รัฐบาลย้ำรับจ้างเปิด “ซิมม้า” เจอคุกแน่ เป็นธุระจัดหาเจอโทษหนักกว่า “กรณ์” โพสต์จี้ “ก.ล.ต.-ปปง.” เหตุใดยังไร้หมายจับ “เบน สมิธ” ทั้งที่พบหลักฐานฟอกเงินชัดเจน ข้องใจหากมีการโยกย้ายหุ้นไปใครจะรับผิดชอบค่าโง่
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีคนไทยบางส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมในการหลอกลวงคนไทยด้วยกัน โดยรับจ้างเปิดบัญชีม้า ขอย้ำเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน อย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อยรับจ้างเปิดซิมการ์ด หรือให้ข้อมูลส่วนตัวแก่มิจฉาชีพ เพื่อนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ ก่อนจะนำหมายเลขดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือกระทำความผิดทางออนไลน์
น.ส.อัยรินทร์กล่าวต่อว่า อัตราโทษและค่าปรับตามกฎหมายการรับจ้างเปิดซิมหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำซิมที่ลงทะเบียนในชื่อตนเองไปใช้งาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568) หากพิสูจน์ได้ว่าหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการกระทำผิด ซึ่งกฎหมายกำหนดโทษไว้ชัดเจน โดยเจ้าของซิมม้าอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือชักชวนให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมซิม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะมีโทษหนักกว่า คือจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้ากวาดล้างซิมม้าอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนตรวจพบว่ามีการนำชื่อ-นามสกุลของตนไปลงทะเบียนซิมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือพบเบาะแสเกี่ยวกับมิจฉาชีพออนไลน์ สามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ thaipoliceonline หรือโทร.สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องขยายผลเรื่องเบน สมิธ ระบุว่า นับตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว คดีอายัดทรัพย์นายเบน สมิธ และพวกได้ไปถึงชั้นศาลแล้ว แต่ในฐานะ สส. ขอตั้งประเด็นคำถามว่าทำไมจนถึงวันนี้จึงยังไม่มีหมายจับนายเบน สมิธ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน โดยที่มูลค่าส่วนใหญ่ของทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคือ หุ้นบริษัท บางจาก โดยที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้พิสูจน์โยงกลับไปถึงกองทุน Capital Asia Investments (CAI) ซึ่งเป็นกองทุนที่เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ และเป็นแหล่งเงินลับ ปกปิดเจ้าของที่พรรค ปชป.ได้ติดตามธุรกรรมต้องสงสัยมาโดยตลอด
นายกรณ์ระบุอีกว่า ทรัพย์สินอื่นๆ ของนายเบน สมิธ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ (ภริยานายเบน) และพวกได้ถูกอายัดแล้ว ซึ่งรวมถึงที่ดิน เงินสด ฯลฯ แต่ที่แปลกมากคือการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือ ปปง. ยังไม่มีการดำเนินการแม้แต่น้อยกับหุ้นตัวอื่นๆ ที่ถือโดย CAI หรือโดยภริยาของนายเบน นอกจากนั้นที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมคือ ย้อนสืบเส้นทางการได้มาหุ้นเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้เห็นได้ทันทีว่า มีใครคนอื่นเกี่ยวข้องบ้าง มีใครสมคบคิดกับนายเบน สมิธ และพวกบ้าง บวกกับเส้นทางการเงินว่า เงินปันผลที่ได้รับ ผ่านเข้าบัญชีใคร และมีการจ่ายออกไปที่ไหน
“ถึงวันนี้ด้วยหลักฐานมากมายขนาดนี้ ก.ล.ต.ก็ยังไม่ดำเนินการใดๆ เกรงใจใครครับ? โดยสรุปคำถามสำคัญ คือในเมื่อ ปปง.ได้สั่งอายัดหุ้น ที่ดิน รถยนต์ เงินสด ฯลฯ ของนายเบน สมิธ รวมไปถึงภริยาและพวกแล้ว ทำไมถึงไม่ดำเนินการต่อให้ครบถ้วน หากมีการโยกย้าย ขายหุ้นและทรัพย์สินส่วนนี้ออกไป ปปง.และ ก.ล.ต.จะรับผิดชอบอย่างไร และขอย้ำคำถามเดิมว่า ทำไมจนถึงวันนี้จึงยังไม่มีหมายจับนายเบน สมิธ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน”
ขณะที่ พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ณัฏฐาภรณ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6080/2567 ลงวันที่ 14 ธ.ค.2567 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ร่วมกันเข้าเล่นหรือร่วมเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งจับกุมได้บริเวณสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ม.1 ต.บ้านเก่า อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นแอดมินของเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าวจริง โดยไปทำงานที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ประมาณ 2 ปี มีหน้าที่ตอบแชตไลน์ลูกค้าที่เข้ามาเล่นพนันออนไลน์แล้วมีปัญหาในการแทงพนัน ได้เงินเดือน 20,000 บาทต่อเดือน ทำงานเป็นกะ กะละ 8 ชม. ต่อมาเกิดสงครามที่ชายแดนไทย-กัมพูชา กลัวอันตรายจึงเดินทางกลับไทย แต่ทราบว่าเพื่อนร่วมงานที่ทำงานเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าวถูกจับกุมไปหลายราย จึงหลบหนีมาอยู่กับมารดาที่ จ.กาญจนบุรี จนถูกจับกุมขณะเข้าไปเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุยโรดโชว์ญี่ปุ่นลงทุนไทย
"เอกนิติ" ย้ำชัดไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ต่อจีดีพี เดินหน้าคุมวินัยการคลัง พร้อมปรับโครงสร้างภาษี
ขีดเส้น10พ.ย.ส่งงบมูลนิธิ ยึดทรัพย์‘บุ๋ม-สามี’60ล้าน
"มท.2" จ่อล้างบาง "มูลนิธิ-สมาคม" ลวงโลก เล็งปัดฝุ่นกฎหมายอุดช่องโหว่ทั้งระบบ สั่งศึกษาเปิดข้อมูลการบริจาคให้โปร่งใสตรวจสอบได้
สงครามพาทรัมป์แพ้ยับ
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก!
ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี
“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง
สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.
"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ
ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว
“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน” อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ

