สีหศักดิ์ฟาดเขมรเวทีUN

"สีหศักดิ์” หวดกลับ “รองนายกฯ    เขมร” คาเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แทรกแซงการเมืองภายในไทย จุดไฟชายแดนปะทุ เชือดต่อหน้านานาชาติเลือกสร้างสันติภาพหรือความขัดแย้ง ขณะที่ "นายกฯ-ผบ.ตร." ประสานเสียงตัดประเด็นก่อวินาศกรรม เหตุลังอาวุธ ตชด.21  สุรินทร์ระเบิด คาดอาวุธเก่าเสื่อมสภาพ เข้มการเก็บดูอาวุธ-ยุทธภัณฑ์ ด้าน “กอ.รมน.” เตรียมพร้อม 7 จังหวัดพื้นที่ชายแดนไทย-เขมร  สถานการณ์ยังตึงเครียดเป็นระยะ 

เมื่อวันพุธ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงของไทยในช่วงการประชุมระดับสูงของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 61 ณ Assembly Hall, Palais des Nations สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา

โดยนายสีหศักดิ์ได้เริ่มการกล่าวถ้อยแถลงด้วยการระลึกถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่มีการทบทวนการดำเนินงานของคณะมนตรีฯ และย้ำว่า ในช่วงเวลาที่ระบบพหุภาคีประสบความท้าทายเช่นในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จและประสิทธิภาพของคณะมนตรีฯ

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังเห็นว่า ปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน เป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่เกิดจากการขาดหลักนิติธรรมในประเทศที่เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และอยู่ในแนวหน้าของความพยายามระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจะสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ได้กล่าวตอบโต้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่กล่าวพาดพิงไทยในสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ในการกล่าวถ้อยแถลงของประชุมระดับสูงในวันเดียวกันว่า กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย

“โดยต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดจนนำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายและมีพลเรือนต้องเสียชีวิต ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ” นายสีหศักดิ์ระบุ 

นายสีหศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่อดีต ประเทศไทยมีแต่ความปรารถนาดีให้กับกัมพูชา   โดยให้สถานที่พักพิงแก่ผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้ง และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงร่วมฟื้นฟูประเทศภายหลังจากสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ไทยไม่เคยมีเจตนาที่จะเผชิญหน้ากับกัมพูชา เพราะเข้าใจดีว่าสันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้ และโดยที่ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แทนที่จะร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แต่กัมพูชากลับทำให้ปัญหาระหว่างสองประเทศเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนโอกาสสำหรับสันติภาพ

รมว.การต่างประเทศกล่าวด้วยว่า สำหรับข้อกล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชานั้น  ข้อเท็จจริงคือ ทั้งสองฝ่ายต่างเจรจาและเห็นชอบให้กองกำลังตั้งอยู่ที่ฐานที่มั่นเดิมในช่วงที่มีข้อตกลงหยุดยิงในระหว่างที่อยู่ระหว่างการรอการหารือเพื่อแก้ไขปัญหา 

“และจนถึงปัจจุบันนี้ กัมพูชาก็ยังคงยั่วยุ  ทหารไทยก็ยังคงต้องเผชิญกับทุ่นระเบิด และกัมพูชายังคงยิงข้ามมายังฝั่งไทย แม้กระทั่งในวันนี้ ทั้งนี้ไทยยังคงยืนยันที่จะยึดมั่นในการเจรจา  แต่ขณะเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ในการปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข ดังนั้น จึงขอตั้งคำถามกับฝ่ายกัมพูชาว่า ประสงค์ที่จะเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งให้ดำรงต่อไป” นายสีหศักดิ์กล่าว

ขณะที่ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก    กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังฝ่ายกัมพูชายิง ค.40 มม.เข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ชุดประสานงานได้ทำงานตลอดอยู่แล้ว มีการประสานงานตลอดเวลา แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ตลอดแนวชายแดนค่อนข้างยาว มีหน่วยย่อยหลายหน่วย ขณะที่ฝั่งไทยเคร่งครัด ดูแลทหารให้อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่ละเอียดอ่อนอย่างชายแดน แต่ฝั่งกัมพูชาจะมีการก่อเหตุให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ด้วยวัตถุประสงค์และสาเหตุที่หลากหลาย ตามที่หน่วยในพื้นที่ของกัมพูชาชี้แจง

พล.ต.วินธัยระบุด้วยว่า ซึ่งหน่วยประจำพื้นที่ของฝ่ายไทยก็รู้อยู่ และต้องมีวิธีสื่อสารกันให้ได้  ทำความเข้าใจกันให้ได้ เพื่อให้งานที่รับผิดชอบต้องเรียบร้อยกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะอยู่ในช่วงของข้อตกลงหยุดยิง ดังนั้นต้องมีการเฝ้าระวังและระมัดระวังต่อกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกำลังพลที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เหล่านี้ จะต้องผ่านการฝึกและมีมาตรฐานการทำงานในพื้นที่อ่อนไหวนี้ได้ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา และอาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงต่อกัน

“ส่วนที่ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยการยิงกลับไปนั้น  ก็เป็นไปตามมาตรการที่วางไว้กับทางกัมพูชา แต่ตำบลกระสุนตกที่กัมพูชายิงเข้ามา ยังห่างไกลที่จะทำอันตรายกับกำลังพลฝ่ายไทย แต่เราถือว่าถ้ามีอาวุธหลุดเข้ามาในพื้นที่ที่เราเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ควรเกิดเหตุ เราก็จำเป็นต้องตอบโต้กลับไป  แต่เป้าหมายในการตอบโต้กลับจะเป็นอย่างไร  ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่” พล.ต.วินธัยระบุ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุคลังอาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จังหวัดสุรินทร์ระเบิด โดยยืนยันว่า ได้รับรายงานว่าไม่ใช่วินาศกรรม เป็นอุบัติเหตุทางเทคนิค เมื่อมีเหตุแบบนี้ เรื่องของการเก็บยุทธภัณฑ์ทั้งหลายต้องเริ่มเรื่องการควบคุมดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก และยืนยันว่าไม่มีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า  สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ก่อสร้างมานานกว่า 39  ปี ภายในมีคลังอาวุธรวม 7 คลัง โดยเกิดเหตุขึ้น 2 คลัง ซึ่งใช้เก็บกระสุนปืนและเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี ตัดประเด็นการก่อวินาศกรรมออกไปได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

“สำหรับสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการปะทุของอุปกรณ์หรือเครื่องจุดระเบิดภายในคลัง อันเนื่องมาจากสภาพอากาศร้อน  ประกอบกับอาวุธที่เก็บรักษาไว้อาจมีอายุการใช้งานมานานและเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) เข้าตรวจสอบพื้นที่แล้ว โดยจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ ไม่ต้องการให้สังคมเข้าใจว่าเป็นการลักลอบก่อเหตุของฝ่ายใด” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุ

ด้าน พล.ต.วินธัยระบุว่า การดูแลคลังอาวุธ มีระเบียบและเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น ที่ตั้ง การบริหารจัดการพื้นที่ มันจะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตํารวจ ส่วนใหญ่เหตุสิ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดจากสภาพแวดล้อม อากาศที่ร้อนจัด ทําให้เกิดการปะทุและลุกไหม้ ทั้งนี้ การจัดเก็บต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการแยกส่วนบ้าง อาจจะไม่ได้จัดเก็บรวมเอาไว้เสียแต่ทีเดียว

“ยอมรับว่าสาเหตุของคลังอาวุธระเบิด นอกจากเรื่องอากาศร้อนแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นการขยับเพื่อทำความสะอาด แต่ที่สบายใจได้ก็คือการจัดเก็บอาวุธซึ่งเป็นวัตถุที่มีอันตราย มีการจัดเก็บที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบเดียวกันของสากล” พล.ต.วินธัยระบุ           

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ./เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 4/2569 โดยด้านกัมพูชา ปัจจุบันยังคงมีความตึงเครียดเป็นระยะ ไทยยังคงมีการเตรียมพร้อมทั้ง 7 จังหวัดพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ กอ.รมน.จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ปัจจุบันอยู่ในระดับที่รับมือและควบคุมได้ สำหรับมาตรการตอบโต้ทางทหาร จะเป็นหนทางสุดท้ายในการแก้ปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่อให้เขมรลงหลุม! นักวิชาการชี้บทบาท 'สีหศักดิ์' บนเวทียูเอ็น โต้ด้วยข้อเท็จจริง จนชนะใจนานาชาติ

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์บทบาทของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่ากา