ไอโอส้มเดือด!จี้กกต.คุ้ย แก้วตาซัดอีแก่-ประสาท

“ชัยวุฒิ” จี้ กกต.สอบค่าใช้จ่ายไอโอส้ม เด็กรักชาติดีดปาก “พริษฐ์” อย่าเป็นอีแอบ บอกไม่มีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ศึกสาวไส้ระอุ “ธิษะณา” ซัดอีแก่ไร้จิตสำนึก-พวกประสาท ชำแหละ “สเปกเตอร์ ซี” ธนาธรและเมียถือหุ้นอีนุงตุงนัง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.2569 ยังคงมีความต่อเนื่องกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา  อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ชั้น 4 ตึกอนาคตใหม่ เป็นศูนย์ปฏิบัติการชี้นำข้อมูลข่าวสาร หรือไอโอของพรรค ปชน. ในขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. กลับชี้แจงว่าสเปกเตอร์ ซี เป็นบริษัทที่พรรคจ้างให้ผลิตสื่อ หรือกราฟิก หรือคลิปวิดีโอ ที่ปรากฏในเพจพรรคเท่านั้น ไม่ได้มีปฏิบัติการไอโอแต่อย่างใด

โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นการแถที่ขัดกับความเป็นจริง วันนี้สังคมรับรู้กันถ้วนหน้าว่ามีการใช้ไอโอเข้าไปยุยงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง และบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง รวมถึงทำลายคู่แข่ง

นายชัยวุฒิระบุอีกว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งตรวจสอบค่าใช้จ่ายแฝง โดยการทำไอโอไม่ได้ทำฟรีๆ แต่มีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา และมีการจ่ายเงินจำนวนมหาศาล หากพรรคใดไม่ได้แจ้งงบประมาณส่วนนี้ในบัญชีค่าใช้จ่ายหาเสียง ถือว่ามีความผิดชัดเจน และอาจนำไปสู่การให้ใบแดงหรือการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ทันที เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

“กกต.ควรจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เพราะการใช้โซเชียลมีเดียหาเสียงมันต้องมีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา มีการจ่ายเงินจำนวนมาก ซึ่งอันนี้ต้องแจ้งมาในค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย ถ้าแจ้งไม่ครบหรือไม่แจ้งทั้งหมดก็มีความผิด หรือถ้าแจ้งแล้วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ก็ถือว่าผิดกฎหมาย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไปดู” นายชัยวุฒิกล่าว

นายชัยวุฒิ ในฐานะอดีต รมว.ดีอี กล่าวว่า  รอยนิ้วมือทางดิจิทัลไม่มีทางลบเลือน การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านช่องทางต่างๆ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หมดว่าโพสต์มาจากจุดไหน อาคารใด หรือหน่วยงานใด จึงขอท้าให้เจ้าหน้าที่ลากตัวการที่ฟีดข้อมูลไอโอออกมาแฉให้ชัดเจนต่อหน้าประชาชน

 “แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่กลุ่มผู้ใช้นามแฝงใช้บอต หรือแอ็กเคานต์อวตารมาปั่นกระแสการเมืองนั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย” นายชัยวุฒิระบุ

นายภูมิ สวัสดี สมาชิกพรรค รช. กล่าวเช่นกันว่า เป็นไปไม่ได้ที่พรรคใหญ่จะไร้ขบวนการปั่นกระแส นี่คือการโกหกประชาชน กล้าพูดเลยหรือว่าพรรค ปชน.ไม่มีไอโอ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในการเป็นพรรคใหญ่ขนาดนั้นแล้วไม่มีไอโอ เวลาที่เขาโดนไอโอจากพรรคอื่นมาโจมตี เขาใช้วิธีการอะไรอย่างไรในการแก้ไขหรือ

“เราเข้าใจได้นะครับว่าถ้าสมมติจะใช้ไอโอในการทำให้อุดมการณ์ของตัวเองเป็นจริง ยังไงมันก็ต้องใช้ แต่การที่ออกมาพูดว่าไม่มี ไม่ใช้เลย ผมมองว่ามันเป็นการโกหกประชาชนไปหน่อยครับ หากจะใช้เพื่ออุดมการณ์ก็ควรยอมรับ ไม่ใช่สร้างภาพลักษณ์ที่บิดเบือน” นายภูมิกล่าวตอบโต้นายพริษฐ์ที่ระบุว่า ปชน.ไม่มีการใช้ไอโอ

นายภูมิยังกล่าวถึงแชตลับโดยอ้างถึงเนื้อหาที่มีการบงการให้ต้องมีการนับคะแนนใหม่เพื่อให้ไอซ์ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ชนะ มิเช่นนั้นจะถือว่าขายหน้าอย่างรุนแรง และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ มีการใช้ไม้ตายเดิมๆ คือการขู่ลงถนนหากไม่ได้ตามที่ต้องการ ว่านี่คือหลักฐานชัดเจนของการสร้างความแตกแยก และพร้อมจะใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ ปชน.กำลังใช้มนุษย์เป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟทางการเมือง ซึ่งบทเรียนในอดีตอย่างกรณีของบุ้งและหยก ในโลกโซเชียลอาจดูเหมือนเป็นฮีโร่จากการอวยของกลุ่มที่อาจจะเป็นไอโอ แต่เมื่อถึงคราวต้องสู้คดีในศาลหรือต้องเข้าคุก กลับต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

“วันที่น้องต้องขึ้นศาล ไปอยู่ในคุก ไม่มีใครอยู่กับน้อง เขาไม่ได้ช่วยอะไรน้อง สุดท้ายน้องต้องจัดการตัวเอง คนที่เสียใจคือครอบครัว ฝากไว้ด้วยนะครับพรรคประชาชน จากเรื่องไอโอสู่การใช้เชื้อเพลิงเป็นประชาชน สุดท้ายแล้วอุดมการณ์ของคุณทำเพื่อใคร”

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอิศราได้เจาะข้อมูลสเปกเตอร์ ซี ระบุว่า เดิมชื่อบริษัท เพียร์สัน สเปกเตอร์ ลิท จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 14 ม.ค.2563 ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ประกอบการจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นๆ ผ่านทางออนไลน์ การบริการตัดต่อภาพและเสียงกิจกรรมทางกฎหมายและบัญชี ที่ตั้งปัจจุบันเลขที่ 167 ชั้น 5 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (ที่ทำการพรรคประชาชน) 7 เม.ย.2563 เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด 14 ก.ย.2563 จดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,430,000 บาท

โดยมีนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล, นายศุภชัย เสียงจันทร์ และ น.ส.กัลยกร ศรีวารีรัตน์ เป็นกรรมการ

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด 30 เม.ย.2568 มีผู้ถือหุ้น 24 คน โดยนายนันทพร อาศิรพจนกุล ผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นสามี น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขณะที่นายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล มีชื่อเป็นกรรมการอย่างน้อย 2 แห่ง 1.บริษัท ส้มจี๊ด เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด การบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหารการผลิตนมสด นมพาสเจอไรส์ นมสเตอริไลส์ จดทะเบียน 22 พ.ย.2562 ทุน 30 ล้านบาท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้นใหญ่ 299,997 หุ้น (99.99%) จากทั้งหมด 300,000 หุ้น และมี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ร่วมเป็นกรรมการด้วย 2.บริษัท มาร์ส เอสเตท จำกัด ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ จดทะเบียนวันที่ 4 มิ.ย. 2564 ทุน 5 ล้านบาท มีนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยานายธนาธร เป็นกรรมการและถือหุ้นใหญ่ 49,998 หุ้น 

นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ ผู้ถือหุ้นสเปกเตอร์ ซี เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น บริษัท ส้มจี๊ดฯ 2 หุ้น  เป็นอดีตเหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ และอดีตผู้ชำนาญการประจำตัวอดีต สส.ธนาธร และยังเป็นกรรมการและถือหุ้นบริษัท เท่าเบฟ จำกัด ธุรกิจร้านอาหาร/ผลิตเบียร์ร่วมกับนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.กรุงเทพฯ ด้วย

วันเดียวกัน ยังคงมีความร้อนแรงในเฟซบุ๊กในการโต้ตอบของ น.ส.ธิษะณา เมื่อนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “ไม่ว่าองค์กรใด ก็ไม่ควรเป็นแพะรับบาปให้กับคนที่พังตัวเอง ด้วยสารเสพติด” ก่อนที่ น.ส.ธิษะณาจะแคปข้อความดังกล่าวมาพร้อมกับโพสต์ว่า “เตรียมตัวรับหมายศาลค่ะ ฟ้องถึงที่สุด อีแก่ไร้จิตสำนึก” นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้คอมเมนต์ต่ออีกว่า “ลบโพสต์ทำไมอีแก่ไร้จิตสำนึก เคยรักมากก็เกลียดมากได้นะคะ”

น.ส.ธิษะณายังได้แชร์โพสต์ของว่าที่ ร.ต.ศักดินันท์ ศุภนิมิตรมนตรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ พรรคกล้าธรรม ซึ่งเผยแพร่ภาพแคปหน้าจอการโต้ตอบกันระหว่าง น.ส.ธิษะณา และ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โดย น.ส.รักชนก ได้คอมเมนต์ว่า  “เหยียดคนที่ตำแหน่งต่ำกว่า เห็นคนไม่เท่ากันเนี่ยนะพรี่ ไม่มีปัญหาเรื่องจุดยืน” ทำให้ น.ส.ธิษะณาตอบกลับว่า “แพ้เลือกตั้งเพราะมึงเป็นแกนนำนั่นแหละค่ะ ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย มึงเห็นแกนนำแคมเปญหาเสียงทั่วโลกเค้าเอาเด็กทะเลาะกับแม่ค้าในตลาดทุกวันนำหาเสียงหรอ แพ้แล้วยังไม่เจียม”

จากนั้น น.ส.รักชนกได้ตอบว่า “นี่คุณใช่คนเดียวกันไหมเนี่ย กับที่เคยมาเกาะแขนดิฉัน พยายามจะตื๊อให้ดิฉันคุยด้วย แล้วบอกด้วยเสียงอ่อนหวานว่าขอบคุณมากนะที่ไอซ์ทำงานหนักเพื่อพรรคของเรา งานของไอซ์มีคุณค่ากับประชาชนกับพรรคมากๆ เลย” ซึ่ง น.ส.ธิษะณาตอบกลับว่า “ตอนไหนนะ อวยตัวเอง ประสาท” และว่า “แล้วงานของมึงคืออะไรนะ ประกันสังคม? ข้อมูลก็มาจากบอร์ดประกันสังคมกับเนม สมองมึงมีแต่ขี้เลื่อย เอาข้อมูลคนอื่นมาพูดไม่มีปัญญาทำเองหรอก”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัยวุฒิ' จี้ 'กกต.' สั่งเช็กบิลค่าใช้จ่ายแฝง 'งบหาเสียงสายดำ' ยันไม่เชื่อพรรคประชาชนไม่มี IO

ชัยวุฒิ ชี้วันนี้สังคมรับรู้กันถ้วนหน้าว่ามีการใช้ IO เข้าไปยุยงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง และบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง รวมถึงทำลายคู่แข่ง

'วิโรจน์' ซัดหนักชุดความคิด 'แสวง' สะท้อน กกต. ไม่รู้สำนึกในหน้าที่ บ่อนทำลายประชาธิปไตย

วิโรจน์ ซัดชุดความคิดของคุณแสวง อาจสะท้อนได้ว่า กกต. ไม่รู้สำนึกในหน้าที่ ลดทอนการปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ละเมิดรัฐธรรมนูญ