“อนุทิน” ย้ำเป็นคนดีลตั้งรัฐบาล ขณะนี้ยังไม่มีการปิด เพราะต้องรอ กกต.แถลงเป็นทางการก่อน “พิพัฒน์” เชื่อจบก่อนเทศกาลสงกรานต์แน่เพราะประเทศรอไม่ได้ “เพื่อไทย” หวังได้โควตารัฐมนตรีตามข่าว “พปชร.” มอบอำนาจ “ตรีนุช” เจรจา ขอแค่เก้าอี้ รมช.หรือ รมต.ประจำสำนักนายกฯ “กล้าธรรม” พาเหรดแจงให้รอ “ผู้กองธรรมนัส” กลับจากดูแสงเหนือ 25 ก.พ.นี้รู้แน่ไปทางไหน
เมื่อวันอังคารที่ 24 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรค ภท. ระบุว่าดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว โดยย้อนว่าใครเป็นผู้พูด สื่อจึงตอบว่า นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่าดีลจบแล้ว 300 เสียง นายอนุทินร้องฮึ แล้วบอกว่า มาตู้ผมป่าว ก่อนกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับท่านเลย พร้อมชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วกล่าวว่า คนดีลคือคนนี้
เมื่อถามว่าสรุปแล้วเป็นอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ยังเหมือนเดิม ตอนนี้ยังมีการนับคะแนนใหม่ ยังนับคะแนน สส.บัญชีรายชื่อใหม่หลายเขต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ออกข่าวมาแล้ว ตอนนี้จึงยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องดีลอะไรทั้งนั้น
ถามว่า ยังยืนหลักการเดิมที่ต้องโหวตนายกฯ ก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องตำแหน่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้รอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน ทุกวันนี้ได้แต่ประมาณเอาว่ามี สส.อยู่เท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างไม่นิ่งก็ไปคุยกับใครไม่ได้ เพราะคุยไปก็ไม่นิ่ง อย่าให้มีแต่มีถ้าอะไรเลย
เมื่อถามว่า ยังไม่ได้เปิดอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้เปิดเลย
เมื่อถามว่า กกต.รายงานความคืบหน้ามาบ้างหรือไม่ว่าจะประกาศผลได้เมื่อใด นายอนุทินกล่าวว่า กกต.รายงานรัฐบาลไม่ได้ กกต.ไม่ได้ขึ้นกับรัฐบาล
ถามว่า กรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะจากประเด็นบาร์โค้ดกังวลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบครับ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวตั้งรัฐบาลสีไฟจราจร ที่มีพรรคเพื่อไทย (พท.), พรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อผลักพรรค ภท.ไปเป็นฝ่ายค้านกังวลหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคําถามเพียงหัวเราะในลำคอ
เมื่อถามอีกว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่หลังจากวันที่ 25 ก.พ.นี้ ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ได้ยินข่าวนี้บ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ยิน
เมื่อถามอีกว่า กลัวว่าเขาจะแฉหรือมีไม้เด็ดอะไรหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า กลัวหมายความว่ากลัวยังไง
เมื่อถามอีกว่า มีการตั้งรัฐบาลแข่งรัฐบาลไฟจราจร รวมเสียงข้างมากจะล้มรัฐบาล นายอนุทินหัวเราะก่อนบอกว่า เหรอ
นายอนุทินตอบคำถามอีกครั้งกรณีรัฐบาลรักษาการนานจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ว่า ไม่นานหรอก ทุกอย่างมีขั้นตอน
ขณะที่นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรค ภท.ปิดดีลตั้งรัฐบาลที่ 300 เสียง ว่าไม่ทราบ ต้องถามคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)
คาดปิดดีลตามข่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีพรรคใหญ่เป็นพรรค พท.พรรคเดียว และพรรคเล็กถือว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรคและ กก.บห.พรรค
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกันถึงเรื่องกระทรวงหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตามที่ข่าวเสนอออกไปก็เป็นประมาณนั้น อาจมีแล้ว แต่อย่าให้ต้องตอบเลย เพราะถ้าตอบก็ทำเกินหน้าที่
ถามย้ำว่า ดีลทางการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาลจบแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ตามข่าวที่สื่อมวลชนเสนอก็ใกล้เคียงมาก”
เมื่อถามว่า จะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงานก่อนสงกรานต์ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องได้ เพราะวันนี้ประเทศไทยคงรอไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รวมถึงสภาพการเมืองโลกที่ตึงเครียด เพราะฉะนั้นต้องพยายามตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนในสิ่งที่พรรค ภท.หาเสียง ประเทศไทยจะได้พ้นจากบ่วงเหล่านี้ได้เร็วขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.กังวลหรือไม่ว่าในโลกโซเชียลจะแฉคลิปเรื่องดีลจัดตั้งรัฐบาล นายพิพัฒน์กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องที่เปิดเผยได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคิดว่าหัวหน้าพรรค ภท.ไม่ได้กังวลในเรื่องของคลิป ยืนยันไม่กังวล และไม่ทราบคลิปอะไร แต่เชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นความลับสำหรับพรรค ภท.
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรค ภท. กล่าวถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลว่า ดูแค่จากข่าว แต่ขอให้รอการรับรอง สส.ก่อน เพราะการตั้งรัฐบาลต้องมี สส.ไปโหวตเลือกนายกฯ ส่วนเรื่องการแบ่งโควตารัฐมนตรีนั้นก็ไม่ทราบ เป็นอำนาจของนายกฯ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวมาแรงว่าจะได้ขึ้นเป็น รมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ส่วนใหญ่ก็เป็นข่าว แต่ก็ไม่เป็นไปตามข่าว
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจะได้ดำรงตำแหน่งต่อในรัฐบาลนายอนุทิน 2 หรือไม่ ว่าตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อ ถ้าจะไปต่อคือไปประชุม ครม.ในวันนี้ ส่วนพร้อมทำงานต่อหรือไม่หากถูกทาบทามนั้น เรื่องนี้ยังอีกหลายขั้นตอน แต่ยังไม่มีท่านใดประสานมา
ด้านความเคลื่อนไหวพรรค พท. ภายหลังนายอนุทินปฏิเสธข่าวว่าจะหารือแบ่งโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรค พท.ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ โดยแกนนำพรรค พท.ได้ทยอยเดินทางเข้าที่ทำการพรรค รวมถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยด้วย ซึ่งคาดว่าจะหารือถึงสัดส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคที่จะได้ในการเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายของพรรค พท. ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะได้ตามกระทรวงที่สื่อนำเสนอ อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ขึ้นอยู่กับการหารือระหว่างแกนนำของพรรค พท.และพรรค ภท.ว่าจะได้ตามที่มีข่าว หรือปรับเปลี่ยนกระทรวง
ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประชุม กก.บห.ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลว่า ต้องรอให้ กกต.รับรองผลก่อน
แต่พรรคมีจุดยืนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราฟังเสียงพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ในเมื่อพรรค ภท.ได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนมากที่สุด ประชาชนไว้วางใจเป็นหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เรายังยืนยันจุดนั้นอยู่
ถามว่า ที่มี 5 เสียงจะพูดคุยหรือต่อรองอะไรได้หรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ต้องอยู่ที่พรรคใหญ่ แต่เบื้องต้นเราพูดคุยกันไประดับหนึ่ง โดยต้องคุยกันในละเอียด และให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งก่อน
พปชร.หวัง รมช.
พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย กก.บห.และโฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงโควตารัฐมนตรีของพรรคที่มีเพียง 5 เสียง แต่เงื่อนไขพรรค ภท.กำหนด สส. 10 ที่นั่งต่อ 1 รัฐมนตรีว่า อาจเป็นตำแหน่งอื่น เช่น รัฐมนตรีช่วยฯ หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แล้วแต่ว่าที่นายกฯ จะพิจารณา ส่วนพรรค พปชร.คงต้องพูดคุยใน กก.บห.พรรคจะพิจารณาอย่างไร
ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะแถลงผลประชุม กก.บห.พรรคว่า เป็นการประชุมเพื่อเตรียมประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2569 เพื่อดำเนินกิจกรรมภายหลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งข้อบังคับของ กกต.ต้องประชุมเพื่อเลือก กก.บห.ภายใน 60 วัน ซึ่งพรรคได้กำหนดให้มีการประชุมใหญ่ในวันที่ 7 มี.ค. เพื่อดำเนินการตามระเบียบต่อไป
นายยุทธนา ศรีตะบุตร ว่าที่ สส.หนองคาย พรรค พปชร. กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีมติตามข้อบังคับของพรรค พปชร.ข้อที่ 17 (1) ฉ มอบหมายให้ น.ส.ตรีนุช ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาล โดย น.ส.ตรีนุชได้เล่าให้ที่ประชุมฟังว่า การจัดตั้งรัฐบาลต้องรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน จึงพูดคุยรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับพรรค ภท.แล้ว แต่ยังไม่ได้คุยรายละเอียด เป็นการพูดในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ซึ่งต้องรอให้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ก่อนถึงจะดำเนินการอย่างเป็นทางการต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้ น.ส.ตรีนุชสามารถตัดสินใจแทนพรรคได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมรัฐบาลหรือการจัดสรรตำแหน่งใดๆ ใช่หรือไม่ นายยุทธนากล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่กำหนดไว้
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้พูดถึงเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายยุทธนากล่าวว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียดไปไกลถึงขนาดนั้น เพราะต้องรักษาตามหลักที่ว่า กกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว หลังจากนั้น น.ส.ตรีนุชถึงจะตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง
ถามย้ำว่า หากมีการพรรคอื่นมาทาบทามจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรค ภท. จะพูดคุยหรือไม่พูดคุย นายยุทธนากล่าวว่า ยังไม่มี แต่กระบวนการตามประชาธิปไตยที่พรรค พปชร.ยึดถือคือ เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่จะต้องให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลเสียก่อนเป็นอันดับไป ซึ่งเป็นไปตามประเพณีทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองได้หรือไม่ว่าพรรค พปชร.กั๊กเพื่ออะไร ทำไมถึงไม่ร่วมไปเลย นายยุทธนากล่าวว่า ไม่ได้กั๊ก เป็นไปตามหลักการที่พรรค ภท.และพรรคต่างๆ ให้สัมภาษณ์ว่าส่วนใหญ่รอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อนจึงตัดสินใจอีกรอบหนึ่ง
สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ. กล่าวว่า ขอให้ กกต.รับรองสถานะก่อน ส่วนเรื่องการร่วมรัฐบาลนั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วยังไม่ได้คุยกัน และต้องยึดถือตามที่ ร.อ.ธรรมนัสได้ให้สัมภาษณ์ไว้
เมื่อถามว่า พรรค ภท.ยังไม่ปิดประตูตายพรรค กธ.ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ไม่ได้ตอบคำถาม และเมื่อถามย้ำว่าจะชัดเจนเรื่องนี้ได้เมื่อใด น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายกฯ ระบุไว้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะหารือและพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เราให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งก่อน
กธ.ท่องคาถารอธรรมนัส
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจหรือไม่ว่าพรรค กธ.จะได้ร่วมรัฐบาล น.อ.อนุดิษฐ์ปฏิเสธการตอบคำถาม
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรค กธ. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ต้องถาม ร.อ.ธรรมนัส ส่วนกระแสข่าวปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้วนั้น ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าพรรค กธ.ทั้ง 58 คน รวมถึงบุคลากรทางการเมืองทุกคนมั่นใจในการตัดสินใจของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะนำทีมพรรค กธ.
เมื่อถามว่า พรรค กธ.พร้อมที่จะเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า เรามั่นใจในบุคลากรที่มาเป็นตัวแทนของพรรคการทำงานอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะทำงานฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็สามารถทำได้ ถ้าเป็นรัฐบาลก็ดี แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านเราก็ค้านแบบมีเหตุผล
เมื่อถามว่า หาก ร.อ.ธรรมนัสกลับมาจากการดูแสงเหนือจะนัดหารือกันหรือไม่ นายอรรถกรกล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสมา 2-3 วันแล้ว ก็คิดถึงท่านเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากรบกวน
นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ กก.บห.พรรค และว่าที่ สส.เขต 2 นราธิวาส กล่าวว่า ให้รอฟังจากปาก ร.อ.ธรรมนัสที่อยู่ระหว่างการเดินทางกลับไทย หลังจากลาหยุดพักผ่อนเที่ยวชมแสงเหนือที่ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งจุดยืนของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัสจะเป็นผู้ให้ความชัดเจนในเรื่องนี้
มีรายงานข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสจะเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อปฏิบัติราชการตามปกติ ในวันที่ 25 ก.พ.นี้
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจคือ นายอนุทิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส.เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2568 โดยนายอนุทินแจ้งสถานะอยู่กินฉันสามีภรรยากับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ พร้อมกับแจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 3,361,669,023 บาท เป็นทรัพย์สินของนายอนุทิน 3,284,227,436 บาท เป็นของ น.ส.ธนนนท์ 77,441,586 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 1,479,022 บาท เป็นหนี้สินของนายอนุทิน 358,139 บาท ซึ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชีและหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ขณะที่ น.ส.ธนนนท์ มีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 762,742 บาท
สำหรับทรัพย์สินของนายอนุทิน ประกอบด้วยเงินฝาก 33 บัญชี 1,108,527,887 บาท เงินให้กู้ยืม บจก.ไทยสเปเชียล สตีล ซึ่งตั้งอยู่ที่ 32/46 อาคารซิโน-ไทยทาวเวอร์ จำนวน 135,988,731 บาท เงินลงทุน 20,109,900 บาท ที่ดิน 15 แปลง มูลค่า 50,102,250 บาท บ้านพักอาศัยตึกแถว 4 ชั้น ที่เขตวัฒนา กทม. มูลค่า 60,601,000 บาท ยานพาหนะ 4 คัน เรือยนต์ 2 ลำ เครื่องบิน 3 ลำ มูลค่ารวม 742,415,897 บาท สิทธิและสัมปทาน มูลค่า 960,941,769 บาท ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม 205,540,000 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจ อาทิ นาฬิกาเรือน 22 เรือน มูลค่ารวม 60,540,000 บาท, พระ 24 องค์ มูลค่ารวม 92,300,000 บาท, เครื่องเบญจรงค์ 11 ตู้ มูลค่ารวม 33,400,000 บาท, รูปภาพติดข้างฝา 16 ภาพ มูลค่า 14,400,000 บาท
ขณะที่ทรัพย์สินของ น.ส.ธนนนท์ ประกอบด้วยเงินฝาก 14,504,986 บาท เงินลงทุน 15,000,000 บาท ซึ่งเป็นร้านกาแฟจ่าจ้าคอฟฟี่และร้านจาริสต้า ที่ดิน 3 แปลง มูลค่า 16,659,200 บาท อาคารพาณิชย์ 1 หลังที่เขตราชเทวี กทม. ซึ่งเป็นมรดกที่ได้รับมาเมื่อวันที่ 21 ส.ค.68 มูลค่า 688,500 บาท รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 499,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 3,925,000 บาท ส่วนรายการทรัพย์อื่นมีมูลค่า 26,164,900 บาท ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับสตรี และอาวุธปืน 1 กระบอก ทั้งนี้ มีรายได้ต่อปีจากกิจการร้านจ่าจ้าคอฟฟี่ 1,404,700 บาท
ทั้งนี้ หากเทียบกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายอนุทินและคู่สมรส เมื่อครั้งพ้นตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร เมื่อ 19 มิ.ย.2568 ที่แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 3,980,144,486 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 5,016,573 บาท พบว่าทรัพย์สินรวมหายไปราว 618,475,463 บาท โดยทรัพย์สินที่หายไปส่วนใหญ่คือเงินลงทุนของนายอนุทิน เดิมเมื่อ 19 มิ.ย.2568 แจ้งว่ามีเงินลงทุน 655,240,224 บาท (ในจำนวนนี้มีเรื่องการคืนหลักทรัพย์ในการถือหุ้นเครือซิโน-ไทย กว่า 639 ล้านบาท เนื่องจากสัญญาการจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรีสิ้นสุดลง).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขมรยิงระเบิดค.ใส่ไทย ซัดไร้วินัยจ่อฟ้องยูเอ็น
ทบ.แฉ "กัมพูชา" ยิงเครื่องยิงลูกระเบิด ค.40 มม. ตกบริเวณพลาญหินแปดก้อน
ครม.ถกรับมือ สั่งเอกนิติ-ศุภจี จับตาภาษีUS
นายกฯ มอบ “เอกนิติ-ศุภจี-สศช.” ติดตามภาษีทรัมป์ใกล้ชิด
ยธ.อุบหมายจับเบนสมิธ ธปท.คุมเบิก5ล.สกัดเทา
"แบงก์ชาติ" ลุยสกัดธุรกรรมสีเทา ไม่เกินกลาง มี.ค. คลอดเกณฑ์ใหม่
ลุ้นปล่อยผี396สส. กกต.รับรองเขตล็อตแรก‘ปาร์ตี้ลิสต์’ต้นมี.ค./สภาฯพร้อม
“กกต.” จ่อปล่อยผีประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตล็อตแรก 25 ก.พ.นี้
บี้รมว.กห.เขมร หยุดทหารโกหก ไร้วินัย-เผาป่า!
ไทยสกัดไฟป่าจุดชนวนชายแดนไทย-เขมรปะทะ “บิ๊กเล็ก” กังวลลอบวางทุ่นระเบิด ต่อสาย “รมว.กลาโหมกัมพูชา”
ตั้งทีมมอนิเตอร์‘ทรัมป์’ ‘ศุภจี’จับตามีแผนสอง
"เอกนิติ" ชี้ส่งออกไทยรับผลบวกช่วงสั้นหลัง "ทรัมป์" หันเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 15%

