดวนาสินธ์) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยนายธนาธรเชิญชวนให้ประชาชนคนหนองปรือและคนพัทยาร่วมเปลี่ยนแปลง ทั้งบ้านใหญ่และบ้านใหม่ที่คนชลบุรีต้องติดอยู่ในวังวนการเมืองแบบเก่ามานาน ขอให้ร่วมสร้างรัฐบาลประชาชนไปด้วยกันด้วยการกาส้มทั้ง 2 ใบ ทั้งคนทั้งพรรค
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. ปราศรัยเน้นย้ำว่า แม้มีคนบอกว่าจะมาทวงคืนชลบุรี ไม่ว่าจะบ้านใหญ่หรือบ้านใหม่ แต่ตนเชื่อว่าคนชลบุรีไม่มีเจ้าของ และคนชลบุรีอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง หากประชาชนไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ เห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาของท่านไม่ได้
นอกจากนี้ คาราวานสายอีสานใต้ “คมแฝก” ของพรรค ปชน. นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค เดินทางไปที่จังหวัดอำนาจเจริญเพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. โดยได้เปิดปราศรัยย่อยแนะนำนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้าของพรรคประชาชน เช่นเดียวกับคาราวานสายภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” เดินทางไปที่จังหวัดราชบุรี มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงนำทีม ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. เดินทางไปที่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. รวมทั้งขึ้นเวทีรวมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ปราศรัยใหญ่ที่ลานสังคีตศาลา หนองประจักษ์ อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่บริเวณตลาดวงศกร เขตสายไหม และตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน ช่วยนายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 เบอร์ 4 และนายธนกฤต ธนิศราพงศ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 12 เบอร์ 11 หาเสียงเลือกตั้ง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและเป็นกันเอง มีประชาชนเข้ามาทักทายให้กำลังใจ รวมถึงยังได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ โดยนายพีระพันธุ์ชูแก้ปัญหาค่าครองชีพ หั่นค่าพลังงาน สวัสดิการถ้วนหน้า ผู้สูงอายุ-ผู้พิการ รับเบี้ยยังชีพสูงสุด 2,000 บาท
พรรครักชาติ (รช.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วยนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ นำทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่หาเสียงตลาดกิมหยง จ.สงขลา โดยนายชัยวุฒิกล่าวว่า หลังเลือกตั้งจะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารแน่นอน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการตั้งรัฐบาลผสมระหว่างส้มและแดง ซึ่งจะนำไปสู่ความวุ่นวายและความไม่ไว้วางใจต่อการรวมขั้วดังกล่าว อาจกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ
วันเดียวกัน มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลกรณีนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ถูกกล่าวหาลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตภายในห้องทำงาน สส. (อาคารรัฐสภา) อันเป็นความผิดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายเเรง โดยจากการไต่สวนพยาน 2 ราย ในกรณีนี้พบว่าบ่ายวันที่ 11 ม.ค.66 พยานเดินกลับมาที่ห้องทำงาน (ห้อง 5083 ชั้นห้า อาคารรัฐสภา) เเละเปิดประตูเจอนายชัยทิพย์กับพวกรวมสี่คนนั่งล้อมวงในโต๊ะสี่เหลี่ยม ในมือมีไพ่ถืออยู่เเละมีชิปวางบนโต๊ะ และเป็นช่วงเวลาราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยทิพย์เคยเป็น สส.ราชบุรี 2 สมัย โดยช่วงที่กระทำผิดนั้น นายชัยทิพย์สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะย้ายมาพรรค กธ. เเละการเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 ก.พ.นี้ นายชัยทิพย์ลงสมัคร สส.ราชบุรี เขต 5 พรรค กธ.
ด้านนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ผู้สมัคร สส.ราชบุรี เขต 5 พรรคกล้าธรรม โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ป.ป.ช.ได้สั่งชี้มูลความผิด กรณีเล่นการพนันในห้องทำงาน สส.ภายในอาคารรัฐสภา ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.2566 ว่า ไม่เป็นไร เพราะนึกอยู่แล้วว่าน่าจะมีข่าวในช่วงนี้ แต่ไม่ซีเรียส เพราะวันเลือกตั้งขอให้ชนะ ให้รู้ว่าชาวบ้านรักตนแค่ไหนเท่านั้นตนก็พอใจแล้ว
นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ใบแดง นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หรือบิ๊กโอ อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม (กธ.) ตามที่ กกต.ยื่นคำร้อง ภายหลังมีมติตัดสิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งและสั่งให้ถอนชื่อนายก้องเกียรติออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีลักทรัพย์
ทั้งนี้ นายก้องเกียรติได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "นี่คือการพิพากษาประหารชีวิตทางการเมืองของนักการเมืองตลอดชีวิต จากลูกชาวสวนยางพารา เริ่มต้นเข้าสู่ถนนการเมือง ผมคือผลผลิตทางการเมืองอย่างแท้จริงของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งไม่ใช่ทายาทนักการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งรุ่นต่อรุ่น".
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุก1เดือน2แกนนำคปท. ฝ่ากม.ชุมนุมคดีไล่แม้ว
ศาลแขวงดุสิตสั่งจำคุก 2 แกนนำ คปท. “พิชิต-นัสเซอร์” ไม่รอลงอาญา 1 เดือน
บึ้มปั๊มปัตตานีEODเจ็บ บิ๊กกุ้งเตือนสติวัยโจ๋ใต้
บึ้มป่วนปั๊มน้ำมันปัตตานีอีกระลอก จนท.อีโอดีบาดเจ็บขณะเข้าทำการกู้ระเบิด
ปลุกเลือกพรรคต้านคอร์รัปชัน
กกร.ปลุกคนไทยเลือกพรรคต้านคอร์รัปชัน ยกระดับมาตรฐานการเมือง
'แสวง' ขออภัยสื่อสารผิดพลาด หลังพูดไม่ไว้ใจกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง
"แสวง" โพสต์ขออภัย ไม่ได้ต้องการท้าทายอำนาจประชาชน ปมพูด "ไม่ไว้ใจกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง" ในรายการดัง ชี้ตัดแค่บางข้อความ ไม่อธิบายบริบท ทำคนเข้าใจผิด ย้ำความเชื่อมั่น อยู่ที่ระบบ และคน กำชับ "กรรมการประจำหน่วย" ระมัดระวังอย่าให้ผิดพลาด
กกต.ขู่ฟ่อ! เตือน 'เต้ มงคลกิตติ์' หาเสียงหลุดโลก อาจผิดกฎหมาย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ได้มีการหาเสียงต่อสาธารณะชน โดยชูนโยบายเปลี่ยนโลก เช่น จูราสิค พาร์ค ไดโนเสาร์มีชีวิต เที่ยวอาบอบนวดคนละครึ่ง รวมถึงการซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ฯลฯ
‘จีดีพี’ไทยโตต่ำ ไม่ทันเพื่อนบ้าน ผ่าตัดใหญ่SME
กรุงไทยคาดจีดีพีไทยปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6

