จ่อปิดปั๊มนํ้ามัน4ทุ่ม ครม.กางแผนรับกรณีวิกฤตเคาะแพ็กเกจประหยัดพลังงาน

ครม.พร้อมใจสวมเชิ้ตแทนใส่สูทผูกไทขานรับประหยัดพลังงาน เคาะมาตรการให้ “ขรก.-รสก.” WFH ทันทีในส่วนงานไม่ต้องบริการ ปชช. พร้อมงดไปดูงาน-อบรมต่างประเทศ แถมคลอดสารพัดแนวทางประหยัดไฟ ชี้หากสถานการณ์วิกฤตหรี่ใช้ไฟป้ายโฆษณาหรือป้ายชื่อร้านตั้งแต่สี่ทุ่มรวมถึงปิดปั๊ม “คลัง” ยังเชื่อมือกองทุนน้ำมันฯ เอาอยู่ ไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน กต.เผยมี 351 ชีวิตจากตะวันออกกลางถึงไทยแล้ว

เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569   นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งบรรดารัฐมนตรีและทีมงานต่างสวมเสื้อเชิ้ตแทนการใส่สูทผูกไทมาร่วมประชุม ตามมาตรการลดใช้พลังงาน

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็น ครม. เหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นผู้นำในการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนเริ่มตระหนักถึงการประหยัดไฟและพลังงาน เราจึงทำเป็นตัวอย่างก่อนด้วยการลดแอร์ลงและไม่สวมสูท เพื่อทำให้เห็น ถ้าได้รับความร่วมมือจริงๆ คิดว่าได้ผล หรือแม้แต่มาตรการเวิร์กฟรอมโฮมก็เห็นด้วย ซึ่งพวกเรามีความตระหนัก เพื่อให้การใช้ไฟฟ้าลดลง แต่เรื่องนี้ต้องยั่งยืน ทำวันเดียวไม่ได้ผล

ส่วนการปรับรถภายในขบวนลง นายโสภณกล่าวว่า ของตนเองมีเพียงคันเดียว ส่วนคนอื่นไม่ทราบ

ขณะที่ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การไม่ได้สวมสูทเหมาะสมกับสภาพอากาศของไทยมากที่สุด และอยากเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันประหยัดพลังงาน ในช่วงนี้ ถือว่าเป็นการช่วยชาติอีกเครื่องมือหนึ่ง ซึ่ง ครม.พยายามทำให้เป็นตัวอย่าง

ในเวลา 11.54 น. นายอนุทินได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบฯ ก่อนที่เวลา 15.00 น. จะเดินทางออกจากทำเนียบฯ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯ ได้สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อนมาทำงาน ไม่ได้สวมชุดสูท ซึ่งเป็นไปตามมาตรการประหยัดพลังงานที่เริ่มทันที

  ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน  กล่าวถึงการหาแหล่งน้ำมันสำรองว่า เป็นการทยอยตามรอบขนส่ง แต่ขึ้นอยู่กับถังน้ำมันที่เรามีด้วย และต้องดูว่าถังมีช่องว่างให้เติมหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้ 1 ถึง 2 สัปดาห์จะไล่ยืนยันต่อไปเป็นรอบๆ ยืนยันว่าเชื้อเพลิงเราไม่ขาดแคลน และอยากขอความร่วมมือประชาชนว่า ที่ผ่านมาเกิดความตื่นตระหนก จึงเกิดการซื้อมากกว่าปกติ  ส่วนยอดขายเพิ่มเป็นสองเท่า ซึ่งของมีแต่มีปัญหาเรื่องการขนส่ง ซึ่งบางทีขนไม่ทัน จึงขอว่าอย่าตื่นตระหนกและอย่ากักตุน เพราะการซื้อไปเก็บไว้เยอะก็เป็นอันตรายต่อตัวท่าน เพราะเชื้อเพลิงติดไฟง่าย

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อกว่า 90 วัน จะมีผลต่อปริมาณน้ำมันสำรองของไทยหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า เราทำคู่ขนาน ทั้งการจัดหาของใหม่เข้ามา และใช้ของเดิมให้น้อยที่สุด เช่น การที่เพิ่มสัดส่วนน้ำมันชีวภาพแทนน้ำมันดิบ และระงับการส่งออก เพื่อเพิ่มการสำรองน้ำมัน ส่วนที่เรากำลังศึกษาอยู่คือ การปรับสเปกนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อให้ยืดหยุ่นมากขึ้นในการนำเข้าพลังงานจากหลายแหล่ง ซึ่งเรามีหลายมาตรการที่จะทำคู่ขนานกันไปตลอดเวลา

