ทบ.เตือนเขมร ทหารเสียวินัย! ยิงระเบิด40มม.

กัมพูชายิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทยพื้นที่กันทรลักษ์ อ้างกำลังพลชุดใหม่เสียวินัย "กองทัพบก" เตรียมปฏิบัติตามกฎใช้กำลัง ประสานผู้บังคับบัญชาเขมรให้ตักเตือน   นายกฯ ลั่นไม่กระทบเลือกตั้ง "หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว-คลองแผง” ไร้สัญญาณปะทะช่วงเลือกตั้ง ยังไม่พบมูลเหตุเขมรสร้างสถานการณ์ 8  ก.พ. ยันมีแผนรับมือครบ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า เวลาประมาณ 10.20 น. พบการยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ตกใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ  ซึ่งหลังเกิดเหตุฝ่ายไทยได้เตรียมรับสถานการณ์ และเตรียมปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง ทั้งนี้ ได้มีการประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ เพื่อให้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางฝ่ายกัมพูชาระบุว่าเป็นการเสียวินัยของกำลังพลชุดใหม่ที่เข้ามาประจำการในพื้นที่ และได้มีการตักเตือนและกำชับกำลังพลในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ทหารและกองทัพชี้แจงแล้ว เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ทันแล้วครับ เพราะจะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า วันนี้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรกระทบและสามารถจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่  นายอนุทินส่ายหน้าพร้อมระบุว่า ไม่มีครับ

วันเดียวกัน พล.ต.วินธัย สุวารี หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยคณะศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก และกองกำลังบูรพา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่มาบริเวณบ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ที่เป็นพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานศุลกากรฝั่งกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามายังพื้นที่อ้างสิทธิ์ แต่ปัจจุบันทหารได้สถาปนาความมั่นคงในพื้นที่โดยได้ทำลายทิ้งทั้งหมดแล้ว

พ.อ.ปฐมพล วงพิเดช รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา ชี้แจงว่า ฝั่งกัมพูชายังคงเสริมที่มั่นทางทหารอย่างเร่งรีบ โดยเฉพาะแนวคูเลตรูปฟันปลา รวมถึงบังเกอร์ ที่สร้างหลังแนวถนน K5 หรือถนนสาย 58 โดยขยายแนวหน้ากระดานให้กว้างขึ้น โดยฝ่ายกัมพูชามีการระดมคนกันเข้ามาก่อสร้างทั้งกลางวันกลางคืน พร้อมปรับแนววางกำลังใหม่

ต่อมาเวลา 13.30 น. คณะลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งฝ่ายทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่ และรื้อถอนทำลายบ้านเรือนชาวกัมพูชาจนหมดสิ้น จำนวน 42 หลัง และเพิงอีก 6 หลัง รวม 48 หลัง

พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ รายงานว่า ปัจจุบันได้มีการวางรั้วลวดหนามเพื่อป้องกันตัวเอง พร้อมกับวางตู้คอนเทนเนอร์ควบคู่กันไป และมีการขุดคูเลต 3 แนว พร้อมนำรถถังมาเสริมความมั่นคง อีกทั้งมีการก่อสร้างถนนเพิ่มเติม ปัจจุบันมีความพร้อมแล้วที่จะปฏิบัติภารกิจในอนาคต หากมีการปะทะรอบที่ 3 หรือรอบที่เท่าไหร่ก็แล้วแต่ เรามีความพร้อม

จากนั้นเวลา 15.00 น. ได้ลงพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง โดยมี พ.อ.ชัยณรงค์บรรยายรายละเอียดปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อถามว่า 3 พื้นที่ชายแดนด้านนี้ไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะเกิดการปะทะช่วงเลือกตั้ง พ.อ.ชัยณรงค์กล่าวว่า ไม่ขอตอบเรื่องการเมือง แต่ในพื้นที่บ้านหนองจานยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าฝั่งกัมพูชาจะใช้กำลังกับไทยเช่นเดียวกับบ้านคลองแผงและหนองหญ้าแก้ว แต่ไม่ประมาท เตรียมพร้อมและระมัดระวังอยู่ตลอด ห้วงที่ผ่านมาเรามีเวลาในการสร้างที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง เช่น บังเกอร์ เพื่อป้องกันกำลังพลของเราจากจรวด BM-21 รวมถึงหลุมบุคคลหน้าแนวที่มีการเสริมอย่างหนาแน่น คิดว่าสถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ตรงนี้ไม่น่าจะมีเหตุการณ์จนทำให้เกิดความวุ่นวายจนนำไปสู่การใช้กำลัง

นอกจากนี้ ระหว่างการเข้าควบคุมพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบร่องรอยการกระทำผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยพบอาคารลักษณะโกดังและที่พัก จำนวน 2 อาคาร ซึ่งตั้งชื่อว่า “โกดังจีนเทา” กับ “โกดังรีสอร์ท” รวมถึงการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง ซิมการ์ด 4 ชุด สมุดบัญชีธนาคาร 61 เล่ม อุปกรณ์อินเทอร์เน็ต เราเตอร์ไวไฟ และร่องรอยการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ สอดคล้องกับการใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการหลอกลวงออนไลน์

ภายหลังการตรวจยึดพยานหลักฐานในพื้นที่  เจ้าหน้าที่ได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ส่วนกลางตรวจสอบ พบความเชื่อมโยงการกระทำผิดเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจำนวนกว่า 131 Case ID

พล.ต.วินธัยสรุปภาพรวมภารกิจการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ว่า การพามาครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ 1.ต้องการให้สัมผัสกับผู้บังคับหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ และแสดงให้เห็นว่าฝ่ายไทยปฏิบัติการอยู่ในกรอบกติกา และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย คือไม่มีประชาชนและพลเรือนได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย และ 2.ด้วยปัจจัยทางกายภาพพื้นที่และยุทโธปกรณ์ สื่อมวลชนจึงอาจมองและเข้าใจว่าปฏิบัติการได้สะดวกและง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงปัจจัยและขั้นตอนในการปฏิบัติต่างๆ รวมทั้งผู้ปฏิบัติต้องมีปฏิภาณไหวพริบในการดำเนินกลยุทธ์และยุทธวิธี เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ จนสามารถสถาปนาความมั่นคง และวางแนวทางสร้างความปลอดภัยกับกำลังพลได้

ส่วนถ้าจะเปรียบเทียบสถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มองว่าปัจจัยสำคัญคือเรื่องการวางกำลัง จากสภาพพื้นที่ที่เป็นป่าเขา สำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ปรากฏข่าวเป็นระยะ เช่น เสียงระเบิด เสียงจากอาวุธ อย่างเครื่องยิงลูกระเบิด เกิดจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่มีเป้าประสงค์จะคุกคามต่อปฏิบัติการทางทหาร โดยมองว่าเป็นเรื่องวินัยกำลังพลหย่อนยานมากกว่า หรืออีกมุมหนึ่ง ที่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นการยั่วยุ แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการปฏิบัติการทางทหารของไทย

โฆษกกองทัพบกกล่าวถึงข้อกังวลว่าหากในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ทหารกัมพูชาเสียวินัยและก่อสถานการณ์ขึ้นอีกว่า ต้องพิจารณาเป็นพื้นที่ไป เนื่องจากหน่วยในแต่ละพื้นที่ จะต้องมีช่องทางในการที่จะติดต่อสื่อสาร ถ้าหน่วยพิจารณาและมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ หรือไม่ตั้งใจที่จะรักษาข้อตกลงหยุดยิงให้อยู่ในกรอบกติกา คาดว่าในแต่ละหน่วยคงจะมีมาตรการดำเนินการตามสถานการณ์ นอกจากนี้ ในระดับนานาชาติก็จับตามองท่าทีของไทยและกัมพูชาอยู่ด้วยเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานมา ถือว่าไทยได้รับคำชื่นชม และจะต้องคงมาตรฐานเช่นนี้ไว้ แต่ยืนยันว่าไม่ต้องกังวล หากสิ่งไหนที่พิจารณาว่าควรจะตอบโต้ก็ต้องตอบโต้

เมื่อถามว่า จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ที่ฝ่ายกัมพูชาสะดุดแฟลร์ หรือยิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทยแล้วใช้เหตุผลว่าเสียวินัยถือเป็นข้ออ้างหรือไม่ พล.ต.วินธัยกล่าวว่า เป็นไปได้ แต่หากว่าฝ่ายกัมพูชามีทัศนคติที่ไม่ดีเช่นนั้นจริง  เมื่อเวลาผ่านไปความจริงต้องปรากฏ แต่ในขณะนี้ยังสามารถมองได้ว่ามีความสมเหตุสมผลอยู่  

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ใกล้วันเลือกตั้ง ฝ่ายความมั่นคงมีมาตรการอย่างไรบ้าง โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า จากข้อมูลทางด้านการข่าวที่มีการประเมินอยู่ตลอดเวลา จนถึง ณ วันนี้ ยังไม่น่าจะเข้าเกณฑ์ว่าฝ่ายกัมพูชาจะมีการสร้างสถานการณ์ในวันเลือกตั้ง แต่อาจจะมีเรื่องของการยั่วยุอยู่บ้าง รวมไปถึงการควบคุมกำลังพลที่ยังไม่ 100% ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าเป็นกำลังพลใหม่  แต่ด้วยท่าทีที่ประนีประนอม แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงไปจากนี้เราก็ต้องมาว่ากันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเรามีแผนรองรับสถานการณ์ทั้งหมด และยังไม่ได้มีการลดหย่อนอะไรไป การวางกำลังยังเท่าเดิม  ยุทโธปกรณ์ยังเหมือนเดิม เพียงแต่มีการปรับวิธีการทำงาน

ที่ จ.ตราด น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด  เปิดเผยถึงกรณีโรงแรมเกาะกงอินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือแอลวายพีกรุ๊ป ที่มีนายพัด สุภาภา หรือ ออกญาลี ยงพัด ทำเขื่อนกันคลื่นหน้าโรงแรมมานานกว่า 30 ปี และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของชายฝั่งหาดเล็กว่า หลังมีการสู้รบกันระหว่างไทยกับกัมพูชา เจ้าของโรงแรมได้มีการเจรจาเเละรับว่าจะมีการดำเนินการรื้อเขื่อนดินออกไป เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง