“อนุทิน” ย้ำรอดูตัวเลข กกต.นิ่งก่อนคุยจัดตั้งรัฐบาล ลั่นต้องอยู่ครบวาระ 4 ปี “พิพัฒน์” แย้มตัวเลขซีก รบ.ต้องใกล้เคียง 300 เปิดเหตุไม่รีบเพราะพรรคที่ 2-3 รวมกันไม่ถึง 250 เสียง “ธรรมนัส” เผยพรรคมีแค่ 58 สส. ไม่โอเวอร์แอ็กชัน แต่อยากสานต่อกระทรวงเดิม เชื่อ ภท.ตอนนี้นั่งตีขิมรอดูท่าที “ภูมิธรรม” องุ่นเปรี้ยว บอกอย่าเพิ่งสนใจใครจับมือใคร “เท้ง” ปาดน้ำตา กัดฟันฟุ้งสู้อดีตหัวหน้าเอก-หัวหน้าทิมได้
เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 พร้อมมอบตุ๊กตาม้า และขนมมงคลจีนให้นายกฯ ทั้งนี้ นายจางยังได้แสดงความยินดีกับนายกฯ ที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชน
โดยนายอนุทินกล่าวช่วงหนึ่งว่า ม้า มังกร มาแล้วมีพลัง ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น พร้อมชี้ที่ตัวเองและกล่าวว่า นี่ปีม้า
เมื่อถามว่า แสดงว่าปีม้าปีเกิดของตัวเองก็ฉลองความสำเร็จไปด้วยเลยใช่หรือไม่ นายกฯ หัวเราะ ก่อนไปเป็นประธานการประชุม ครม. ซึ่งวันนี้มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม 5 คน
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นคนจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ใช่หรือไม่ว่า ผลการนับคะแนนยังอยู่ที่ 92% อย่าเพิ่ง ชอบทำอะไรที่เป็นขั้นเป็นตอน เราจะไม่พูดอะไรที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ควบคุมกฎคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เมื่อถามว่า วางหลักการร่วมเสียงตั้งรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องสีเทาอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เรามีหลักคือฟังเสียงประชาชนที่เลือกพรรค ภท.เข้ามา แม้ตอนนี้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 190 เสียง ก็ต้องให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของประชาชนมาเป็นหลักตัดสินใจ วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้ ต่อให้มีการดำเนินการก็ไม่สามารถเปิดเผยได้
ถามย้ำว่า เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเสียงรัฐบาลควรเป็นเท่าไหร่ นายอนุทินย้ำว่า ให้การยืนยันจำนวน สส.ของแต่ละพรรคเรียบร้อยก่อน เพราะยังต้องคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อด้วย จะมีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาอีกหลายคน ขอให้นิ่งก่อน
เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปีแบบออร์แกนิก นายอนุทินตอบว่า ไม่มีประเด็นและกังวลเรื่องนี้ การทำงานของตนเองไม่ทำเรื่องที่ผิดกฎหมายผิดศีลธรรมจรรยา หรือฝืนความรู้สึกประชาชน ยิ่งเที่ยวนี้ไม่ต้องกังวลเลย ต้องทำตามความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ ถ้าคิดจะทำอะไรแล้วฝืนความต้องการประชาชนก็จะไม่ทำ
ถามว่า จะควบคุมพรรคร่วมฯ ให้ดำเนินการตามนี้ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ คุมได้แน่ ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้เท่านั้นเอง ประชาชนให้คะแนนมาขนาดนี้ ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์เรื่องบ้านใหญ่นั้น ตอนนี้บ้านใหญ่ก็อยากให้มีบ้านเล็ก ตอนนี้มีทั้งบ้านใหญ่ ทั้งนักวิชาการ คำว่าบ้านใหญ่เป็นคำที่ไม่ดีหรืออย่างไร คำนี้เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นที่พึ่งพิงเป็นที่มั่นใจของประชาชนแล้วทำไมล่ะ มีพรรคไหนที่ไม่มีบ้านใหญ่ ก็มีกันทั้งนั้น
“เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ที่การทำงาน คนอื่นอาจมองจากตัวเลข แต่รัฐบาลของตนเสถียรภาพเกิดจากการทำงาน ผมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาแล้วทำงานได้หรือไม่ นโยบายต่างๆ ที่ผลักดันออกไปล้วนแต่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ทำได้ไม่มีปัญหา ไม่ว่าคนละครึ่งพลัส การป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ทางการทูต การปราบสแกมเมอร์ ก็ครบทุกอย่างทั้งที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เที่ยวนี้ก็น่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สิ่งที่ผมทำวันพรุ่งนี้ต้องมาจากบทเรียนของเมื่อวาน ไม่ต้องห่วงผมขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุด และไม่เกินความเร็วที่ควบคุม”
ต้องอยู่ครบ 4 ปี
ถามย้ำว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี เพราะประชาชนคาดหวังกับพรรคภูมิใจไทยสูง นายอนุทินกล่าวว่า ต้องมั่นใจสิ รัฐบาลชุดใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำต้องอยู่ครบ 4 ปี ด้วยการมีผลงานที่ซื่อสัตย์สุจริต รวดเร็ว ตอบสนองประชาชนได้ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติได้ ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ มันมีหลายโจทย์ ต้องอยู่แล้วเข้มแข็งทำงานได้ทำประโยชน์ได้
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีพิรุธเยอะมาก นายอนุทินกล่าวว่า เวลาชนะก็ไม่มีพิรุธ เวลาแพ้ก็มีทุกที ส่วนกระแสที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่นั้น รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้ง หากกล่าวหาเช่นนี้คือกล่าวหา กกต. รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้อง และยังคอยประสานงานให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย การดำเนินงานจัดการเลือกตั้งทั้งหมดอยู่ในมือ กกต. ทุกวันนี้เป็นหัวหน้ารัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าแต่ละพรรคจะมีกี่คนกันแน่
มีรายงานในการประชุม ครม. นายอนุทินได้กล่าวแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีทุกคนที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจากการเลือกตั้งทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ พร้อมระบุว่า จะรอให้ กกต ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะเริ่มกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและเจตนารมณ์ของประชาชน พร้อมย้ำว่า ครม.ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามปกติอย่างเต็มที่จนกว่ามี ครม.ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ โดยได้มอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ติดตามงบประมาณและโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกชะลอในช่วงการเลือกตั้งให้เร่งดำเนินการโดยด่วน
นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพูดคุยหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เรื่องจัดตั้งรัฐบาล และกระแสข่าวจับมือกับพรรค พท.ว่า วันนี้ยังไม่มีอะไร เราต้องรอให้ กกต.รับรอง เราจะขยับอะไรก็แล้วแต่เราต้องให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ทำได้แต่การเตรียมการ เราก็คิดไปเรื่อยๆ
“กกต.เขามีกรอบกฎหมายอยู่ว่าเขาจะรับรองภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน ใช่ไหมครับ ตอนนี้เพิ่ง 2 วันเอง ให้เวลา กกต.ทำงาน” นายอนุทินระบุ
เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้สูตรตั้งรัฐบาลแบบไหนบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่บอก บอกไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่าระหว่างเสียงก้ำกึ่งกับเสียงที่มีเสถียรภาพชอบเสียงอะไรมากกว่ากัน นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องทำให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นใหม่มีเสถียรภาพให้มากที่สุด เมื่อถามย้ำว่าอยากได้ตัวเลขตั้งรัฐบาลเท่าไหร่ระหว่าง 300+ หรือแค่ 290 เสียง นายอนุทินยิ้มแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว
ในเวลา 14.20 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงข่าวของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. ที่สวมเสื้อยืดด้านในสีน้ำเงินและใส่เสื้อสูทสีฟ้า โดยนายอนุทินถึงกับร้องโอ้วและอมยิ้ม และขอผู้สื่อข่าวดูภาพชัดๆ อีกครั้งพร้อมบอกว่า ตอนนี้ไม่หนิมไม่หนูแล้ว หนิมน่ารัก
ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า มีนัยการประสานพูดคุยกัน เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธเสียงสูงว่า ไม่มี จริงๆ ก็รักกันดีอยู่แล้ว เจอกันก็พูดคุยกัน คงเรียกผมหนูเปล่าๆ แค่บนเวที แต่เจอกันก็เรียกผมว่าพี่หนู เชื่อเถอะ
ถามอีกว่า เป็นนัยว่าพร้อมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้มองไกลขนาดนั้น แต่สุดท้ายอย่างที่เคยบอก ทุกคนก็ต้องเล่นตามบทบาทที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งเชื่อว่าหากวันไหนที่เจอกับพวกเขาเหล่านี้ ก็จะยิ้มและพูดคุยกันว่าเราจะทำอะไรเพื่อบ้านเมือง และเราก็คงไม่เอาเรื่องของความขัดแย้งที่ปราศรัยโจมตีกันเอามาคิดอะไรกันทั้งนั้น อะไรที่แซวกัน มันไม่มีเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวแม้แต่น้อย
ปูดตัวเลขใกล้เคียง 300
ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรค ภท. กล่าวถึงทิศทางการตั้งรัฐบาลว่า ปัจจุบันยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ต้องรอความชัดเจน กกต.จึงเริ่มหารือ และขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ส่วนความเหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งน้อยยิ่งดีหรือไม่นั้น ไม่จำเป็น แต่ต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพทำงานต่อเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ที่ใกล้เคียง 300 เก้าอี้
ถามว่า คำว่าเสถียรภาพนอกจากตัวเลขจำเป็นต้องดูที่รายชื่อพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องดูเรื่องนโยบายในการหาเสียงที่ผ่านมาของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร และมีนโยบายที่ขัดแย้งกับภูมิใจไทยหรือไม่ หากไม่ขัดแย้งเราคุยและหารือกัน
ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรฯ กล่าวถึงภาพรวมเลือกตั้งผู้สมัคร สส.ในกลุ่มได้เข้ามากี่คนว่า ทำงานในนามพรรค ภท.ทั้งหมด เป็นเพื่อนกันทั้งหมด มีประมาณ 16-17 คนที่ชวนกันเข้ามา จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชลบุรี ซึ่งถือว่าได้ตามเป้าทั้งหมด
ถามว่า แบบนี้จะได้ 1 รมว. 1 รมช.หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น วันนี้เอาแค่ว่าให้มีการรับรองให้ถูกต้องก่อน ให้ได้ 95% เพื่อเข้าสู่สภา ขั้นตอนต่อไปก็เลือกนายกฯ ว่าจะเป็นใครตามกฎหมาย
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรค ภท. ปฏิเสธให้ความเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาลความเหมาะสมควรมี สส.เท่าไหร่ ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการสินใจของคนที่เป็นนายกฯ
ส่วน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามว่าจะร่วม ครม.อนุทิน 2 หรือไม่ โดยกล่าวว่า ขอให้ไปถามนายอนุทิน
ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ทีมเศรษฐกิจพรรค ภท. ปฏิเสธตอบถึงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอนุทิน และเมื่อถามย้ำว่าประชาชนอยากเห็นนโยบายใหม่ๆ นอกเหนือจากการต่อยอด นางศุภจีกล่าวสั้นๆ ว่า เข้าใจค่ะ
มีรายงานความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ว่า นายอนุทินยังไม่มีการพูดคุยการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ อย่างเป็นทางการ เพราะต้องรอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการเสียก่อน ซึ่งสาเหตุที่ไม่รีบเนื่องจากตัวเลข สส.ไม่เป็นทางการของ ภท.อยู่ที่ 193 เสียง ขณะที่พรรคประชาชนได้ สส. 118 เสียง และพรรค พท.ได้ สส. 74 เสียง เมื่อพรรคอันดับ 2 และ 3 รวมกันได้ 192 เสียง ไม่ถึง 250 เสียง จึงไม่มีแรงกดดัน แต่รอให้แต่ละฝ่ายแสดงจุดยืนและความต้องการของตัวเองมาก่อนเพื่อประเมินว่าจะเชิญฝ่ายใดมาร่วมรัฐบาล
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่แน่นอนแล้วคือโควตา 3 ตำแหน่งหลัก นายอนุทินจะมอบให้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ, นางศุภจี รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เพื่อสานงานต่อไปและเป็นไปตามที่หาเสียงกับประชาชน ขณะที่ รมว.กลาโหมต้องจับตาว่านายอนุทินจะนั่งควบตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ เพราะต้องการทำงานร่วมกับกองทัพอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องชายแดน ส่วนโควตาหลักอื่นๆ ที่พรรค ภท.จะรับผิดชอบเองคือ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงคมนาคม และกระทรวงยุติธรรม เป็นต้น
อย่าโอเวอร์แอ็กชัน
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกระแสข่าวร่วมทานข้าวกับนายอนุทินว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ไปเปิดงานวันนักกีฬาแห่งชาติ แล้วก็เข้าบ้าน ไม่มีอะไร ส่วนการโทรศัพท์ยินดีก็เป็นเรื่องปกติ เรามีมารยาทเป็นพรรคระดับกลาง ก็แสดงความยินดีซึ่งกันและกันท่านั้นเอง ซึ่งใครเป็นฝ่ายโทร.หาไม่ใช่สาระสำคัญ ส่วนแนวทางการทำงานต่อไปนั้น ต้องรอผลรับรองจาก กกต.ก่อน
“เรามีแค่ 58 เสียง ต้องฟังพรรคหลัก อย่าไปโอเวอร์แอ็กชัน เราต้องรู้จักสถานะตัวเอง และให้เกียรติแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตอนนี้ไวไปที่จะพูดเรื่องนี้ เมื่อถึงวันที่ กกต.รับรองผลค่อยมาคุยกัน” ร.อ.ธรรมนัสระบุ
ถามถึงกระแสข่าวพรรค ภท.จะเชิญพรรค พท.ร่วมรัฐบาล แต่ไม่เชิญพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรรมนัสกล่าวว่า สมการอยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะเชิญหรือไม่ เราเป็นนักการเมือง ต้องพร้อมได้ทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวล เดินมาไกลแล้ว
ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งถึงกระแสข่าวพรรค ภท.ดัดหลังพรรค กธ.ไม่ดึงมาร่วมรัฐบาล โดย ร.อ.ธรรมนัสหัวเราะก่อนกล่าวว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว มันยังไวเกินไปที่จะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่า สูตรจัดตั้งรัฐบาล การจับขั้วพรรคสีไหนจะทำให้มีเสถียรภาพ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เชื่อว่ายุทธศาสตร์ของพรรค ภท.เขาวางแผนหมดแล้ว เพียงแต่ว่ารอเวลาให้ชัดเจน มันยังไม่ใช่เวลามาคุยตอนนี้ ซึ่งยังมีระยะเวลาที่ กกต.รับรองภายใน 60 วันตามกฎหมาย ซึ่งจะครบประมาณต้นเดือนเม.ย. ดังนั้นไวไปที่จะบอกจับกับพรรคนั้นพรรคนี้
“ถ้าผมเป็นพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้จะนั่งตีขิมอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นจะต้องไปคุยกับพรรคโน้นพรรคนี้ แต่พรรคบางพรรคที่อยากจะร่วมรัฐบาลก็อาจพูดมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมเราอยู่ในที่ตั้ง” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
เมื่อถามว่า หากได้ร่วมรัฐบาลต้องการสานต่อในกระทรวงเดิมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ถ้าเราได้ดูกระทรวงที่ถนัดต่อก็เป็นเรื่องดี แต่การเมืองอย่าไปคาดหวังอะไร 100% การเมืองไม่ใช่ 1 + 1 เป็น 2 สมการการเมืองไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์
เมื่อถามว่า เสถียรภาพรัฐบาลควรมี 300 เสียงขึ้นไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ตนเองก็ถือว่าเป็นคนขับเคลื่อน ได้เสียงจากพรรคเล็กไม่น้อยกว่า 19 พรรค ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้น จนท้ายที่สุดรวมได้ 251 เสียงก็อยู่รอดปลอดภัย
ถามว่า มีข้อสังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัสกับนายอนุทินร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา มีสัญญาใจที่ต้องจับมือไปด้วยกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มี เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเพราะสถานการณ์บ้านเมืองไปต่อไม่ได้ ก็ทำเพื่อบ้านเมืองมากกว่า
ส่วน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันชัดเจน เนื่องจากเพิ่งจบจากการเลือกตั้ง พรรคได้ สส. 5 คน และต้องรอ กกต.รับรองก่อน
พปชร.ฟังเสียง ปชช.
เมื่อถามย้ำว่า ในที่ประชุม ครม.พูดคุยกันหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยจริงจังอะไรกันขนาดนั้น เพียงแต่ทักทายแสดงความยินดี ซึ่งนายกฯ พูดไว้ต้องรอ กกต.รับรองก่อนจึงทำได้ตามระบบ
ถามอีกว่า หากถูกทาบทาม พปชร.พร้อมหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า พรรคชัดเจนอยู่แล้วว่าฟังเสียงประชาชน และประชาชนก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรคภูมิใจไทยของนายกฯ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากและเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันด้วยดีตลอด
“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค พปชร. ก็ยังไม่ให้ความเห็นในการร่วมรัฐบาล เพียงแต่แสดงความยินดีเท่านั้น” น.ส.ตรีนุชกล่าว
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีทาบทามจัดตั้งรัฐบาลจากพรรค ภท.ว่า ยังไม่มีการประสานมา เป็นเรื่องของพรรคอันดับหนึ่งที่จะดำเนินการ เข้าใจว่าต้องรอความชัดเจนเรื่องจำนวนและตัวเลขของ กกต.ก็ยังไม่นิ่ง ซึ่งพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาทอยู่แล้ว ยืนยันว่ายังไม่ได้เริ่มคิด แต่คงต้องมานั่งคุยกัน เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องมีการตัดสินใจ
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเสริมว่า ต้องรอให้ตัวเลขชัดเจน และรอให้คนสบายใจต่อผลการเลือกตั้งที่ออกมา เมื่อความรู้สึกยังไม่สงบ ยังไม่นิ่ง จะมานั่งพูดเรื่องการตั้งรัฐบาล มองว่าไม่คำนึงถึงความรู้สึกและความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ใส่ใจเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร อยากให้ใส่ใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์พอที่จะรับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ อย่าเพิ่งถามว่าใครจะตั้งกับใครเลย ต้องถามว่าวันนี้เหมาะสมหรือไม่ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร ต้องรอให้ทุกอย่างและตัวเลขนิ่งก่อน
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ว่า ต้องสร้างปรากฏการณ์ว้าวให้กับสังคม ด้วยการแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานาน โดยเฉพาะปัญหาความมั่นคงและชายแดนที่ต้องใช้ความเด็ดขาด รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจปากท้องที่เป็นหัวใจหลักในการตัดสินใจของผู้ออกเสียงเลือกตั้ง หากรัฐบาลทำไม่ได้ตามที่ประกาศไว้ กระแสแลนด์สไลด์ที่เคยได้มาอาจกลายเป็นกงจักรที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเองในอนาคต
“ประชาชนเขาคาดหวังอยากให้เป็นรัฐบาลหนูทอง เป็นคณะรัฐมนตรีที่ประชาชนเห็นแล้วว้าว เป็นความหวังของประชาชน มาแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคง ปัญหาชายแดน มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง”
เท้งลั่นสู้ 'เอก-ทิม' ได้
วันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" ถึงผลการเลือกตั้งว่า พรรคสื่อสารได้ครบถ้วน ทั้งการชวนประชาชนออกมาให้เปลี่ยนการเมืองออกจากระบบโควตา เจ้าของพรรค และออกจากระบบทุนใหญ่ แต่ที่สู้คู่แข่งไม่ได้คือยุทธวิธี ที่พรรคยอมรับว่ายังสู้ไม่ได้ และจะไปทำการบ้านเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
