ดับฝันเลือกตั้งใหม่ ‘ไชยันต์’กางระเบียบกกต.ยัน/‘บวรศักดิ์’ยํ้า‘ลับ’ไม่มีอยู่จริง

"ไชยันต์" ไขปริศนา เป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะโมฆะจนต้องเลือกตั้งใหม่ กางระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 ระบุชัด กกต.สามารถกำหนดรหัสหรือเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า “บวรศักดิ์” โพสต์ตอนที่ 2 ยกพจนานุกรม ตีความ “ลับ” ทั้งโลกไม่มีอยู่จริง ชี้เรื่องนี้ให้บทเรียน  กกต.เร่งสร้างเชื่อมั่น-หาวิธีใหม่พิสูจน์บัตรปลอม-แนะแยกผู้จัดเลือกตั้งออกจากผู้วางกฎการเลือกตั้ง  ขอบคุณทัวร์ทั้งหลายที่มาอุดหนุน

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ศ.ดร.ไชยันต์  ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   โพสต์ข้อความในสื่อออนไลน์ โดยตั้งคำถามว่า   ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 บอกอะไร? ก่อนที่นักวิชาการผู้นี้ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 ซึ่งระบุว่า กกต.สามารถกำหนดรหัสหรือเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

ทั้งนี้ ข้อ 129 ระบุข้อความว่า บัตรเลือกตั้งให้ใช้กระดาษที่มีขนาดกว้างยาวตามความจำเป็น คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง

ศ.ดร.ไชยันต์ยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า ทำไมในปี 2569 กกต.จึงกำหนดให้มี QR code  และ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง สส.ในประเทศไทย?

ในการเลือกตั้งในปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมี Barcode (บนบัตรบัญชีรายชื่อ) และ QR Code (บนบัตรแบ่งเขต) โดยอ้างอิงอำนาจตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 ซึ่งระบุว่า กกต.สามารถกำหนดรหัสหรือเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

เหตุผลหลักที่ กกต.นำมาใช้ชี้แจงมี 3 ด้านสำคัญ:

1.มาตรการรักษาความปลอดภัย (Security Feature)

ป้องกันบัตรปลอม: รหัสเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน "รหัสประจำตัวบัตร" เพื่อยืนยันว่าเป็นบัตรที่จัดพิมพ์โดย กกต.จริง ป้องกันการพิมพ์บัตรเลียนแบบมาสวมสิทธิ

เทคนิคการพิมพ์: กกต.ระบุว่าเป็นเทคนิคเฉพาะของโรงพิมพ์เพื่อใช้ควบคุมมาตรฐานการผลิตและป้องกันข้อผิดพลาดในขั้นตอนการพิมพ์

2.การบริหารจัดการและควบคุมจำนวนบัตร

แก้ปัญหาบัตรเขย่ง: รหัสช่วยให้ กกต.ตรวจสอบได้ว่าในแต่ละเล่มมีบัตรครบ 20 ฉบับหรือไม่  และถูกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งใดบ้าง

ป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต: หากมีการนำบัตรจากหน่วยหนึ่งไปใช้อีกหน่วยหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะสามารถสแกนรหัสเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ทันทีว่าบัตรใบนั้นเป็นของหน่วยใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบ

3.การตรวจสอบความโปร่งใส (Traceability)

ทำไมถึงเป็นประเด็นร้อน?

ติดตามทุจริต: ใช้ในกรณีที่มีการร้องเรียนหรือเกิดเหตุผิดปกติ จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Trace) ได้ว่าบัตรล็อตนั้นๆ มีที่มาที่ไปอย่างไร

ทำไมถึงเป็นประเด็นร้อน?

แม้ กกต.จะยืนยันว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่มีข้อโต้แย้งสำคัญจากภาคประชาชนและนักวิชาการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้:

การรันเลขแบบ Unique ID: บัตรเลือกตั้งปี 2569 ต่างจากปี 2566 ตรงที่ รหัสในแต่ละใบไม่ซ้ำกัน และรหัสนั้นไป "ตรงกับเลขบนต้นขั้วบัตร" ซึ่งมีชื่อและลายเซ็นของเราอยู่

ความลับในการลงคะแนน: ฝ่ายคัดค้านมองว่าในทางเทคนิค หากใครมีทั้ง "บัตรที่กาแล้ว" และ "ต้นขั้ว" จะสามารถจับคู่ได้ทันทีว่าใครเลือกใคร ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็น "ความลับ"

มีประชาชนบางส่วนกังวลว่า QR Code หรือ Barcode จะระบุได้ไหมว่า "เราเลือกใคร"?

คำตอบคือ: ไม่ได้ครับ (ได้แต่ยากมากๆ และต้องตามกระบวนการตามกฎหมาย!) เพราะรหัสเหล่านี้มักจะอยู่ที่ "ต้นขั้วบัตร" (ซึ่งถูกเก็บไว้ที่หน่วย) หรือบน "หน้าซอง" (กรณีเลือกตั้งนอกเขต) แต่บน "ตัวบัตรเลือกตั้ง" ที่เรากากบาทและหย่อนลงหีบนั้น จะไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชนของผู้เลือก เพื่อรักษาความลับในการลงคะแนนตามกฎหมาย

เพราะตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติของ กกต. การ "แยกที่เก็บ" เพื่อรักษาความลับของการลงคะแนน มีกระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นทันทีหลังปิดหีบและนับคะแนนเสร็จ ดังนี้

1.การแยกส่วนประกอบ ณ หน่วยเลือกตั้ง

หลังจากการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ (กปน.) จะต้องคัดแยกเอกสารออกเป็นส่วนๆ ดังนี้

ส่วนที่ 1: บัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนแล้ว จะถูกมัดรวมและใส่กลับลงไปใน "หีบบัตรเลือกตั้ง" แล้วปิดผนึกด้วยสายรัดหรือสติกเกอร์ที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับ

ส่วนที่ 2: ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง (ที่มีรหัส Barcode/QR Code ตรงกับบัตร และมีรอยฉีก) จะถูกรวบรวมใส่ใน "ถุงเมล์" หรือซองแยกเฉพาะ ต่างหาก ไม่ได้ใส่รวมลงไปในกองบัตรที่ลงคะแนนแล้ว

ส่วนที่ 3: บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ที่มีรอยเซ็นหรือพิมพ์ลายนิ้วมือของเรา) จะถูกแยกใส่อีกซองหนึ่ง

2.สถานที่จัดเก็บ

เมื่อส่งมอบอุปกรณ์จากหน่วยเลือกตั้งไปยังศูนย์รวมคะแนน:

หีบบัตรเลือกตั้ง (ที่มีบัตรข้างใน): มักจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สถานที่ปลอดภัยประจำเขตเลือกตั้ง (เช่น ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขต) โดยมีการล็อกกุญแจและมีเจ้าหน้าที่/ตำรวจเฝ้า 24 ชั่วโมง

การทำลายหรือตรวจสอบ

ต้นขั้วบัตรและบัญชีรายชื่อ: จะถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่ สำนักงาน กกต. จังหวัด หรือสถานที่ที่ กกต.กำหนด ซึ่งมักจะเป็นคนละห้องหรือคนละตึกกับที่เก็บหีบบัตร

3.การทำลายหรือตรวจสอบ ตามกฎหมาย: เอกสารเหล่านี้จะถูกเก็บไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี (หรือจนกว่าคดีความจะสิ้นสุดหากมีการร้องเรียน)

การเข้าถึง: ไม่มีใครสามารถเดินเข้าไปเปิดหีบเพื่อเอาบัตรมาเทียบกับต้นขั้วได้ตามอำเภอใจ

การจะทำแบบนั้นได้ต้องมีมติจาก กกต.ชุดใหญ่ หรือคำสั่งศาล ในกรณีที่มีการคัดค้านการเลือกตั้งเท่านั้น

ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์ประเด็นการเลือกตั้ง “โดยลับ” กับ QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่า บ.จ.ตอนที่ 2 การเลือกตั้ง “โดยลับ” กับ QR Code หรือบาร์โค้ด

พจนานุกรมฉบับราชบัญฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ให้ความหมายคำว่า “ลับ” ซึ่งเป็นคำวิเศษณ์ว่า

1) ที่อยู่ในที่พ้นตา, ที่อยู่ในที่ซึ่งแลไม่เห็น, เช่น ที่ลับ ประตูลับ หรือหายลับ

2) ที่ปกปิดหรือควรปกปิด เช่น ความลับ หนังสือลับ

Secret พจนานุกรม Cambridge dictionary ให้ความหมายว่า “a piece of information that is only known by one person or few people and should not be told to others”

“ลับ” ที่ไม่มีใครรู้เลยทั้งโลก ไม่มีอยู่จริง ความหมายที่แท้จริง คือ ปกปิดไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ ได้ล่วงรู้เหมือนที่ปรากฏในพจนานุกรม Cambridge และเหมือนที่ปรากฏในระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2552 ข้อ 9 ที่บัญญัติว่า

“บุคคลที่จะเข้าถึงสิ่งที่เป็นความลับของราชการในชั้นใดต้องเป็นบุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และให้เข้าถึงสิ่งที่เป็นความรักของทางราชการได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น” ความผิดฐานเปิดเผยความลับในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 322 ถึงมาตรา 325 ก็ใช้ความหมายนี้ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 มาตรา 7 ก็ใช้ในความหมายนี้ คือมีผู้รู้เรื่องลับ กับผู้ที่ถูกปกปิดไม่ให้รู้

แปลว่า "ลับ" มีผู้ที่รู้เรื่องนั้นได้ซึ่งก็คือ

1) ผู้ทำ พูดหรือ เขียนความลับนั้นเอง

2) ผู้ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เข้าถึงความลับนั้น

ความลับของการเลือกตั้ง

เรื่องบัตรเลือกตั้ง มาตรา 93 ของลำดับประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 บัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 92 เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้งแล้วให้พับบัตรเลือกตั้งเพื่อมีให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนอย่างไร แล้วนำบัตรเลือกตั้งนั้นใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง"

มาตรา 99 ของกฎหมายฉบับเดียวกันบัญญัติว่า  "ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร"

โปรดสังเกตวลีที่ว่า "เพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนอย่างไร" ในทั้งสองมาตรานี้ให้ดี กฎหมายเค้าไม่ได้เขียนไว้ลอยๆ แต่เขาต้องการบอกว่า

1) ความลับของการเลือกตั้ง ว่าเลือกใคร ไม่ใช่เพียงสิทธิ์และความคุ้มครองต่อผู้เลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าที่ของผู้เลือกตั้งด้วย ที่จะต้องรักษาความลับ นอกจากนั้นมาตรา 97 ก็ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งใช้เครื่องมืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้วด้วย มิเช่นนั้นจะมีความผิดทางอาญา

2) ผู้อื่น (ที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้) จะรู้ก็ไม่ได้ เพราะถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองรู้ ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ก็จะเป็นการส่งเสริมการซื้อเสียง การขู่เข็ญ คุกคามต่อผู้ลงคะแนนและครอบครัวได้

3) แต่ กกต.ทั้ง 7 คน (เน้นนะครับว่าทั้ง 7 ซึ่งรวมเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง) ซึ่งมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการจัดและควบคุมการดำเนินการเลือกตั้งให้ “สุจริตและเที่ยงธรรม” และ “เป็นไปตามกฎหมาย” เมื่อมีปัญหาก็มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบดูได้ เช่น นักศึกษา 100 คนในหน่วยเลือกตั้งหนึ่งไปต่างประเทศแต่มีคนไปใช้สิทธิ์แทน ถ้าในเขตเลือกตั้งนั้น ผู้สมัครคนหนึ่งชนะคู่แข่งแค่ 30 คะแนน กกต.มีทางเลือกสองทางคือ

1) อาจสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือ

2) สั่งให้เลือกตั้งใหม่ ถ้าเห็นว่ามีการทุจริตที่ทำให้ผลเลือกตั้งเปลี่ยนไป ในกรณีนี้การเข้าไปดูว่า 100 เสียงลงคะแนนให้ใครก็จำเป็น เพราะถ้าไปลงให้คนที่แพ้เลือกตั้งหลุดลุ่ย ผลเลือกตั้งไม่เปลี่ยน ก็ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ต้องสืบสวน ไต่สวนเอาคนที่ปลอมเป็น 100 คนนั้นมาลงโทษ การจะรู้ว่า 100 บัตรโกงนี้ โกงให้ใคร ถ้าไม่ มีบาร์โค้ด หรือ QR Code จะทำได้อย่างไร? แต่ถ้า 100 เสียงนี้ไปลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ชนะแค่ 30 เสียง กกต.ก็ต้องสั่งเลือกตั้งใหม่ เพราะ 100 เสียงทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนไป

นอกจาก กกต.แล้ว ศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีเลือกตั้ง ก็มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบได้

นอกเหนือจาก กกต.ทั้งคณะและศาลแล้ว เลขาฯ กกต.หรือเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ถ้าบังอาจเข้าไปดูว่าคนคนนี้ลงคะแนนให้ใคร ก็จะติดคุกหัวโต ไม่เชื่อไปเปิดมาตรา 23 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 ประกอบมาตรา 24 และมาตรา 149 ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และศาลต้องเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี

ขอบคุณทัวร์ที่มาอุดหนุน

เห็นไหมครับ ว่าคำว่า “เพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนอย่างไร” ศาล หรือ กกต.ทั้งคณะไม่อยู่ในคำว่า “ผู้อื่น” เพราะเป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม  ส่วนเลขาฯ กกต.และเจ้าหน้าที่อื่นการเลือกตั้งก็อยู่ในคำว่า "ผู้อื่น" เข้าไปดูไม่ได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ  ซึ่งกฎหมายยกเว้นให้กรณีเดียวตามมาตรา 92 ที่ยอมให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือคนอื่นทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งได้ตามเจตนาของผู้พิการหรือผู้ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ กรณีนี้การลงคะแนนไม่เป็นความลับแน่ แต่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้พิการทุพพลภาพหรือสูงอายุ และเคยมีคนบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ผมยกมาให้ดูนี้คือคำวินิจฉัยที่ 3/2561 ว่า มาตรา 92 ที่ให้กรรมการประจำหน่วยหรือผู้อื่นช่วยทำเครื่องหมายกากบาทตามที่ผู้พิการ ทุพพลภาพ หรือสูงอายุ บอกไม่ขัดรัฐธรรมนูญเรื่องความลับการเลือกตั้ง โดยศาลเห็นว่า “ตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยผลการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุนั้นต่อสาธารณะ ก็ถือได้ว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”   ชัดเจนมั้ยครับ ที่ว่าลับจนกระทั่งไม่มีใครรู้เลยทั้งโลกนั้นจึงไม่มีอยู่จริงครับ

ส่วนการที่สแกนบาร์โค้ดหรือ QR Code เพื่อเข้าถึงต้นขั้ว และจากต้นขั้วต้องไปยังชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง กกต. ชี้แจงว่า ทั้งสามสิ่งนี้เก็บคนละที่ ไม่มีทางติดตามดูได้ ผมไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิค ผมเป็นคนยุคเบบี้บูมเมอร์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ จึงไม่ขอพูด ไปเชิญผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสารสนเทศมาสอบเถอะครับ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องไปตรวจสอบกับข้อเท็จจริงที่ กกต.ปฏิบัติอีกที ถ้าไม่เป็นจริงตามที่ กกต.ชี้แจง ก็ต้องเล่นงานผู้รับผิดชอบนะครับ ว่าให้ข้อมูลเท็จ

เรื่องนี้ให้บทเรียนเราสองเรื่อง

1) ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจผู้จัดเลือกตั้ง เป็นหัวใจของเรื่องนี้ ถ้าผมเป็น กกต. ผมจะต้องหาทางประชุมสัมมนาว่าจะปฏิบัติอย่างไรให้คนเชื่อและไว้ใจ

2) วันนี้เมื่อคนไม่ไว้ใจ QR Code บาร์โค้ดต้องหาวิธีใหม่ที่จะพิสูจน์บัตรปลอมโดยระบุตัวไม่ได้มาใช้แทน จะพิมพ์ลายน้ำหรือมีเทคนิคอะไรก็ต้องคิดกัน จะต้องใช้เงินมากขึ้นอีกเท่าไหร่ ก็อาจต้องยอม

3) คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องแยกผู้จัดเลือกตั้ง (operator) ออกจาก regulator ผู้วางกฎเกณฑ์สำหรับการเลือกตั้ง และผู้จับผู้กระทำผิดในการเลือกตั้งทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้โกงเลือกตั้ง เหมือนในร่างรัฐธรรมนูญปี 2557 2558 ที่ผมยกร่างและ สปช.คว่ำ ซึ่งร่างนั้น ผมให้ที่ประชุมปลัดกระทรวงจัดเลือกตั้ง ส่วน กกต. วางกฎเกณฑ์และตรวจสอบการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม ท้ายที่สุดให้ศาลเป็นผู้พิจารณาลงโทษผู้โกงเลือกตั้ง

ท้ายที่สุดต้องขอขอบคุณทัวร์ทั้งหลายที่มาอุดหนุนนะครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลสั่งให้แพ้ภาษี ‘ทรัมป์’ด่ากราด!

ศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ชี้ใช้อำนาจฉุกเฉินเกินขอบเขต ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ โจมตีผู้พิพากษา

แจงปมช่องอานม้า ทบ.เผยไร้การปะทะ

กองทัพภาค 2 แจงปม “ช่องอานม้า” ปัดใช้อาวุธปืนต่อทหารกัมพูชา ย้ำยึดกฎใช้กำลัง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เตือนเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผลกระทบชายแดน

พปชร.โหวต‘อนุทิน’

ตั้งรัฐบาลได้เพิ่มอีกพรรค “พปชร.” เรียกถก กก.บห. 24 ก.พ.นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ "อังคณา" ซัดพรรคส้ม ไม่ให้ความสำคัญเรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศ

'บวรศักดิ์' อธิบายชัดๆอีกรอบ ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 'ลับ' ที่ไม่มีใครรู้เลยทั้งโลก ไม่มีอยู่จริง

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัววิเคราะห์ประเด็นการเลือกตั้ง “โดยลับ” กับ QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่า บ.จ.ตอนที่ 2 การเลือกตั้ง“โดยลับ”กับ QR Code หรือบาร์โค้ด

กกต. โต้ 'อภิสิทธิ์' ชี้บัตรประชามติไม่ปลอดภัย ยันแม้ไม่มีบาร์โค้ด ก็ใช้รหัสป้องกันปลอมแปลงได้

"กกต." โต้ "อภิสิทธิ์" บอกบัตรประชามติไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีบาร์โค้ดยืนยันมีรหัสลับ-มาตรการเข้มตามระเบียบปี 2565 ป้องกันปลอมแปลงทุกขั้นตอน 

'ไชยันต์' ไขข้อข้องใจบัตรเลือกตั้งปี 69 ย้ำสืบค้นย้อนหลังว่าใครเลือกใครไม่ได้

อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเหตุผลที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มี QR Code