ฮอร์มุซดุ!บึ้มเรือไทย 20ชีวิตปลอดภัยเร่งช่วยอีก3 UKMTOยกระดับเตือนสูงสุด

เรือสินค้าไทย "มยุรี นารี" โดนโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ทร.ประสานโอมานช่วยเหลือลูกเรือ 20 ชีวิตปลอดภัยแล้ว แต่อีก 3 คนยังติดอยู่ในเรือ “พิพัฒน์” เผยยังไม่ทราบสาเหตุหรือฝีมือใครยิง ขณะที่ "UKMTO" ยกระดับเตือนภัยสูงสุด หลังเกิดเหตุ 3 ลำซ้อน "เรือญี่ปุ่น-หมู่เกาะมาร์แชลล์" เสียหายบางส่วน ไร้เจ็บและเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า เวลา 11.00 น. เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง  สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรี นารี” (Mayuree Naree)  ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน ที่มีบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ ถูกโจมตีขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 11 มี.ค.

ภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้เร่งประสานขอความช่วยเหลือผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ โดยให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือที่ประจำอยู่ที่กองกำลังทางทะเลร่วม (Combined Maritime Forces หรือ CMF) ติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อขอความช่วยเหลือโดยทันที โดยปัจจุบันกองทัพเรือโอมานได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือแล้วจำนวน 20 คน และกำลังช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน สำหรับลูกเรือชาวไทย 20 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ได้ถูกนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ (Khasab) ประเทศโอมาน  เพื่อดูแลความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุการถูกโจมตียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

กองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ  จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง และเร่งรัดการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยทั้ง 23 คนเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า ทราบว่าลูกเรือได้รับการช่วยเหลือ 20 คน ส่วนอีก 3 คนยังอยู่ภายในเรือ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าลูกเรือทั้ง 23 คนได้รับบาดเจ็บหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยิง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตีว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้รับรายงานแล้ว ซึ่งลูกเรือทุกคนปลอดภัย จากรายงานระบุว่า เรือสินค้าได้เทียบท่าที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้รับแจ้งจากเจ้าของท่าเรือให้ถอนสมอ และเดินทางออกมาจากท่าเรือประมาณ 20 กิโลเมตร จนเกิดการระเบิดขึ้นบริเวณห้องเครื่อง อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับการรายงานเพิ่มเติมว่าเป็นการถูกยิงหรือเป็นการโดนทุ่นระเบิด

จากนั้น นายพิพัฒน์ ในฐานะประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า เรือ MAYUREE NAREE เป็นเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง ขนาด 15,891 ตันกรอส ซึ่งได้ออกจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และมาถูกระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะที่เดินทางและเกิดเหตุขึ้นนั้นในเรือไม่มีสินค้า เราได้นำสินค้าขึ้นเรียบร้อยและกำลังเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ซึ่งการเคลื่อนตัวออกจากท่ามีจำนวนหลายลำ และเรามีลูกเรือทั้งหมด 23 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนไทย ขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คนซึ่งอยู่ในเรือ ต้องขอขอบคุณทหารเรือโอมานที่ได้กรุณาช่วยทั้ง 20 คนขึ้นมาไว้บนฝั่งเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีก 3 คนพยายามเข้าไปช่วย ซึ่งในเรือไม่มีแสงสว่างเลย

ภายหลังการประชุม ศบก. นายพิพัฒน์กล่าวถึงความคืบหน้าว่า กระทรวงการต่างประเทศและกรมเจ้าท่ายืนยันว่าลูกเรือ 20 คนปลอดภัย ทหารเรือของประเทศโอมานได้นำลูกเรือดังกล่าวไปไว้บนเกาะแห่งหนึ่ง โดยวันที่ 12 มี.ค.คงมีการนำขึ้นไปแผ่นดินใหญ่และประสานสถานทูตส่งตัวกลับมาประเทศไทยต่อไป ส่วนลูกเรืออีก 3 ราย ยังไม่สามารถออกมาได้ ตกค้างอยู่ในเรือส่วนใดส่วนหนึ่ง เพราะการระเบิดเกิดขึ้นที่ท้ายเรือ คนที่อยู่ในห้องเครื่องอาจจะติดอยู่ในนั้น ซึ่งทหารเรือของโอมานได้ขอเวลาเพื่อที่จะเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากขณะนี้เครื่องปั่นไฟไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ด้านในเรือมืด การช่วยเหลือจึงต้องเตรียมพร้อม  โดยกระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศโอมานขอให้เขาช่วยลูกเรืออีก 3 ราย

อย่างไรก็ตาม เรือของประเทศไทยที่ตกค้างอยู่ที่ตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซนั้น ลำสุดท้ายเลยผ่านช่วงที่อันตรายออกมาแล้ว ขณะนี้เหลือเพียงเรือ MAYUREE NAREE เพียงลำเดียวที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถเดินทางได้ ส่วนสาเหตุของการระเบิดขณะนี้เรายังไม่ทราบว่ามาจากไหน วันนี้การรับรายงานของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถแจ้งสาเหตุได้ หากทราบข้อเท็จจริงของสาเหตุและสถานการณ์ของลูกเรืออีก 3 คนหลังทหารโอมานเข้าไปช่วยเป็นอย่างไร หรืออยู่ดีไม่ค่อยมีสุขจะมาแจ้งให้สื่อทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้จะมีการเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า รอก่อน ขอให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ คงไม่สามารถตอบทุกเรื่องได้

เพจเรือสินค้าระหว่างประเทศ-พาณิชย์นาวี เผยแพร่ข้อมูล หน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ออกประกาศเตือนภัยด่วน หลังได้รับรายงานว่าเรือสินค้า 3 ลำถูกโจมตีด้วย “อาวุธไม่ทราบชนิด” ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สถานการณ์ความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ตึงเครียดขึ้นทันที

โดยระบุว่า เรือไทยโดนหนัก ไฟลุกกลางทะเล เหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.35 น. ตามเวลามาตรฐานสากล (UTC) เมื่อเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งตอนเหนือของประเทศโอมานราว 11 ไมล์ทะเล ภายหลังตรวจสอบพบว่า เรือดังกล่าวคือ “มยุรี นารี” (MAYUREE NAREE) ซึ่งเป็นเรือของไทย โดยแรงโจมตีทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือ กัปตันต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมสั่งอพยพลูกเรือออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยทันที และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว เบื้องต้นไม่พบสารเคมีรั่วไหลลงสู่ทะเล และเหลือลูกเรือเพียงบางส่วนประจำการอยู่บนเรือเพื่อควบคุมสถานการณ์

ขณะเดียวกันยังมีเรือสินค้าอีก 2 ลำที่ตกเป็นเป้าการโจมตี ได้แก่ ONE Majesty เรือบรรทุกสินค้าติดธงชาติญี่ปุ่น และ Star Gwyneth เรือบรรทุกสินค้าติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ทั้งสองลำได้รับความเสียหายบางส่วนจากการโจมตี แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

UKMTO ยกระดับเตือนภัยสูงสุดจากเหตุโจมตีต่อเนื่องลักษณะ 3 ลำซ้อน ในพื้นที่เดียวกัน ทาง UKMTO จึงประกาศยกระดับการเตือนภัยทางทะเลในภูมิภาคดังกล่าวทันที พร้อมกำชับให้เรือทุกลำที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวผิดปกติ และรายงานเหตุการณ์ต้องสงสัยโดยทันที เพื่อป้องกันเหตุซ้ำเติมในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง