“กกต.” ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบ่งเขต 396 ราย ระบุหากมีหลักฐานทุจริตตามสอยภายหลัง แจ้งทยอยรับหนังสือรับรองได้ตั้งแต่ปลาย ก.พ.-ต้น มี.ค. “สภา” จัดสถานที่รายงานตัวพร้อม “กกต.กทม.” เอาจริง แจ้งดำเนินคดีภาค ปชช. 4-5 คนบุกถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเขตคันนายาว จับตา! “อนุทิน” ขน 192 สส.ไปบุรีรัมย์ ประชุมสัมมนา 8-9 มี.ค.นี้ เคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เตรียมเปิดตัว “โอกาสใหม่-พลังประชารัฐ” หนุนภูมิใจไทยทำเสียงทะลุ 292 เสียง แย้มสูตร รบ.ใหม่ “ภท.” ยึด 19 ที่นั่ง 14 กระทรวง “พท.” ได้ 8 เก้าอี้ “หนู” เลือกควบ มท. มอบคนนอกคุมกลาโหม “ธรรมนัส” กลับจากดูแสงเหนือเก็บตัวเงียบ “ชูวิทย์ กุ่ย” มั่นใจ "กล้าธรรม" ไม่ตกขบวน
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวระบุว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 เป็นวันเลือกตั้งนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประชุมพิจารณา ตามมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 บัญญัติว่า “ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้น และประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง” และได้มีมติประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 396 คน (อ่านรายชื่อ หน้า 4)
ในการนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส. ตามประกาศดังกล่าว รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ในวันที่ 26 ก.พ. 2569 เวลา 09.00-16.30 น. วันที่ 27 ก.พ. 2569 และวันที่ 2-6 มี.ค.2569 ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในกรณีที่ผู้สมัครไม่สามารถมารับหนังสือรับรองได้ด้วยตัวเอง ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาในวันดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น
นอกจากนี้ กกต.ออกเอกสารข่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่ กกต.ได้มีมติรับรองรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.รายเขต จำนวน 396 เขต แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการรับรองรายชื่อ สส.อีก 4 เขต เนื่องจากว่าอยู่ระหว่างที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 และและนับคะแนนใหม่ ที่ จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 4 จ.จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 และเขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชนะเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ทั้ง 4 เขตที่ยังไม่ได้รับรอง ได้แก่ จ.พะเยา เขต 1 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายอัครา พรหมเผ่า พรรคกล้าธรรม, จ.สุพรรณบุรี เขต 2 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ พรรคภูมิใจไทย, จ.จันทบุรี เขต 1 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ พรรคภูมิใจไทย, จ.จันทบุรี เขต 2 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายคัมภีร์ ชื่นบาน พรรคภูมิใจไทย
เวลา 15.20 น. สำนักงาน กกต.เปิดให้สื่อเข้าชมห้องที่จัดเตรียมไว้เป็นห้องรับรอง สส.แบบแบ่งเขต จำนวน 396 คน โดยจัดโต๊ะเก้าอี้รายงานแต่ละจังหวัดตามกลุ่มภาค
สภาพร้อมรับ 396 สส.รายงานตัว
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณอาคารรัฐสภา ชั้น B1 ซึ่งเป็นสถานที่รองรับการรายงานตัวของ สส.ชุดที่ 27 เจ้าหน้าที่สภาฯ ได้ทยอยจัดเตรียมสถานที่ ตั้งโต๊ะและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อรับรายงานตัว สส.ใหม่ โดย สส.ใหม่จะต้องไปรับใบรับรองที่สำงาน กกต. เพื่อมารายงานตัวที่รัฐสภา ในวันที่ 26 ก.พ. รวมทั้งบริเวณลานจอดรถก็มีการติดแผนป้ายประกาศแจ้งเคลื่อนย้ายรถบริเวณลานจอดรถชั้น B1 ภายในวันที่ 25 ก.พ. เพื่อใช้สถานที่ลานจอดรถรับรอง สส.รายงานตัววันที่ 26 ก.พ.-6 มี.ค. และติดแผ่นป้ายที่จอดรถ สส.รายงานตัว โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากันพื้นที่จอดรถไว้บริเวณล็อก M11-M15
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ทางสภาจะยืนยันถึงความพร้อมในการจัดสถานที่ดังกล่าว แต่เกิดความฉุกละหุก เนื่องจากทางสภามีการประสานกับ กกต.ตลอดเวลาว่าจะรับรอง สส.เมื่อใด ซึ่งทาง กกต.ยืนยันว่าเป็นวันที่ 15 มี.ค. ทำให้สภายังไม่ได้เตรียมสถานที่ แต่เมื่อข่าวออกมาว่าจะมีการรับรองในวันที่ 25 ก.พ. และ สส.จะต้องมารายงานตัวในวันที่ 26 ก.พ. ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งรีบจัดสถานที่ ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในคืนวันนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก กกต.อย่างเป็นทางการว่าจะรับรองผลในวันนี้หรือไม่
เวลา 14.00 น. นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ เดินตรวจสอบความเรียบร้อย เช็กอุปกรณ์ต่างๆ ที่ห้องประชุมชั้น B1 เตรียมความพร้อมรับรายงานตัว สส.แบบแบ่งเขต ชุดที่ 27 ที่จะเข้ารายงานตัวในวันที่ 26 ก.พ.นี้
นายศิโรจน์กล่าวว่า สำนักงานเลขาฯ ได้เตรียมการเพื่อรองรับการรายงานตัวของ สส.ที่ได้รับการรับรองจาก กกต. โดยสภาจะเปิดให้รายงานตัวเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. รวมถึงวันเสาร์-วันอาทิตย์ ก็จะเปิดรับรายงานตัวเช่นกัน ส่วนจะเปิดรับรายงานตัวกี่วันนั้น ต้องดู กกต.จะให้การรับรอง สส.บัญชีรายชื่อเมื่อใด หาก กกต.ยังไม่รับรอง สส.บัญชีรายชื่อ แต่เมื่อมี สส.เขตมารายงานตัวครบแล้ว ก็อาจหยุดการรายงานตัวไว้ก่อน โดยสถานที่และระบบต่างๆ พร้อมแล้ว 80% มีอุปสรรคเล็กน้อยที่พบคือเรื่องบัตรประจำตัว สส. ที่กำลังเร่งประสานให้เสร็จทันกำหนด หากไม่ทันในวันแรกจะดำเนินการจัดส่งตามไปให้ในภายหลัง นอกจากนั้นยังมีการจัดห้องรับรองไว้ให้สมาชิกที่มารายงานตัว เพื่อลดความแออัด กรณีที่ สส.เดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือมาเป็นพรรค โดยจะแบ่งการเข้ารายงานตัวเป็นรอบ รอบละประมาณ 40 คน ทั้งนี้ ตนขอความร่วมมือให้ สส.กรอกข้อมูลผ่านระบบ e-form ล่วงหน้า เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบข้อมูล
“ส่วนขั้นตอนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ต้องดูว่า กกต.จะประกาศรับรอง สส.ได้เกินกว่า 95% เมื่อใด ถ้า กกต.ประกาศรับรองครบ 95% แล้ว สภาจะประสานสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นายกรัฐมนตรีนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อขอเปิดประชุมสภานัดแรกภายใน 15 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 121 ส่วนผู้ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ชั่วคราว ในวันโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะเลือกจาก สส.ที่มีอาวุโสสูงสุด และอยู่ในห้องประชุมในวันดังกล่าวด้วย” เลขาธิการสภาฯ กล่าว
ที่สำนักงาน กกต. นายวีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 พรรคประชาชน ยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบ หลังพบเอกสารการเลือกตั้งอยู่ในกองขยะที่ จ.สมุทรปราการ ว่า เนื่องจากกรณีที่มีการทิ้งใบนับคะแนนที่บ่อขยะสมุทรปราการ ทำให้ตนได้ยื่นร้องต่อ กกต.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนขณะนี้ผ่านมา 10 วันแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าจาก กกต.ในเรื่องของความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการดำเนินการ หลังจากส่งเรื่องร้องเรียนไปหลังจากนั้น 3 วัน กกต.ได้ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ใบนับคะแนนเป็นใบจริง แต่ผลการนับคะแนนสิ้นสุดลงแล้ว และไม่ส่งผลกับการนับคะแนน และการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่สิ่งที่เจอนั้นเจอใบขีดคะแนน 3 จุด จาก 3 พื้นที่ ซึ่งตนเข้าใจว่าเกิดจากการโอนหีบแล้วทิ้งไป เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะเป็นตัวอย่างที่พบ แล้วที่ยังไม่ได้พบและอาจปรากฏในกองขยะที่ใดที่หนึ่ง จึงตั้งคำถามว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ส่วนที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (รองเลขาฯ กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กรุงเทพมหานคร) เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อเอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.ป.กกต.ว่าด้วยการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน
นายครรชิตกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก กกต. ให้นำหลักฐานเป็นคลิปที่นำเสนอผ่านสื่อออนไลน์และภาพข่าว จากกรณีที่มีภาคประชาชน 4-5 คน ที่ไปสังเกตการณ์การลงคะแนนการเลือกตั้งที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการนับคะแนนการเลือกตั้ง มีการไปถ่ายภาพเห็นบัตรเลือกตั้ง การถอดรหัสการนับคะแนน การไปถ่ายภาพเห็น QR Code เพื่อพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ลับ ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าว จะพิสูจน์ว่าการทำงานของเราน่าเชื่อถือ ทั้งที่เรายืนยันการทำงานของเรานั้นเชื่อถือได้
ถามว่า จะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่เมื่อประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบ แต่กลับถูกแจ้งความกลับ นายครรชิตกล่าวว่า การพิสูจน์ ถ้าพิสูจน์ในกรอบของกฎหมายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นการพิสูจน์นอกกรอบกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย และพฤติการณ์ของภาคประชาชนในวันดังกล่าวก็มีลักษณะเกินขอบเขต จึงนำไปสู่การแจ้งความในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากนี้หากมีข้อมูลและตรวจสอบพบว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินคดีร่วมด้วยเช่นกัน
ภท.นัดประชุม สส.ที่บุรีรัมย์
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 8-9 มี.ค.นี้ พรรค ภท.เตรียมจัดประชุมสัมมนา สส.ของพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งการประชุมครั้งนี้นำโดยนายอนุทิน พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ รวมถึง สส.ของพรรคทั้ง 192 คน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ สาระสำคัญของการสัมมนาครั้งนี้ นอกจากเป็นการกำหนดทิศทางการทำงานของ สส.ในฐานะแกนนำรัฐบาลแล้ว หัวหน้าพรรคจะนำเสนอข้อมูลสะท้อนความต้องการของประชาชนจากทั่วประเทศ ให้ที่ประชุมรับทราบอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดกรอบนโยบายและลำดับความเร่งด่วนในการบริหารประเทศเพื่อนำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ขณะเดียวกันจะเปิดโอกาสให้ สส.แต่ละพื้นที่สะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนเอง เสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อรวบรวมเป็นข้อสรุปเชิงนโยบาย และใช้เป็นฐานประกอบการตัดสินใจทางการเมือง
“ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศความชัดเจนและมีมติจัดตั้งรัฐบาล โดยจะเลือกพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมรัฐบาล โดยคณะกรรมการบริหารพรรคจะรับฟังความเห็นจาก สส. ก่อนพิจารณามีมติในทิศทางเดียวกัน เพื่อเดินหน้าเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ” แหล่งข่าวระบุ
มีรายงานด้วยว่า ในวันที่ 26 ก.พ. เวลา 11.00 น. พรรค ภท.เตรียมเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลที่จะสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำนวน 5 เสีย ง นำโดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค พปชร. และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ จำนวน 1 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ประสงค์จะลงมติให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี รวมแล้วทั้งสิ้น 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง, 75 เสียงของพรรคเพื่อไทย ประกอบร่างกับพรรคเล็ก พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง, พรรคประชาชาติ 5 เสียง, พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง, พรรคเพื่อชาติไทย และพรรคไทยสร้างไทย พรรคละ 2 เสียง ส่วนพรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคละ 1 เสียง
มีรายงานถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทินนั้น ล่าสุดเริ่มแบ่งโควตาคร่าวๆ เป็นโควตานายกรัฐมนตรี 5 คน ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และเก้าอี้ของกระทรวงกลาโหม ที่ยังรอพิจารณาบุคคลความเหมาะสม
น้ำเงินยึด 19 เก้าอี้ 14 กระทรวง
ส่วนโควตาของพรรคภูมิใจไทยมีทั้งหมด 19 ตำแหน่ง เบื้องต้นจะมีกระทรวงที่อยู่ในความดูแลของพรรค 14 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักนายกรัฐมนตรี
โดยผู้ที่จะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อาทิ นายอนุทิน นายกฯ และ รมว.มหาดไทย, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย, น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีชื่อของนายวราวุธ ศิลปอาชา ที่เป็นกลุ่มบ้านใหญ่ย้ายเข้ามาที่รอระบุกระทรวง หลังจากคุยเรื่องโควตากับพรรคร่วมรัฐบาลเสร็จแล้ว
พรรคเพื่อไทย ได้โควตา 8 ที่นั่ง คาดว่าจะได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน โดยมีชื่อของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
ส่วนอีก 3 เก้าอี้ที่เหลือจะเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็กอื่นๆ ที่คาดว่าจะได้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มีกำหนดเดินทางเข้ากระทรวง หลังพาครอบครัวไปพักผ่อนที่ประเทศฟินแลนด์เพื่อชมแสงเหนือ และกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยช่วงเช้า นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ต่างเดินทางเข้ากระทรวงมาปฏิบัติภารกิจตามปกติ
นายนเรศกล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสเดินทางถึงไทยแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทราบว่าจะเข้ามาที่กระทรวงเกษตรฯ หรือไม่ และยังไม่มีการนัดพูดคุยหารืออะไร เมื่อถามว่าวันนี้จะมีความชัดเจนหรือไม่ในการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล นายนเรศกล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค และเป็นเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัส ในขณะนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ มายังว่าที่ สส.ของพรรค
เวลา 13.45 น. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม เดินทางเข้ามายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ร.อ.ธรรมนัสจะเดินทางเข้ากระทรวงหรือไม่ นายอามินทร์ตอบว่า กำลังติดต่ออยู่ ซึ่งวันนี้ตนก็เดินทางมารอ เมื่อถามอีกว่าได้มีการต่อสายพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่หลังจากเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ นายอามินทร์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายอามินทร์กล่าวว่า ยังไม่รู้เลย ต้องถาม ร.อ.ธรรมนัส ส่วนตัวทางสมาชิกพรรคก็แล้วแต่ทาง ร.อ.ธรรมนัสเลย ไม่มีปัญหา พร้อมทำงานทุกอย่าง
'ชูวิทย์ กุ่ย' มั่นใจ กธ.ไม่ตกขบวน
อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลา 15.00 น. ร.อ.ธรรมนัสยังคงเก็บตัวเงียบไม่มีการแจ้งหมายวาระงานต่อทีมงานแม้แต่คนเดียว และไม่ได้เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้
มีรายงานด้วยว่า หลัง กกต.ประกาศรับรองผล สส. 396 คน ในส่วนพรรคกล้าธรรมจะยังไม่เดินทางไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่จะรอให้มีการประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งได้มาจำนวน 2 คน คือ ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เพื่อรอไปรายงานตัวพร้อมกันทั้งหมด 58 คน
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการร่วมรัฐบาลล่าสุดที่ระบุไม่มีพรรคกล้าธรรมว่า ข่าวก็คือข่าว ไม่ใช่เรื่องจริง เมื่อถามว่ายังมีความหวังใช่หรือไม่ นายชูวิทย์กล่าวว่า ยังมี เมื่อถามย้ำว่าอะไรที่ยังทำให้พรรคกล้าธรรมมีความหวังในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายชูวิทย์กล่าวว่า เรามีความหวังเพราะเราร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว และขณะนี้เราทำงานกันอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า วันนี้ที่ ร.อ.ธรรมนัสไม่เข้ากระทรวงเพราะอะไร นายชูวิทย์กล่าวว่า ตอนแรกท่านจะเข้ามา แต่คงเหนื่อยเลยไม่ได้เข้ามา ซึ่งโดยปกติแล้วท่านจะมา เมื่อถามอีกว่าปกติทุกวันพุธ ร.อ.ธรรมนัสจะเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กระทรวงวันนี้จะเข้ามาหรือไม่ นายชูวิทย์กล่าวว่า ท่านว่าจะเข้ามา เราก็รอกันอยู่ เมื่อถามว่าถึงขนาดนี้เย็นแล้วแต่ยังไม่มีการเข้ากระทรวง ถือว่ามีสัญญาณอะไรหรือไม่ นายชูวิทย์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับสัญญาณอะไร แต่ท่านน่าจะพักผ่อน และคิดว่าวันเดียวกันนี้คงไม่เข้ากระทรวงแล้ว
ถามว่า ตอนนี้แกนนำในพรรคกล้าธรรมยังมั่นใจในตัว ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายชูวิทย์กล่าวว่า มั่นใจ เมื่อถามย้ำว่ายังมั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะปิดดีลกับพรรคภูมิใจไทยได้ ซึ่งขณะนี้ กกต.ประกาศรับรองผล สส.แล้ว นายชูวิทย์กล่าวว่า กกต.ประกาศรับรองแล้ว แต่คงยังไม่มี สส.ไปรายงานตัว จะไปในวันที่ 26 ก.พ.คนเดียวก็ไม่ได้ เพราะยังไม่มีการประกาศรับรองผล สส.แบบบัญชีรายชื่อ ถึงเวลาก็คงไปพร้อมกันทั้งพรรค จะมีไปรายงานตัวก็คงเป็นพรรคการเมืองที่ได้ สส.คนเดียว ส่วนพรรคใหญ่ๆ คงยังไม่ไป ต้องรอ กกต.ประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อก่อน
ซักถึงกระแสข่าวจะมีงูเขียวเกิดขึ้น นายชูวิทย์กล่าวว่า คงน่าจะไม่มีงูอะไรแล้ว วันนี้ก็ยังร่วมรัฐบาลกันอยู่ ยังทำงานกันอยู่ และกว่าจะเห็นหน้าตารัฐบาลก็คงเป็นในช่วงสงกรานต์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สีหศักดิ์ฟาดเขมรเวทีUN
"สีหศักดิ์” หวดกลับ “รองนายกฯ เขมร” คาเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน
บูรณะราชรถ ถวายพระเพลิง แล้วเสร็จก.ย.
กรมศิลป์เผยบูรณะราชรถ-พระยานมาศคืบหน้า 40% เน้นมั่นคงแข็งแรง ก่
กนง.หั่นดอกเบี้ย0.25% หุ้นเด้งรับพุ่ง25.61จุด
"กนง." เซอร์ไพรส์ตลาด มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี
แม้วพ้นคุก9พ.ค. ได้สิทธิ์ไม่ใส่EM
“โฆษกกรมราชทัณฑ์” ยืนยัน “ทักษิณ” จ่อพักโทษวันเสาร์ 9 พ.ค.
ประกาศแล้วในราชกิจจาฯ ผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตจำนวน 396 คน
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสม
สภาฯ พร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ เจอปัญหาบัตรประจำตัวอาจเสร็จไม่ทัน
“เลขาสภาฯ” ตรวจความเรียบร้อยสถานที่รับรายงานตัวสส.ใหม่ หลังกกต.ปล่อยผี 396 คน ยันพร้อมแล้ว 80 % ติดขัดแค่บัตรประจำตัวสส. พร้อมอำนวยความสะดวกจัดคิวเข้ารายงานตัวรอบละ 40 คน -ขอความร่วมมือสส. กรอกข้อมูลผ่านระบบ e-form ล่วงหน้า