นายอรรถพลยังกล่าวถึงการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินว่า มาตรการของรัฐบาลคือ การตรึงน้ำมันราคาดีเซล 15 วัน ในส่วนของน้ำมันเบนซิน กองทุนน้ำมันจะเข้าไปช่วยบางส่วน และผู้ค้าจะดูตามความเหมาะสม ราคาจึงอาจขยับบ้าง แต่สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินขยับในวันที่ 9 มี.ค. เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ได้สร้างความแตกต่างการช่วยเหลือน้ำมันเบนซินที่มีอยู่หลายชนิด เพื่อถ่างความช่วยเหลือตามกลไกของผู้ค้า คือปรับขึ้นแก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้น 50 สตางค์ และลด E20 ลง 50 สตางค์ ทำให้ผลต่างของราคาขายปลีกของน้ำมัน 2 ชนิดนี้ ที่เดิมต่างกัน 2 บาท เป็นต่างกัน 3 บาท เป็นการจูงใจให้ใช้ E 20 มากขึ้น เพื่อลดการใช้สัดส่วนน้ำมันพื้นฐานที่มาจากเบนซิน และเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตในบ้านเรา ขณะที่สเปกน้ำมันดีเซลก็ปรับจาก B5 เป็น B7 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ไบโอดีเซลที่ทำจากน้ำมันปาล์มมากขึ้น

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ครม.รับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวน และเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน โดย พน.ได้จัดตั้งศูนย์ Energy ICS เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่เกิดผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ

มาตรการประหยัดพลังงาน

สำหรับสถานการณ์พลังงานของไทยปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยต่อวันประมาณ 124 ล้านลิตรต่อวัน โดย ณ วันที่ 5 มี.ค. ไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวม 8,055 ล้านลิตร การใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยประมาณ 3.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ในส่วนของปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศ ปัจจุบันมีน้ำมันสำรองประมาณ 8,054 ล้านลิตร ซึ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย และน้ำมันสำรองทางการค้า ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศได้ในระดับหนึ่ง

น.ส.อัยรินทร์กล่าวต่อว่า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น พน.ได้เสนอมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างให้ภาคส่วนอื่นๆ ของสังคม ประกอบด้วยมาตรการสำคัญ ดังนี้ การปรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม และตั้งอุณหภูมิประมาณ 26-27 องศาเซลเซียส, ใส่เสื้อแขนสั้น งดการใส่สูทผูกไท ยกเว้นมีงานพิธีการ, การลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น, การใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน, การลดการใช้ลิฟต์ โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้, การลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร, การส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการทำงานแบบ Work from Home ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีมาตรการด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง เช่น การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ, การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม, การใช้รถร่วมกันหรือคาร์พูล และการวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน

 “รัฐบาลมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานความร่วมมือสถานีโทรทัศน์วิทยุ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ รณรงค์การประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วนในช่วงสถานการณ์วิกฤต ถ้าหากสถานการณ์มีการยกระดับความรุนแรงจนกระทั่งมีผลกระทบต่อการจัดหาพลังงาน เห็นสมควรเสนอแนวทางมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น ให้หรี่การใช้ไฟฟ้าในการโฆษณาป้ายสินค้าหรือบริการ ป้ายชื่อร้านป้ายชื่อโรงภาพยนตร์ สถานที่ทำธุรกิจ ในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น.เป็นต้นไป และกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยมีข้อยกเว้นสถานีบริการบนทางหลวงหลัก ทั้งนี้ หากสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณ 5% จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 3.3 แสนลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน และหากลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5% จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน”

น.ส.อัยรินทร์กล่าวอีกว่า มาตรการ WFH นอกเหนือจากมาตรการที่ พน.ได้แจ้งเวียนให้กับหน่วยงานถือปฏิบัติ นายกฯ ได้สั่งการในที่ประชุม ครม. ให้หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการดังนี้ 1.เริ่มดำเนินมาตรการ WFH ในทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน และ 2.งดการเดินทางไปศึกษาดูงาน หรืออบรมในต่างประเทศ โดยให้มาดำเนินการภายในประเทศแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ชี้แจงมาตรการปิดสถานีบริการน้ำมันหลัง 4 ทุ่มว่า  การจำกัดเวลาปิด-เปิดสถานีบริการน้ำมันจะถูกนำมาใช้เฉพาะในกรณีที่ปริมาณน้ำมันสำรองเข้าสู่สภาวะวิกฤตขั้นสูงสุดเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ และเชื่อมั่นในแผนเตรียมความพร้อมของรัฐบาลที่จะรับมือกับทุกวิกฤตการณ์อย่างสุดความสามารถ

ยังไม่คิดใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน

ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์  ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ดำเนินการ 3 แนวทาง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน คือ 1.มอบหมายสำนักงานพลังงานจังหวัดบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้เชื้อเพลิงของภาคเอกชนในพื้นที่ตามประเภทกิจการ พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลปริมาณความต้องการใช้น้ำมันแต่ละประเภทและปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยจัดลำดับความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับกิจการสำคัญที่ต้องได้รับการจัดสรรเป็นลำดับต้น แล้วรายงานข้อมูลให้ พน.ทราบโดยด่วน 2.บูรณาการข้อมูลสถานการณ์ด้านพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งกำกับดูแลไม่ให้กักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายในลักษณะที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน และ 3.เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีพของประชาชน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์และหารือกันอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยต้องยอมรับว่าปัจจุบันราคาผันผวนอย่างมาก โดยราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ปรับตัวขึ้นไปสูงถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปรับลดลงมาเหลือที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้นจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินจังหวะและเงื่อนไขในการออกมาตรการดูแล รวมถึงความเหมาะสมในการกู้เงิน โดยเฉพาะการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรองรับวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นายลวรณกล่าวอีกว่า ระดับราคาน้ำมันในปัจจุบัน กลไกของกองทุนน้ำมันฯ ยังมีศักยภาพเพียงพอรองรับได้ เพราะกองทุนน้ำมันฯ ถูกออกแบบมาให้สถานะสามารถบวกได้และลบได้เช่นเดียวกัน เพื่อดูแลและพยุงราคาน้ำมันในประเทศให้มีเสถียรภาพ และหลังจากนั้นกองทุนน้ำมันฯ เองก็ยังมีศักยภาพในการกู้เงินเอง ราว 2-3 หมื่นล้านบาทได้ ตรงนี้ก็จะช่วยรองรับได้อีกระยะหนึ่ง ก่อนออก พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว

 “พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมันนั้นก็ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งหากดูจากระดับราคาน้ำมันในปัจจุบันนั้น กลไกของกองทุนน้ำมันฯ ยังเพียงพอรับมือได้ การออก พ.ร.ก.จะเป็นขั้นตอนถัดไป ซึ่งต้องมาประเมินกันอีกว่าระดับราคาน้ำมันในตลาดโลกถึงจุดไหนจึงต้องกู้เงิน กองทุนน้ำมันฯ ติดลบเท่าไหร่จึงต้องกู้ และถ้าจะกู้ต้องกู้เท่าไหร่ แบบนั้นถึงจะเข้าสู่กระบวนการกู้ และหากเป็นการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ก็จะถูกนับเป็นหนี้สาธารณะ เพราะคลังค้ำประกัน แต่ถ้ากองทุนน้ำมันฯ กู้เองไม่นับเป็นหนี้สาธารณะ” ปลัดกระทรวงการคลังระบุ

นายลวรณยังกล่าวถึงมาตรการภาษี โดยเฉพาะการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันว่า ยังไม่มีการเอามาใช้ ซึ่งประเด็นเรื่องภาษีน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะถูกหยิบมาใช้ เพราะหลายฝ่ายยังเห็นตรงกันว่า จากระดับราคาน้ำมันใจปัจจุบันนั้น กลไกของกองทุนน้ำมันฯ ยังมีศักยภาพเพียงพอรับมือได้

ตอ.กลางยังเปราะบาง

วันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าสงครามสู้รบในตะวันออกกลางจะจบลงในเร็ววันนี้ ว่าหากจบได้เป็นเรื่องดี เพราะทุกคนได้รับผลกระทบหมด และควรจบแบบยั่งยืน จบด้วยการเจรจาและแนวทางสันติภาพ ไม่ใช่จบแบบทหาร ที่ไม่รู้ว่าจะยั่งยืนจริงหรือไม่ ซึ่งปัญหาดังกล่าวต้องพูดคุยเจรจากันด้วยสันติวิธี

ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต. แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า สถานการณ์โดยรวมยังรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากขึ้น และขณะนี้ยังไม่มีท่าทีว่าสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน จะกลับเข้าสู่การเจรจา โดยผู้นำของประเทศคู่ขัดแย้งยังคงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าว เราจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สถานการณ์ยังเปราะบาง  กต.ขอเรียกร้องให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว

นายปาณิดลกล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ว่า ในส่วนอิหร่าน ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้คนไทยกลุ่มที่เหลือที่อพยพออกจากอิหร่านรอบแรก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมาได้เดินทางกลับถึงไทยแล้วรวม 23 คน นอกจากนี้ยังมีคนไทยในอิหร่านชุดที่สอง 69 คน กำลังเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกี โดยคนไทยบางส่วนจะเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 11 มี.ค. สถานเอกอัครราชทูตกรุงเตหะรานและกรุงอังการากำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับไทย ส่วนการอพยพคนไทยออกจากอิรัก ขณะนี้ยังมีคนไทย 14 คน ที่จะอพยพออกจากอิรัก โดยประสานของสถานเอกอัครราชทูตกรุงอัมมาน เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่ตุรกี ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฯ พร้อมรองรับการเดินทางกลับไทยของคนไทยกลุ่มนี้ต่อไป

 “ขณะนี้มีคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือจากตะวันออกกลางเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว 351 คน และยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย และขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมในประเทศที่มีความขัดแย้ง” นายปาณิดลกล่าว

23 คนไทยถึงบ้าน

ทั้งนี้ ในเวลา 09.09 น. ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 โซนซี คนไทย 23 คนที่พำนักอยู่ที่อิหร่าน กลุ่มแรก เซต 2 ที่ได้อพยพออกจากอิหร่านตั้งแต่เย็นวันที่ 7 มี.ค.ไปยังตุรกี ได้เดินทางกลับถึงไทยด้วยสายการบินตุรกีแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK64 โดยเดินทางจากท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศตุรกี มาถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในเวลา 08.20 น. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่ไปศึกษาอยู่ที่อิหร่าน หลังจากเมื่อวานนี้ได้เดินกลับมาถึงไทยแล้วส่วนหนึ่ง 29 คน โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยให้การต้อนรับ

ขณะที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีเงินกองทุนช่วยเหลือแรงงานที่เดินทางกลับจากพื้นที่ตะวันออกกลางจำนวน 15,000 บาท ว่าจะมีเงินกองทุนสำหรับแรงงาน 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย โดยแรงงานที่ถูกกฎหมายจะมีกองทุนสำหรับดูแลคนต่างแดนอยู่ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเตรียมความพร้อมสำหรับแรงงานต้องการเดินทางกลับมาเพิ่มเติมอย่างไร น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า มีการประสานงานกับ กต. โดยนายกฯ ให้ความสำคัญเรื่องนี้ที่จะต้องรับคนไทยทุกคนกลับมา หลักๆ ตอนนี้มีกลุ่มอิหร่านทั้งหมด 41 คน ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนต้องการให้กลับมาหมด เพราะเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง สำหรับภาพรวมขณะนี้รับทราบจำนวนประมาณ 1,000 คน โดยมาจากหลากหลายประเทศ แต่ในกลุ่มอิสราเอลยังไม่ถึง 100 คน ทั้งหมดนี้คือส่วนของเฉพาะกลุ่มแรงงาน ยังไม่รวมกลุ่มคนไทยที่อยู่ในประเทศเหล่านี้

เมื่อถามว่า ถ้าตลาดแรงงานตะวันออกกลางน้อยลงจะประสานกับประเทศอื่นในการหาตลาดแรงงานเพิ่มให้แรงงานไทยหรือไม่ น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ได้ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา สิ่งที่เราทำได้ขณะนี้คือ คนใดประสงค์ต้องการทำงานในประเทศไทยต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอัปสกิลหรือรีสกิล เพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน เราก็เตรียมพร้อมในการจัดหางานให้ เพราะมีชื่อในลิสต์อยู่แล้ว เพื่อให้เกิดการต่อเนื่องในการทำงาน ซึ่งเราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรฎ.เปิดสภา/ลุ้นกธ.โหวตปธ.

“ครม.” เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาโดยยังไม่ระบุวันที่ “อนุทิน” แจ้งป่วยลาประชุม “ธรรมนัส” ก็ไม่เข้า