ไทยสกัดไฟป่าจุดชนวนชายแดนไทย-เขมรปะทะ “บิ๊กเล็ก” กังวลลอบวางทุ่นระเบิด ต่อสาย “รมว.กลาโหมกัมพูชา” หยุดพฤติกรรมทหารเขมรโกหก-ไร้วินัยเผาป่า พร้อมกางแผนเดินหน้าสร้างรั้วถาวรบ้านคลองลึก-ทมอดา ขณะที่ "ฮุน มาเนต" จ้อเวทีประชุมคณะกรรมการสันติภาพ เล่นบทเหยื่อฟ้องผู้นำนานาชาติ-สื่อทั่วโลก ขอให้ไทยหยุดข่มขู่ ใช้กำลัง
เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมสภากลาโหม แต่ตนได้ติดตามมาตลอดตั้งแต่ต้นการเริ่มเผาครั้งแรก และได้ติดต่อไปยัง พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ว่าทหารกัมพูชาไม่มีวินัย มีการเผาป่าตามแนวชายแดน
“เป็นเรื่องที่ผมไม่สบายใจและแจ้ง รมว.กลาโหมกัมพูชาไปว่า เรื่องเดิมที่ไทยกังวลคือการวางทุ่นระเบิด ล่าสุดก็คือเรื่องทหารกัมพูชาเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ในที่สุด หากกัมพูชาคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยสันติจริงๆ ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะถ้าไฟลุกลามมายังฝั่งไทยแล้วอาจจะทำให้มีปัญหาบานปลายได้ แต่พบว่าเขาก็ยังทำอยู่ และได้ย้ำเตือนไปอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีกรณีทหารกัมพูชาชอบโกหก เฟกนิวส์ กล่าวหาทหารไทยกระทำต่อทหารกัมพูชา ล่าสุดที่กล่าวหาว่าทหารไทยไปยิงจนทำให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตามหลักฐานและด้วยสติปัญญาของวิญญูชนดูออกว่าไม่ใช่แผลจากการยิง และได้เตือนไปทางฝ่ายกัมพูชาแล้ว” พล.อ.ณัฐพลระบุ
พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ระยะทาง 798 กิโลเมตร เมื่อเราปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดแล้วเรายึดได้ เรามีความจำเป็นต้องยึดต่อไป เพราะทหารกัมพูชาส่วนใหญ่ที่ส่งมารอบนี้ไม่มีวินัย อาจจะรุกล้ำมาได้ ก็ต้องคงกำลังต่อไป แต่ก็ยอมรับความจริงว่าไม่สามารถคงกำลังอย่างนี้ตลอดไปได้ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงฝากให้คณะผู้บัญชาการทางทหารพิจารณาว่า พื้นที่ใดต้องคงกำลังไว้ก็คงไว้เพราะต้องรักษาพื้นที่
“ส่วนพื้นที่ไหนที่มีการเข้าออกพลุกพล่าน อย่างเช่น บ้านคลองลึก จ.สระแก้ว, ทมอดา จ.ตราด อาจจำเป็นต้องสร้างรั้วถาวรก็ต้องสร้าง ผสมกับรั้วอิเล็กทรอนิกส์ในบางพื้นที่ มีกล้องซีซีทีวีโดยรอบ ซึ่งเราพยายามประหยัดงบกองทัพให้มากที่สุด” พล.อ.ณัฐพลระบุ
ด้านกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ไฟไหม้บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 23 ก.พ. 2569 พบจุดความร้อนรวม 3 จุด อยู่ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนฝั่งกัมพูชา ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์อยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทย โดยพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษพบไฟไหม้ 2 จุด ใกล้แนวชายแดน บริเวณพื้นที่ซำแต-โดนตรวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า โดยพบว่าทิศตะวันออกเขาสัตตะโสม ฝั่งกัมพูชา ห่างแนวชายแดนประมาณ 400 เมตร และทิศตะวันตกเขาสัตตะโสม ฝั่งกัมพูชา ห่างแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร
พื้นที่จังหวัดสุรินทร์พบไฟไหม้ 1 จุด บริเวณทิศใต้ช่องจอม ฝั่งกัมพูชา ห่างแนวชายแดนประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ภาพรวมสถานการณ์แนวชายแดน ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลาดตระเวนรบในพื้นที่ ตั้งจุดเฝ้าตรวจในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เสริมความมั่นคงฐานปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งรองรับภารกิจในอนาคต
ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงการประชุมสภากลาโหมว่า ในที่ประชุมได้รายงานการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นผลสืบเนื่องจากการลงนามจัดตั้งกลไก IOT ในที่ประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2568 และต่อมาได้มีการแปรสภาพเป็นคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT)
“โดยในห้วงเวลาที่ผ่านมา การปฏิบัติงานยังมีข้อจำกัดด้านการประสานงานและการส่งผ่านข้อมูลข่าวสารระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีข้อเสนอให้จัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) ของ AOT เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และสามารถกำกับดูแลการประสานงานได้อย่างเป็นระบบ รัดกุม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุ
พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีการรายงานความคืบหน้า การจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command: JCC) เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน ครอบคลุมการปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สงครามสารสนเทศ การปฏิบัติการทางอากาศ (อาทิ UAS และ CUAS) การปฏิบัติการทางอวกาศ โดยให้กองทัพไทยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมในทุกมิติ (Joint All Domain Operations)
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. 2569 ระบุว่า กัมพูชาได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ ต่อกรณีที่เรือของกองทัพเรือไทยปรากฏตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบภายในน่านน้ำอาณาเขตของกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ห่างจากเกาะยอ จังหวัดเกาะกงของกัมพูชา ประมาณ 7.2 ไมล์ทะเล แถลงการณ์ระบุว่า ฝ่ายไทยได้จับกุมชาวกัมพูชาจำนวน 3 คน พร้อมยึดเรือประมง
ขอให้ทางการไทยปล่อยตัวชาวกัมพูชาที่เกี่ยวข้องและคืนเรือประมงโดยทันที รวมถึงยุติการลาดตระเวนทางเรือ และกิจกรรมบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ได้รับอนุญาตภายในน่านน้ำอาณาเขตของกัมพูชาทั้งหมด
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชารายงานผลการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ แถลงการณ์สรุปผลการที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต เดินทางไปเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นประธาน
โดยฮุน มาเนต ยังได้รับการเข้าเยี่ยมคารวะจากผู้แทนจากหลายสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงสภาแอตแลนติก นำโดยพลเอกจิม โจนส์ และเฟรเดอริก เคมเป ประธานของสภา นอกจากนี้ยังได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อชั้นนำระดับนานาชาติ เช่น รอยเตอร์และฟ็อกซ์นิวส์
ทั้งนี้ ในการประชุม ฮุน มาเนต ได้รายงานสถานการณ์ตามแนวชายแดนติดกับประเทศไทยแก่คู่สนทนาทุกคน โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพยังคงเป็นค่านิยมหลักของกัมพูชา
ฮุน มาเนต เรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีอยู่ทั้งหมดระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มที่และซื่อสัตย์ การระงับข้อพิพาทอย่างสันติโดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ เปิดทางให้มีการกลับคืนสู่ถิ่นฐานและแหล่งทำมาหากินของพลเรือนกัมพูชาอย่างปลอดภัย และการละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อิ๊งค์-เชน’ ที่ปรึกษาพท. ‘กกต.’ ยื่นพยาน 11 คนสู้
"เพื่อไทย" ดึง "แพทองธาร-ยศชนัน" นั่งที่ปรึกษา "จุลพันธ์" เมินคนนอกมองพรรควิกฤต "ภท." ประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. "กกต." เตรียมยื่นบัญชีพยาน
จีนปูด ‘เขมร’ ไม่อยากรบ ‘หนู-กห.’ ชิ่งคุยเปิดด่าน!
“อนุทิน” ยันไม่มีการหารือ “หวัง อี้” เรื่องเลิกเอ็มโอยู 2544 บอกเป็นเรื่องไทย-กัมพูชา จีนเผยเขมรไม่อยากสู้รบแล้ว นายกฯ รับความสัมพันธ์รื้อฟื้นได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน “รมว.กห.”
วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว
เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ
อนุทินถก ‘หวังอี้’ อ้อนช่วยขายปุ๋ย ชวน‘ หลี่เฉียง’ มา
“อนุทิน-สีหศักดิ์” ให้การต้อนรับ “หวัง อี้” ชมเปาะ “นายกฯ หล่อ” หารือกว่า 1 ชม. ก่อนเป็นโชเฟอร์พาขึ้นรถไฟฟ้าส่วนตัวไปกินข้าวกลางวัน อนุทินฝากอย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ พร้อมขอให้ขายปุ๋ยช่วยไทย เล็งเชิญ “นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง” มาไทย
ใจปํ้าแจก1 พันบาท 4 เดือนติด
เตรียมเฮ! ไทยช่วยไทยพลัสแจก 1,000 บาท 4 เดือน “เอกนิติ” เผยไทม์ไลน์ลงทะเบียน พ.ค. เริ่มใช้ มิ.ย. เคาะสัดส่วน 60:40 แย้มกลุ่มเปราะบางอาจไม่ต้องสมทบ
10 สส.ส้มได้ไปต่อ! ‘เท้ง’ คึกโวเมินลดเพดาน ‘วาโย’ หวังลากยาวไป 2 ปี
ศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง แต่ไม่สั่งให้ "10 สส.ปชน." หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ไม่ได้กระทำซ้ำ ต้องปฏิบัติหน้าที่ในสภา

