"สีหศักดิ์" รับโลกปั่นป่วน สหรัฐฉีกกติกาทุกอย่าง ไทยต้องมีการต่างประเทศเข้มแข็ง เร่งแก้ปัญหาแบบมียุทธศาสตร์ "บัวแก้ว" แจงสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเสี่ยงสูง เผยอพยพคนไทยแล้ว 292 คน บินถึงไทย 9-10 มี.ค. ประชาชนผวาวิกฤตซ้อนวิกฤต ห่วงค่าครองชีพพุ่ง
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวตอนหนึ่งต่อ สส.ของพรรคทั้ง 192 คน ในการสัมมนา สส. ผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ว่าในเรื่องการต่างประเทศ เราจะขับเคลื่อนประเทศไทยไปอย่างไรบ้าง ต้องยอมรับว่าขณะนี้โลกปั่นป่วนมาก กติกาต่างๆ ที่มี สหรัฐอเมริกาฉีกกติกาหมดทุกอย่าง ดังนั้นไทยต้องมีการต่างประเทศที่เข้มแข็ง มีผู้นำที่เข้มแข็ง ตัดสินใจเด็ดขาด และต้องทำงานเป็นทีมไทยแลนด์ในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ทหาร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นต้น
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลในช่วงที่โลกกำลังปั่นป่วนคือปัญหาเร่งด่วนต้องแก้ไข อย่างเช่นกรณีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะทำอย่างไรในการอพยพคนไทยที่อยู่ทั้งในประเทศอิหร่าน ดูไบ คูเวต กาตาร์ บาห์เรน หรืออิสราเอล เรามีแผนพร้อมหรือไม่ นอกจากนี้ต้องดำเนินงานแบบมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่แก้ปัญหาแค่เฉพาะหน้าสุด และการทูตต้องยึดผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของประเทศไทย อย่างเช่นกรณีกับกัมพูชา มาแบบนี้ ไทยต้องตอบกลับไปแบบนี้ สุดท้ายต้องอยู่ให้ได้กับกัมพูชา ส่วนสหรัฐที่เป็นมหาอำนาจ ไทยก็ต้องอยู่กับสหรัฐให้ได้ ถ้าเขามากดดันเราก็ต้องมีศักดิ์ศรี ยอมไม่ได้
“ผมอยากฝาก สส.ของพรรคที่จะเข้าไปอยู่ในสภาว่า การต่างประเทศมีความเกี่ยวข้องกับสภา ประเทศที่มีความเข้มแข็งเรื่องการต่างประเทศจะมองการต่างประเทศแยกออกจากการเมือง ขอให้ทุกท่านที่เข้าไปอยู่ในสภา ไม่ว่าจะบทบาทในกรรมาธิการ หรืออะไรต่างๆ ก็ดี อยากขอให้ช่วยขับเคลื่อนเรื่องการต่างประเทศด้วย” นายสีหศักดิ์ระบุ
ทั้งนี้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวชื่นชมนายสีหศักดิ์และกระทรวงการต่างประเทศ ที่สามารถบริหารจัดการและประสานงานเรื่องการอพยพคนไทยในประเทศตะวันออกกลางที่กำลังมีปัญหาได้เป็นอย่างดี มีความรวดเร็ว ลดเสียงวิจารณ์ได้มาก ที่ก่อนหน้านี้เวลามีเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะถูกมองว่าดำเนินการล่าช้า
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความรุนแรงในตะวันออกกลางว่า โดยรวมในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต เลบานอน ซึ่งถูกโจมตีในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกัน อิหร่านส่งสัญญาณว่าจะไม่โจมตีประเทศอื่นในภูมิภาค จะมุ่งเป้าเฉพาะฐานทัพสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
กต.แจงสงครามยืดเยื้อ
โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ย้ำว่าเป็นการป้องกันตนเอง และจะตอบโต้จนกว่าการโจมตีอิหร่านจะยุติลง หรือจนกว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะดำเนินการตามหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาดูการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค ล่าสุดมีรายงานใช้โดรนโจมตีคลังเก็บน้ำมันในคูเวต และมีการโจมตีโรงผลิตน้ำจืดในบาห์เรนด้วย ขณะเดียวกันประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก และอาจพิจารณาขยายเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการโจมตี ซึ่งส่งผลกระทบให้สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน แม้กาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้า แต่สายการบิน Qatar Airways เริ่มให้บริการเส้นทาง บริการฉุกเฉินเพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้างบางส่วนแล้ว และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอเรียกร้องให้คนไทยอพยพออกจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงโดยเร็วที่สุด รวมทั้งขอให้แจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบด้วย
ส่วนความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน ซึ่งคนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะราน และเมืองกลุ่มรวมทั้งสิ้น 62 คน เดินทางโดยรถยนต์ถึงตุรกีแล้วเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยความปลอดภัย โดยมีทีมงานจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตกรุงอังการาให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง หลังจากนั้นคณะทั้งหมดได้เข้าที่พัก เพื่อรอเดินทางกลับด้วยเครื่องบินมายังประเทศไทย 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 9 มี.ค. และกลุ่มที่ 2 เดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 10 มี.ค.
ขณะที่คนไทยในอิหร่านกลุ่มที่สองจะเดินทางทางบกจากอิหร่านในวันที่ 10 มี.ค. ไปยังตุรกี โดยกรมการกงสุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบผลสำเร็จด้วยดี ทั้งนี้ การอพยพคนไทยในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตราย สำหรับพื้นที่ตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังมีภารกิจที่ชายแดนอีกด่านเพื่อรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรักซึ่งอยู่ในการดูแลของเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน โดยคนไทยในอิรักได้เดินทางข้ามแดนเข้าตุรกีที่เมืองมาร์ดินเรียบร้อยแล้ว 3 รอบ รวมทั้งสิ้น 18 คน โดยรอบล่าสุดเมื่อคืนนี้จำนวน 10 คน และหลังจากนั้นจะเดินทางจากนครอิสตันบูลของตุรกี เพื่อกลับประเทศไทยต่อไป
นายปาณิดลกล่าวว่า ประเทศกาตาร์ โดยสายการบิน Qatar Airways เริ่มให้บริการเส้นทางบริการการบินฉุกเฉินแล้วเพื่อส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารตกค้างนั้นในวันนี้ (8 มี.ค.) จะบินนำผู้โดยสารที่ตกค้างในหลายเมืองในยุโรป และจากกรุงเทพฯ กลับไปยังกรุงโดฮาเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ดีกาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมด
อพยพแล้ว 292 คนไทย
"โดยรวมทั้งหมดขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือและจะเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 292 คน ส่วนประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่จะคงอำนวยความสะดวกดูแลให้คำแนะนำคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศและประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเร่งรัดกระบวนการต่อไป” นายปาณิดลระบุ
ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของทุกภาคส่วนสามารถกระทำได้ แต่ในห้วงที่สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง การนำเสนอเนื้อหาข่าว หรือข้อมูลต่อสาธารณชนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเมื่อยังมีคนไทยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยคือสิ่งที่มีความสำคัญสูงที่สุดในขณะนี้
นายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา กล่าวถึงผลกระทบของพลังงานจากสถานการณ์ความไม่สงบตะวันออกกลางว่า ในวันที่ 9 มี.ค. กมธ.จะแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ซึ่งเป็นห่วงหากสงครามยืดเยื้อออกไป รัฐบาลต้องเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่ และเห็นด้วยที่ฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องรัฐบาลให้เปิดตัวเลขน้ำมันสำรอง อย่าอมพะนำ เพราะหากประชาชนยังไม่เข้าใจ อาจทำให้เกิดเรื่องใหญ่ได้ เดี๋ยวไปทะเลาะกันยิงกันที่ปั๊มน้ำมันยิ่งไปกันใหญ่ วันก่อนเห็นเหมือนเอาถังสีขาวมาใส่น้ำมัน ซึ่งเป็นอันตราย เปิดเผยไม่ได้มีข้อเสียหายอะไรเลย มีแต่ทำให้ทุกคนสงบใจลง
นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา กล่าวว่า ประเทศไทยได้สำรองน้ำมันอย่างมีขั้นตอน ไม่เหมือนประเทศข้างเคียง ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกไปกักตุนน้ำมันโดยใช่เหตุ เรามีกองทุนน้ำมันที่เคยติดลบแสนกว่าล้านบาท ตอนนี้เป็นบวกหลายพันล้านบาท เชื่อว่ารัฐบาลสามารถสร้างสมดุลได้ หากสหรัฐสหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถเจรจาตกลงกันได้ คาดว่าราคาน้ำมันจะค่อยๆ ลดลง กองทุนน้ำมันสามารถลดหนี้ได้ ดังนั้นเรื่องพลังงานขอให้อย่าตื่นตระหนก
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง” กลุ่มตัวอย่าง 1,394 คน ระหว่างวันที่ 3-6 มี.ค.2569 สรุปผลได้ ดังนี้ ประชาชนติดตามข่าวบ้าง ร้อยละ 52.65 โดยกังวลว่าการสู้รบจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น ร้อยละ 78.91 และคิดว่าสถานการณ์สู้รบจะบานปลาย ร้อยละ 78.57 ข้อคิดที่ได้คือ ผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่ แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งโลก ร้อยละ 70.16 ในภาพรวมเชื่อมั่นต่อการเตรียมพร้อมและมาตรการรับมือของรัฐบาลไทย ร้อยละ 39.10 และไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 37.56
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลประชาชนกังวลสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่อาจกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ทำให้ประเทศอาจเผชิญภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ประชาชนจึงคาดหวังให้รัฐบาลเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจ และมีมาตรการรับมือที่ชัดเจน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไล่บี้กลต.-ปปง. คุ้ยหุ้นเบนสมิธ จี้ออกหมายจับ
รัฐบาลย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” เจอคุกแน่ เป็นธุระจัดหาเจอโทษหนักกว่า “กรณ์”
ชูลุยนโยบาย‘10พลัส’ ‘ศุภจี’ยํ้า‘ปุ๋ย’เพียงพอ
ดรีมทีมภูมิใจไทยพบ สส. “เอกนิติ” ย้ำแผนดันนโยบาย 10 พลัส ให้ไทยแข่งขันและเป็นแชมป์ในเวทีโลก “ศุภจี” ลั่นเราต้องเปลี่ยนประเทศ คาดปุ๋ยไทยใช้ได้ถึง ส.ค. “สีหศักดิ์” ย้ำบทบาทการต่างประเทศ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีชาติเป็นหลัก
ทรัมป์โทษอิหร่านฆ่าเด็ก
สงครามตะวันออกกลางล่วงเข้าสัปดาห์ที่สอง “อิหร่าน”
รัฐบาลอนุทิน 2จบ! ยึด14กระทรวง26เก้าอี้ไร้‘กธ.-ปชป.’ร่วม14มี.ค.เปิดสภา
นายกฯ เผย 14 มี.ค. "ในหลวง" เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมสภา "อนุทิน" ปลุก สส.น้ำเงินเป็นปึกแผ่น ยกบทเรียนขู่แหกคอกสอบตกหมด
ยิ้มสู้! 'นายกฯอนุทิน' โพสต์ภาพพร้อม 4 ขุนพลคู่ใจ 'สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี-ซาบีดา'
นายกฯ โพสต์ภาพร่วมเฟมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.การคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนางสาวซาบีดา
‘เอกนิติ‘ ผลักดันนโยบาย 10 พลัส ชูเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ทีมกุนซือภูมิใจไทย พบ สส. ‘เอกนิติ‘ ย้ำแผนดันนโยบาย 10พลัส ให้ไทยแข่งขันและเป็นแชมป์ในเวทีโลก ’ศุภจี‘ เผยแผนการค้ารับมือผลสงคราม คาดปุ๋ยไทยใช้ได้ยัน ส.ค. ชี้ถ้าพร่องดีล มาเลเซีย-บรูไน แล้ว สีหศักดิ์” ย้ำบทบาทกระทรวงการต่างประเทศ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีชาติเป็นหลัก