“ที่ผ่านมาเพื่อนร่วมพรรคทำงานอย่างเต็มที่ แต่มีปัจจัยอื่นๆ รวมถึงคู่แข่งด้วยที่เข้ามา รอผลออกมา 100% ก่อน พร้อมจะยอมรับทุกเหตุผล ทุกข้อเท็จจริง” นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่า ถึงวันนี้สู้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สู้ได้ ในแบบของตนเอง น้อมรับ ไม่ปฏิเสธที่ใครคิดหรือรู้สึกแบบนั้น ในอีกมุมหนึ่งก็ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ เพื่อนร่วมพรรคเองก็บอกว่าเราทำงานกันเป็นทีม ได้พิมพ์แชตไปหาเพื่อนๆ สส.เขตเดิมทุกคน ที่ผลการเลือกตั้งออกมา เขาอาจไม่ผ่านรู้สึกเสียใจ นึกถึงหน้าเขา แล้วจะไม่เจอเขาในสภาอีกรอบ รู้สึกแบกรับว่าในฐานะหัวหน้าพรรคมีส่วนหรือเปล่า (เสียงสั่น)
“มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่คนเป็นหัวหน้าพรรคจะมาประกาศลาออก หรือทำให้เกิดความรู้สึกสั่นคลอนกับคนในพรรค หน้าที่ผมตอนนี้คือทำให้พรรคเดินหน้าต่ออย่างมั่นคงมากที่สุด ในอนาคตถ้ามีใครที่พร้อมกว่าผม ดีกว่าผม ผมไม่ติดเลย” นายณัฐพงษ์กล่าวจบได้ก้มลงหน้าปาดน้ำตา
นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงประเด็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อและยื่นเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมส่งศาลฎีกาพิจารณาภายใน 30 วัน หากศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จะดำเนินการอย่างไร ว่าพรรคยังหารือกันภายในพรรคอยู่ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากตนเองไม่ลาออก ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะเดดล็อก เพราะตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ต้องเป็นหัวหน้าพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ในฝ่ายค้าน ถ้าถูกสั่งหยุดแปลว่าจะไม่มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ส่งผลต่อการตั้งวิปผู้นำฝ่ายค้าน การทำหน้าที่สรรหาตัวแทนองค์กรอิสระ ทั้งนี้ต้องการหารือพรรคอีกครั้ง ซึ่งยังไม่ตกผลึก โดยต้องชั่งน้ำหนักและประเมินว่าศาลฎีกาจะใช้เวลาตัดสินนานขนาดไหน
เมื่อถามว่า มติ ป.ป.ช.ถือเป็นพายุใหญ่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นพายุใหญ่เท่านี้ และเตรียมรับมือไว้หมดแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บี้นับใหม่18เขต/กกต.ยื้อชลบุรี
“กกต.” ขอเวลา 2 วัน สอบปมร้องนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ส่ง "รองเลขาฯ ฝ่ายสืบสวน" ประสาน ผอ.กกต.จังหวัด
สั่งครม.ศึกษาเลิกMOU ลุยสร้างรั้วชายแดนไทย
"อนุทิน" สั่ง ครม.เร่งศึกษาเลิก MOU 44 เป็นประธานวันครบรอบ 72 ปี
กลุ่มตกหล่นเฮ! คนละครึ่งเฟส2 ได้2-2.4พันบาท
คลังยันวางระบบ "คนละครึ่งพลัส" พร้อมเดินหน้า 100% "เอกนิติ" คอนเฟิร์มตามนโยบายหาเสียงให้สิทธิ์กลุ่มตกหล่น 2,000-2,400 บาท
ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี
ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน
‘หนูไม่ใช่หมู’ ชัยชนะถล่มทลายและทิศทางอำนาจใหม่ของนายกฯ อนุทิน
การเปิดใจสัมภาษณ์สด ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ในรายการกรรมกรข่าว ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เมื่อเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 69 หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
'อนุทิน' สั่งครม. เตรียมพร้อมยกเลิก 'MOU 44'
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศว่าจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่า วันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิ

