ปลุกกาไม่เห็นชอบจัดทำรธน.ใหม่

กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ แถลงคัดค้านการออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. ไม่เห็นชอบจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ชี้คำถามคลุมเครือทำประชาชนสับสน เปิดช่องพรรคการเมือง-เอ็นจีโอรับเงินต่างชาติชี้นำบิดเบือนหลอกลวง ซ่อนเจตนาเปลี่ยนแปลงหลักการในหมวด 1 หมวด 2  เกี่ยวกับรูปแบบการปกครองและสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการตรวจสอบการทุจริตมาตรฐานจริยธรรม-นิรโทษนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ ยืนยันการแก้รายมาตรายังทำได้ ไม่จำเป็นต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ พร้อมเรียกร้องกา X ไม่เห็นชอบเพื่อพิทักษ์ รธน.-แก้รายมาตรา "ผอ.ไอลอว์"  แขวะคนเห็นต่างเย้ยหยันพรรคเล็ก "ไม่เห็นชอบ"   แก้ รธน.เป็นพวกไม่มีกระแสในช่วงเลือกตั้ง แนะสื่อไม่ต้องเสนอข่าว

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่พีซทีวี ถนนรามอินทรา 40 กรุงเทพฯ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย และเครือข่ายที่ไม่เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์, นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, นายพิชิต ไชยมงคล, นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายสมชาย แสวงการ  และนายคมสัน โพธิ์คง ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านการให้ความเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนการออกเสียงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

โดยนายพิชิต ไชยมงคล เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 1 ง หน้า 1-2) ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 9 (2) และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568

ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และได้มีการส่งเอกสาร ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แก่ประชาชน ซึ่งเอกสารดังกล่าวประกอบกับประเด็นการออกเสียงประชามติที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ก่อให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนเป็นอย่างยิ่งว่าจะออกเสียงประชามติอย่างไรและเพียงใด ทำให้มีพรรคการเมืองและกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่ได้รับทุนสนับสนุนจากต่างชาติชี้นำการลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ประชาชนให้ความเห็นชอบด้วยการรณรงค์ด้วยการแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จชี้นำการออกเสียงประชามติของประชาชน เช่น การกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจากรัฐประหาร หรือกลไกการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และองค์กรอิสระ

รวมทั้งการใช้อำนาจขององค์กรอิสระที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และมีอำนาจพิเศษของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีได้ เป็นต้น อีกทั้งการกล่าวว่าไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวได้ เพราะกลไกของการแก้ไขเพิ่มเติมไม่สามารถแก้ไขได้ และจำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นทั้งฉบับ

อีกทั้งไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดประเด็นที่ประสงค์จะมีการบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่อย่างใด อันเป็นการปิดบังเจตนาซ่อนเร้นของการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนหลักการในหมวดหรือเรื่องที่ต้องห้ามไม่แก้ไขในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันได้แก่ หมวด 1 และหมวด 2 อันเกี่ยวกับรัฐรูปแบบการปกครอง อำนาจอธิปไตย หลักการพื้นฐานของระบอบการปกครอง และสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ การใช้จ่ายงบประมาณที่ต้องห้ามมิให้มีการใช้จ่ายตามอำเภอใจ โดยสมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของนักการเมือง บทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมืองที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายไม่ให้ต้องรับโทษทางจริยธรรมต่อไป หรือเพื่อลบล้างนิรโทษกรรมให้แก่บรรดานักการเมืองที่ถูกตัดสินรับโทษทางมาตรฐานจริยธรรมไปแล้วไม่ให้ต้องรับโทษดังกล่าวต่อไป

ปลุกกา X ไม่เห็นชอบ

กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยขอเรียนว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนบริบทของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าไม่สามารถกระทำได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง และเป็นการหลอกลวงประชาชน เพราะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสามารถกระทำได้ด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ

ดังนั้น กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ขอแถลงจุดยืนต่อพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันปกป้องรัฐธรรมนูญไม่ให้ถูกฉีกทำลายด้วยการจัดทำประชามติที่ฉ้อฉลปิดบังเจตนาที่แท้จริงของบรรดาพรรคการเมืองและกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนบางกลุ่มที่รับทุนจากต่างชาติ มาทำลายประเทศไทยด้วยการทำลายรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มและต่างชาติที่มุ่งทำลายประเทศไทย ด้วยการแสดงพลังลงคะแนน กา X ไม่เห็นชอบ เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญและผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย จึงขอให้พี่น้องประชาชนไทยร่วมกันไปออกเสียงประชามติ ด้วยการออกเสียง ถ้าจะแก้ไขรายมาตรา กา X ไม่เห็นชอบ พิทักษ์รัฐธรรมนูญ กา X ไม่เห็นชอบ

อนึ่ง กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยมีข้อสังเกตว่า การออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ น่าจะเป็นการจัดให้มีการออกเสียงประชามติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 เพราะในพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 มาตรา 9 ได้กำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 9 (1) และกำหนดกลไกของการริเริ่มแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 10 ซึ่งต้องมีการริเริ่มและส่งเรื่องจากประธานรัฐสภาไปยังคณะรัฐมนตรี พร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องมีเอกสารการอธิบายถึงเรื่องที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมไว้ให้ประชาชนได้รับทราบด้วย

แต่การจัดทำประชามติเพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในครั้งนี้ ครม.ได้ริเริ่มตั้งประเด็นคำถามขึ้นเองโดยไม่ได้มีการริเริ่มจากประธานรัฐสภา ทั้งที่การออกเสียงประชามติในครั้งนี้เป็นการตั้งคำถามเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ที่ผ่านการออกเสียงประชามติของประชาชน เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ: 16:7 ล้านเสียง (61.35%) และคะแนนเสียงเห็นชอบ "คำถามพ่วง" (ให้ สว.ร่วมเลือกนายกฯ): 15.1 ล้านเสียง (58.07%) การออกเสียงประชามติครั้งนี้จึงเป็นการออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพันให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 รวมทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 44/2564

'จตุพร' ซัด ปชน. 2 มาตรฐาน

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า ตั้งแต่การเขียนรัฐธรรมนูญปี 2534 รัฐธรรมนูญ ปี 2521 และปี 2534 ผู้รับผิดชอบคือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และปี 2540 ที่บอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ก็เป็นฝีมือนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็จบลง จากนั้นก็มาทำประชามติในรัฐธรรมนูญปี 2550 กรณีรัฐธรรมนูญปี 2560 ร่างแรกโดยนายบวรศักดิ์ถูกคว่ำ ส่วนร่างที่ 2 โดยนายมีชัยก็ทำประชามติ ตนไม่รับร่างเหมือนเดิม

"รัฐธรรมนูญไม่ว่าทหารเขียน หรือประชาชนเขียน แต่มือเขียนจริงๆ นั้นเป็นเนติบริกร 3 คนเวียนกันเขียน และฉบับใหม่ที่คิดจะทำเป็นเนติบริกรคนสุดท้อง หนีไม่พ้นก็เหมือนเดิม ซึ่งเราไม่เห็นความสำเร็จของการแก้ไขทั้งฉบับในทางความเป็นจริง ประเด็นที่พวกนี้เปิดกันมาที่สร้างความวิตกให้กับคนที่เขาตื่นตัวหมวด 1 หมวด 2 เรื่องเกี่ยวข้องพระราชอำนาจ รัฐไทยเป็นหนึ่งเดียว หรือโยงเกี่ยวข้องกับมาตราอื่นๆ นั้น เค้าก็รู้ว่าอย่างไรมันก็ไปไม่ได้ คนไทยก็ไม่ยอม แล้วความต้องการจริงของนักการเมืองคือ เขาต้องการแก้ไขในเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมาตรฐานทางจริยธรรม"

นายจตุพรกล่าวถึงพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า ตนเคยพูดต่อหน้าในวันนี้อภิปรายเรื่อง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่กล่าวหาว่าหลบเลี่ยงภาษี มีการอธิบายเรื่องการรุกที่หลวงที่เขาใหญ่ สร้างโรงแรม และการอภิปรายเรื่องการโกงที่วัด สนามกอล์ฟอัลไพน์ ซึ่งจะต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมาตรฐานทางจริยธรรม แต่พวกนี้ไม่ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลับส่งไปกรมสรรพากร แล้วบอกอีกว่าจะส่งไปยัง ป.ป.ช. สุดท้ายก็ไม่ได้ส่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าอธิบดีกรมสรรพากร นามสกุลเดียวกับอดีตรองหัวหน้าพรรคขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังก็จบเห่

นายจตุพรกล่าวอีกว่า เคยถามพรรค ปชน.ถึงกรณีที่ไม่ส่งเรื่อง น.ส.แพทองธารไปยังศาล รธน. ทางพรรค ปชน.บอกเขาไม่ยอมรับในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานของพรรคที่กรณีของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กลับส่งแต่เรื่องของ น.ส.แพทองธาร 

"ความจริงแล้วรัฐธรรมนูญมันมีปัญหาเหมือนกับพระไตรปิฎกที่จะต้องมีการสังคายนา ต้องดูว่ามีปัญหาจุดไหน เพราะบางคนที่ต้องการแก้ไขก็วิ่งทิ้งประชาชน ท้ายที่สุดไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา มันอยู่ที่สันดานคน ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะมาจากระบอบอื่น จะมาจากประชาชน คนจะเลวก็เลวได้ทุกรัฐธรรมนูญ จึงมองว่าทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งเรายังต้องเจอปัญหามากมาย ผมจะต้องวิพากษ์วิจารณ์การเมือง จึงต้องเลือกช่องการไม่ลงคะแนน จะได้พูดได้เต็มปาก ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญจะไม่มีวันจบ และจะมีเรื่องอีกมากมาย" นายจตุพรกล่าว

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)   กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเขียนใหม่ทั้งฉบับ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สังเกตไหมครับ คนที่ออกมาบอกว่าจะไม่เห็นชอบ กับประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ล้วนเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กที่กำลังต้องดิ้นรนหาแสง พวกนี้คือตอนเปิดสนามเลือกตั้งมา กระแสไม่มีเลย เขตไหนที่จะได้ลุ้นก็ไม่รู้ ปาร์ตี้ลิสต์ต้องหา 350,000+ ลุ้นกันเหนื่อยแบบว่าจะได้สักหนึ่งที่นั่งหรือเปล่า

เวทีดีเบตบางแห่งก็จะไม่เชิญ เวทีใหญ่ก็เน้นส้ม แดง น้ำเงิน ฟ้า เอาไปเป็นไฮไลต์ที่คนอยากฟัง พรรคเหล่านี้หากล้องออกไม่ได้ ถูกคนฝ่ายเดียวกันหลงลืม แต่พอออกมาพูดสวนว่าจะไม่เห็นชอบ  คราวนี้ก็เลยมีกล้องออก ได้ขึ้นเวทีดีเบตกับพรรคใหญ่ เรื่องอื่นเขาไม่ให้ออกกล้องก็มาพูดเรื่องล้มล้าง ด่านักการเมืองไปเรื่อยเปื่อย (ตัวเองก็นักการเมือง) ยิ่งจินตนาการเพ้อฝันไปไกลให้มันน่ากลัวก็ยิ่งได้เอนเกจเมนต์อีก ถ้าไม่พูดแบบนี้คนพวกนี้ก็จะเงียบหายจากจอไปสนิทเลยนะครับ ระบบนิเวศการรณรงค์แบบนี้ไม่ดีเอาเสียเลย

"เหลืออีกสามวันเท่านั้น สื่อทั้งหลายเลิกให้พื้นที่คนพวกนี้ได้ไหมครับ ไม่ต้องให้พื้นที่ผมฝ่ายเดียวนะครับ สื่อนำเสนอเองได้เลยครับ เอาความเห็นต่างมาประมวลสรุปออกกล้องได้ แต่เลิกเอาคนอยากหาแสงกับความหลอนความเพ้อเหล่านั้นมาออกกล้องเถอะครับ ขอร้อง" นายยิ่งชีพระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดแบบส้ม! 'ไอลอว์' หยามพรรคเล็ก 'ไม่เห็นชอบ' แก้ รธน. เป็นพวกไม่มีกระแส หิวแสง อยากออกกล้อง

ประชาธิปไตยสีส้ม! "ผอ.ไอลอว์" ไล่แซะคนเห็นต่าง เย้ยพรรคเล็ก "ไม่เห็นชอบ" แก้รัฐธรรมนูญ เป็นพวกไม่มีกระแสในช่วงเลือกตั้ง หมดลุ้นได้ สส.

รวมพลังแผ่นดินฯ ปลุก 8 กุมภา กา ‘ไม่เห็นชอบ’ จัดทำรธน.ฉบับใหม่

กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยออกแถลงการณ์คัดค้านการออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. ชี้คำถามคลุมเครือ ทำประชาชนสับสน เปิดช่องการชี้นำ พร้อมยืนยันการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรายังทำได้ ไม่จำเป็นต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ก่อนเชิญชวนประชาชนก