“พล.ท.อดุลย์” ประเดิมเยี่ยมสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ บอกสถานการณ์ปัจจุบันต้องพึ่งพาตนเองสำคัญที่สุด จ่อลงพื้นที่ชายแดนช่วงสงกรานต์ “เจไอซี” พาสื่อสำรวจรังสแกมเมอร์ อึ้ง! เจอห้องลับทำเป็นคุกขังเดี่ยวใต้ดินจัดการพวกยอดไม่เข้าเป้า ยิ่งกว่าอาณาจักร มีทั้ง รพ.-กาสิโน-แหล่งค้าประเวณี
เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เดินทางไปยังสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เยี่ยมชมและรับฟังบรรยายสรุปการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ซึ่งเป็นการเดินทางมายังหน่วยงานภายใต้สังกัดของ กห.เป็นหน่วยแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม
โดย พล.ท.อดุลย์ได้สอบถามว่า ในช่วงการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาได้นำองค์ความรู้จากศูนย์ไปปรับใช้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร พร้อมกล่าวถึงแนวทางการบูรณาการศูนย์ร่วมกับแนวคิดตั้งฝูงบินอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งกองทัพบกกำลังดำเนินการ เช่น ฝูงบินฟีนิกซ์ หน่วยเฉพาะกิจของกองกำลังนเรศวร กองพลทหารราบที่ 4 และเปิดฝึกอบรมนักบินอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ส่งอากาศยานไร้คนขับจำนวนหนึ่งไปปฏิบัติการรบจริงและประสบความสำเร็จมาแล้ว
“สถานการณ์ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นหลายประเทศต้องหันมาพึ่งพาตนเอง ทั้งหมดถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาต่างชาติ” พล.ท.อดุลย์ระบุ
สำหรับกระแสข่าวการสู้รบในรอบ 3 พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ขอให้มั่นใจข้อมูลของทางการและทหารในพื้นที่ หากจะมีการสู้รบจะต้องแจ้งเตือน ซึ่งหากจะมีการสู้รบอีกครั้งจะเป็นการสู้รบขนาดใหญ่ หากเป็นประเทศฝั่งตรงข้ามก็ต้องคิดว่าจะมารบกับเราอีกหรือไม่ ดังนั้นขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ทหารทุกระดับชั้น ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เล่นสงกรานต์ให้มีความสุข แต่หากมีการแจ้งเตือน ซึ่งโอกาสจะมีน้อยมากก็มีแผนรองรับอยู่แล้ว และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็จะลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้กำลังใจทหารแนวหน้า
“ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรียกว่าอินฟลูฯ ที่ออกมาให้ข้อมูล โดยหวังยอดไลก์ และยอดผู้เข้าชม แต่ส่งผลให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ดังนั้นในฐานะที่เป็นคนไทย ควรต้องคำนึงถึงเรื่องจริยธรรมและความรับผิดชอบในอาชีพ ไม่ควรทำให้ทหารในพื้นที่ต้องมีความกดดัน” พล.ท.อดุลย์กล่าว
พล.ท.อดุลย์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่เชื่อมโยงกรณีคำสั่งให้ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ย้ายจากผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ไปเป็นผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ ว่าต้องเลิกพูดได้แล้ว น.อ.ธรรมนูญได้ปฏิบัติภารกิจในเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา จนได้พื้นที่คืนมาหมดแล้ว ดังนั้นการที่มีคำสั่งให้ย้ายมาคุมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือจึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นประโยชน์ เพราะ น.อ.ธรรมนูญเป็นคนที่รู้จักพื้นที่ดี น่าจะสามารถเข้ามาดำเนินการดูแลเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนได้ดี ผบ.นย.ในฐานะผู้บังคับหน่วยจะพิจารณาย้ายใครก็ตาม ต้องมองด้วยเหตุและผล หากไม่เชื่อ ผบ.นย.แล้วจะไปเชื่อใคร
ขณะเดียวกัน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (เจไอซี) พร้อมคณะ พาสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 60 คน ลงพื้นที่บริเวณช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพื้นที่จริง ทั้งประเด็นศูนย์สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ และสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน
โดยไปสำรวจพื้นที่โซน E ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้หลอกลวงนานาชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, เวียดนาม หรือยุโรป เป็นต้น โดยภายในอาคารมีการติดแผ่นป้ายระบุเวลาการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มในเวลา 21.00-03.00 น. เนื่องจากเหยื่อส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกลวงจะอยู่ฝั่งทวีปยุโรปและอเมริกา ซึ่งภายในอาคารพบเอกสารต่างๆ ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับบทสนทนา เพื่อให้สแกมเมอร์พูดตามสคริปต์ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งมีทั้งภาษาจีน, ญี่ปุ่น, เวียดนาม และภาษาอังกฤษ
พื้นที่โซน E ส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานสแกมเมอร์หลากหลายบริษัท ซึ่งภายในอาคารก็มีโต๊ะทำงาน, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, เอกสารที่ใช้ในการหลอกลวง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์สัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยเกือบทุกห้องทำงานของสแกมเมอร์จะติดตั้งกลองสะบัดชัยสีแดงขนาดใหญ่ ตรงกลางสลักภาพลายมังกรสีแดง ที่อนุมานได้ว่าเมื่อหลอกลวงเหยื่อจนได้ยอดตามเป้าหมายก็จะลั่นกลองเอาฤกษ์เอาชัย
นอกจากนี้ยังไปดูห้องคุมขังของสแกมเมอร์ที่ไม่สามารถทำยอดให้เข้าเป้าได้ ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่โซน E มี 12 ห้อง โดยภายในห้องมีความคับแคบและมีอุปกรณ์ทรมาน ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงขวดน้ำเล็กๆ ที่เอาไว้สำหรับปัสสาวะ พร้อมกับมีการติดกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวตลอดเวลาอยู่ภายในห้อง ส่วนชั้นบนอาคารเดียวกันเป็นสถานที่ทำงานของระดับบอสคอลเซ็นเตอร์
ทั้งนี้ แหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์นี้ มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งภายในพื้นที่มีทั้งร้านค้า หรืออาบอบนวด รวมไปถึงยังมีโรงพยาบาลภายในเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีโซนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีทั้งกาสิโน, คาราโอเกะ, อาบอบนวด, โรงแรม และสถานที่ขายบริการทางเพศ
“ประเทศไทยส่งสารชัดถึงประชาคมโลก ยืนบนความโปร่งใส ยึดความยับยั้งชั่งใจ และเดินหน้าความร่วมมือบนกติกาสากล เพราะท้ายที่สุดแล้วความจริงที่ตรวจสอบได้ จะสร้างความไว้วางใจ และความไว้วางใจจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในเกมข่าวสารที่ซับซ้อน ไทยเลือกใช้ข้อเท็จจริงเป็นคำตอบ ไม่ใช่เสียงดัง แต่คือความชัดเจนที่ตรวจสอบได้” พล.อ.อ.ประภาสกล่าวในช่วงการพาสื่อลงพื้นที่
วันเดียวกัน นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ รมว.กลาโหม เพื่อเรียกร้องให้ยุติการสนับสนุนหรือส่งเสริมการกระทำที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน รวมถึงการแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานทหารตามแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา โดยพาดพิงถึงการเคลื่อนไหวของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง
โดยนายสนธิญาได้เรียกร้อง 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ให้ยุติการสนับสนุนหรือการร่วมกิจกรรมของหน่วยทหารกับนายกัน จอมพลัง และคณะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา 2.ให้ตรวจสอบการใช้เงินของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจดทะเบียน และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และ 3.ให้การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนของกองทัพเป็นไปอย่างเป็นเอกภาพ และไม่ให้มูลนิธิหรือบุคคลภายนอกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร โดยมี พ.ท.เมธี สุคำภา นายทหารเวรเป็นผู้แทนรับหนังสือ
พล.ท.อดุลย์กล่าวในเรื่องนี้ว่า ต้องเข้าใจว่าในช่วงการสู้รบมีวิกฤต แม้รัฐบาลจะมีงบประมาณ แต่ความต้องการในขณะนั้นต้องใช้อย่างเร่งด่วน แต่รัฐบาลมีขั้นตอนถึง 3 เดือน เมื่อภาคเอกชนหรือประชาชนมาช่วย ทั้งหมดเป็นเรื่องของความรัก ที่มีให้ทหารที่รักษาอธิปไตย แต่หากเกินเลยมากกว่านี้ก็ต้องตรวจสอบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.คอพาดเขียง ปธ.อุทธรณ์รับคดี
“ศาลฎีกา” ตรวจหลักฐานคดี สว.สำรองร้องเพิกถอน “แดง-สมพาน” สมัครผิดกลุ่ม เริ่มไต่สวนพยาน 24 พ.ย.นี้ “สมชัย” คาดรู้ผล ธ.ค. “เชาว์” เตือน กกต. 5 เสียงยื่นศาล รธน. หวังสกัดหรือไม่ “นายกสมาคมทนาย” เบรก ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัย
‘นายกฯ’ไฟเขียว ม็อบกํานันมะโน ชุมนุมตามสิทธิ
นายกฯ ย้ำม็อบกำนันชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบสาวท่อน้ำเลี้ยงหากไม่ทำผิด กม. ขอไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล “ปลัด สปน.” ส่งเจ้าหน้าที่สแตนด์บายรับเรื่องร้องเรียน เชื่อยังคุยกันได้ เผยมีเรื่องเข้าอนุฯ กลั่นกรองนิรโทษกรรมแล้วเกือบ 30 คำร้อง
อึ้ง!เงินมูลนิธิบุ๋ม2ปีหมุน1.8พันล.
“นายกฯ” ทุบโต๊ะ สั่งกวาดเหี้ยนมูลนิธิเถื่อนทั้งประเทศ หน้ากากนักบุญดังหนาวแน่ “ปลัด มท.” กาหัวเอาผิด "บุ๋ม ปนัดดา-สามี" นอนคุกสุดสัปดาห์ยาว
ริบอํานาจกมธ.ลาม ‘ศุภชัย-โรม’ฟาดเดือด/‘อนุทิน’ยินดีร่วมมือแต่ต้องยึดกม.
“อนุทิน” เคลียร์ปมร้อน "น้ำเงินกินรวบ-ศึกซักฟอก" ในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” เสาร์นี้ “มท.1” แจงข้อครหา กมธ.เพิกเฉยไม่สั่ง "อธิบดีปกครอง"
ปีติเสด็จฯขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบพระราชินี พสกนิกรเฝ้าฯ
จ่อทวงสัญญาทรัมป์ภาษี19%
"อนุทิน” ยันเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐไม่กระทบไทย จ่อทวงสัญญา "ทรัมป์"

