
ศาลสูงสหรัฐสั่งยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ชี้ใช้อำนาจฉุกเฉินเกินขอบเขต ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจ โจมตีผู้พิพากษา ไม่มีความกล้าหาญที่จะปกป้องประเทศ คาดสูญเสียรายอาจสูงถึง 4.35 ล้านล้านบาท อาจต้องคืนภาษีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ศาลสูงของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยมเป็นส่วนใหญ่ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง พิจารณาว่ากฎหมายปี 1977 ที่รู้จักกันในชื่อพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA) ที่ทรัมป์อ้างถึงนั้น "ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร"
ขณะที่ทรัมป์ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อผู้พิพากษา 2 คนที่ลงมติคัดค้านเขา ตอบโต้ด้วยความโกรธเคืองและกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานใดๆ ว่าศาลได้รับผลประโยชน์จากต่างชาติ
"ผมรู้สึกละอายใจกับผู้พิพากษาบางคน, รู้สึกละอายใจอย่างที่สุดที่พวกเขาไม่มีความกล้าหาญในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประเทศของเรา" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประกาศคำพิพากษา
ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะใช้อำนาจอื่นในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบเดียวกันที่ 10% หลังจากที่เขาใช้เวลาตลอดปีที่ผ่านมาในการเรียกเก็บภาษีในอัตราต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการเพื่อเอาใจและลงโทษประเทศอื่นๆ
"เพื่อปกป้องประเทศของเรา ประธานาธิบดีสามารถเรียกเก็บภาษีศุลกากรได้มากกว่าที่ผมเคยเรียกเก็บในอดีต" ทรัมป์กล่าว โดยยืนยันว่าคำตัดสินนี้ทำให้เขามีอำนาจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ไม่มีผลกระทบต่อภาษีเฉพาะภาคส่วนที่ทรัมป์กำหนดแยกต่างหากสำหรับการนำเข้าเหล็ก, อะลูมิเนียม และสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการ ขณะที่การสอบสวนของรัฐบาลที่อาจนำไปสู่ภาษีเฉพาะภาคส่วนเพิ่มเติมยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ
ถึงกระนั้น นี่ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของทรัมป์ในศาลสูง นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว
แม้ว่าทรัมป์จะพึ่งพาภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือในการกดดันทางการทูตและการเจรจามานานแล้ว แต่ในวาระที่สองของเขา เขาได้ใช้อำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อกำหนดอัตราภาษีใหม่กับคู่ค้าของสหรัฐเกือบทั้งหมด
ภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย
ซึ่งรวมถึงภาษีศุลกากรตอบโต้เกี่ยวกับแนวทางการค้าที่รัฐบาลวอชิงตันมองว่าไม่เป็นธรรม ควบคู่ไปกับภาษีแยกต่างหากที่กำหนดเป้าหมายไปยังคู่ค้าหลักอย่างเม็กซิโก, แคนาดา และจีน เกี่ยวกับการไหลเวียนของยาเสพติดและการอพยพผิดกฎหมาย
จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงกล่าวในความเห็นของเขาว่า "IEEPA ไม่ได้กล่าวถึงอำนาจในการใช้มาตรการภาษีหรืออากรใดๆ"
ศาลสูงยังระบุด้วยว่า "หากรัฐสภาตั้งใจที่จะมอบอำนาจที่แตกต่างและพิเศษในการกำหนดภาษีด้วย IEEPA รัฐสภาคงจะทำเช่นนั้นอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับที่เคยทำมาโดยตลอดในกฎหมายภาษีอื่นๆ"
ทั้งนี้ เสียงส่วนใหญ่ที่มาจากผู้พิพากษาศาลสูงฝ่ายเสรีนิยม 3 คน ร่วมกับผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยม 3 คน ถือเป็นการยืนยันคำตัดสินของศาลชั้นต้นก่อนหน้านี้ที่ว่าภาษีที่ทรัมป์เรียกเก็บภายใต้ IEEPA นั้นผิดกฎหมาย
ทรัมป์ยกย่องความกล้าหาญของเบรตต์ คาวานาห์ ผู้พิพากษาเพียงคนเดียวที่เขาเคยเสนอชื่อซึ่งลงคะแนนเห็นด้วยกับเขาในฝั่งเสียงส่วนน้อยร่วมกับผู้พิพากษาอนุรักษนิยมคนอื่นๆ อย่างแคลเรนซ์ โทมัส และซามูเอล อลิโต
กลุ่มธุรกิจส่วนใหญ่ยินดีกับคำตัดสินนี้ โดยสมาคมค้าปลีกแห่งชาติกล่าวว่า เป็นการยืนยันความแน่นอนที่จำเป็นอย่างยิ่งแก่บริษัทและผู้ผลิตของอเมริกา
"เราขอเรียกร้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเพื่อให้กระบวนการคืนภาษีให้กับผู้นำเข้าของสหรัฐเป็นไปอย่างราบรื่น" สมาคมฯ กล่าว
แต่ผู้พิพากษาไม่ได้กล่าวถึงขอบเขตที่ผู้นำเข้าจะได้รับเงินคืน ดังนั้น ประเด็นนี้มีแนวโน้มที่จะมีการดำเนินการฟ้องร้องกันในศาลต่อไป ซึ่งกระบวนการค่อนข้างจะยุ่งยาก
สูญเสียรายได้ 4.35 ล้านล้าน
เกรกอรี ดาโก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ EY-Parthenon แสดงความเห็นว่า การสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร IEEPA ของรัฐบาลสหรัฐ อาจสูงถึงประมาณ 140,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.35 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียว
บรรดาผู้นำฝั่งพรรคเดโมแครตต่างยินดีกับคำตัดสินนี้ โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ยกย่องผลลัพธ์นี้ว่าเป็น "ชัยชนะสำหรับกระเป๋าเงินของผู้บริโภคชาวอเมริกัน"
แต่เอลิซาเบธ วอร์เรน สมาชิกพรรคเดโมแครตอาวุโสในคณะกรรมการการธนาคารของวุฒิสภา เตือนว่ายังคงไม่มีกลไกทางกฎหมายใดๆ สำหรับผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากที่จะได้รับเงินคืนในสิ่งที่พวกเขาจ่ายไปก่อนแล้ว
ห้องปฏิบัติการงบประมาณของมหาวิทยาลัยเยลประเมินว่า จากคำตัดสินล่าสุด ผู้บริโภคต้องเผชิญกับอัตราภาษีศุลกากรเฉลี่ยที่ 9.1% ซึ่งแม้จะลดลงจาก 16.9% แต่ก็ยังคงเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1946 (หากไม่นับรวมปี 2025)
อีกซีกโลกหนึ่ง สหภาพยุโรปกำลังศึกษาคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐในครั้งนี้ และจะติดต่ออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารของทรัมป์ต่อไป
สหราชอาณาจักรวางแผนที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับผลกระทบของคำตัดสินต่อข้อตกลงทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ขณะที่แคนาดากล่าวว่าคำตัดสินนี้ยืนยันว่าภาษีของทรัมป์นั้น "ไม่เป็นธรรม"
ขณะที่คู่ปรับของทรัมป์จากพรรคเดโมแครตอย่าง เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคาดว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจากทรัมป์ เรียกร้องให้รัฐบาลกลางคืนเงินให้กับชาวอเมริกัน เพราะกระทำการฉ้อโกงเงินอย่างผิดกฎหมาย
"เงินทุกดอลลาร์ที่ถูกฉ้อโกงไปอย่างผิดกฎหมายจะต้องคืนให้ทันที พร้อมดอกเบี้ย จ่ายคืนมา!" เขากล่าวอย่างดุดัน
คาดอาจต้องคืน 3 ล้านล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า ภาษีทรัมป์ใหม่ 10% ข่าวดีสำหรับการค้าไทย การค้าโลก
หลังจากที่ศาลฎีกาของอเมริกาได้วินิจฉัยตีตก 'ภาษีทรัมป์’ ชุดเดิม เมื่อคืนนี้ทรัมป์ได้ประกาศใช้มาตรา 122 กฎหมาย Trade Act 1974 แทนที่ โดยที่มีอัตราเดียวกันทุกประเทศในโลกที่ 10%
ในอเมริกาเองก็จะต้องวุ่นวายประเด็นการคืนภาษีให้กับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า โดยคาดว่าอาจต้องคืนภาษีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท
ส่วนประเทศอย่างไทยที่ยังเจรจาหาข้อสรุปอัตราเดิมที่ 19% ก็ดูเหมือนจะรอดตัว กลับกลายเป็นเสียเพียง 10% เท่ากับประเทศอื่นๆ
และมาตรา 122 ตามกฎหมายนี้ ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีได้ชั่วคราวเท่านั้นคือ 150 วัน โดยข้อที่น่าสังเกตเพิ่มเติมคือตามกฎหมายนั้น อัตราสูงสุดที่กำหนดได้คือ 15% แต่ทรัมป์เลือกเก็บเพียง 10% จากทุกประเทศ
ทำให้คิดได้ว่า ที่ทรัมป์ประกาศไปเมื่อคืนนี้เป็นเรื่องการรักษาหน้า มากกว่าเรื่องเจตนาเก็บภาษีจริงจัง และหากจะขยายเวลาจาก 150 วันต้องผ่านสภา Congress ซึ่งไม่ง่าย เพราะการตีความการใช้กฎหมายนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่เช่นกัน
การส่งออกไทยน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะทรัมป์ได้ยกเว้นหลายประเภทสินค้าเช่น อาหารที่เขาผลิตไม่ได้ electronics บางประเภท และแม้แต่รถกระบะบางชนิด
ในระยะสั้นหุ้นน่าจะดีขึ้น ทองอ่อนลง แต่ทิศทางเงินดอลลาร์อ่านยากกว่า
แต่ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่การส่งออกเท่ากับอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศที่อ่อนมาก การปล่อยสินเชื่อที่ตํ่ามาก และความเสี่ยงการชำระหนี้ทั้งในส่วนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ส่วนในต่างประเทศวางใจไม่ได้ ทรัมป์อาจจะพยายามกู้หน้าด้วยการตัดสินใจสร้างสถานการณ์และตัดสินใจบางอย่างในกรณีความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งจะดีหากจบด้วยการตกลงเจรจา แต่จะแย่มากหากเป็นการใช้กำลังทหาร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แจงปมช่องอานม้า ทบ.เผยไร้การปะทะ
กองทัพภาค 2 แจงปม “ช่องอานม้า” ปัดใช้อาวุธปืนต่อทหารกัมพูชา ย้ำยึดกฎใช้กำลัง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เตือนเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจส่งผลกระทบชายแดน
พปชร.โหวต‘อนุทิน’
ตั้งรัฐบาลได้เพิ่มอีกพรรค “พปชร.” เรียกถก กก.บห. 24 ก.พ.นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ "อังคณา" ซัดพรรคส้ม ไม่ให้ความสำคัญเรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศ
ดับฝันเลือกตั้งใหม่ ‘ไชยันต์’กางระเบียบกกต.ยัน/‘บวรศักดิ์’ยํ้า‘ลับ’ไม่มีอยู่จริง
"ไชยันต์" ไขปริศนา เป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะโมฆะจนต้องเลือกตั้งใหม่ กางระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 ระบุชัด กกต.
'ภาษีทรัมป์' ใหม่ 10% ข่าวดีสำหรับการค้าไทย การค้าโลก
นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

