DSIรอ‘ชนนพัฒฐ์’ปปง.ยึดเพิ่ม12ล.

“ธรรมนัส” โยนถาม “ชนนพัฒฐ์”  ปมหมายเรียกดีเอสไอ อ้างเรื่องส่วนตัว ตอบแทนไม่ได้ ปปง.ลุยยึดทรัพย์เพิ่มอีก 12 ล้านบาท โยงพนันออนไลน์ รุกประสานสิงคโปร์ล่าหลักฐานมัดกองทุน CAI ขณะที่ "ปชป." ไล่บี้ "ก.ล.ต.-ปปง."  ล่าช้าในการยึดทรัพย์ดำเนินคดีแก๊งสแกมเมอร์ 

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายวิทยา  นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

1.ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 34 รายคดี ทรัพย์สิน 808 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ  303 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ อาทิ กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ www.gimi88.com และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง รายนายชนนพัฒฐ์ กับพวก โดยมีทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง  ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 12 รายการ (เช่น หุ้นในบริษัทจำกัด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท

รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ  และความผิดฐานฟอกเงิน โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลงทุน โอนผ่านบัญชีม้าบุคคล และนิติบุคคล ก่อนเปลี่ยนแปลงเป็นเหรียญสกุลเงินดิจิทัล (USDT) จากนั้นได้มีการโอนเหรียญออกไปยังกระเป๋าดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์ม Huione Pay  มูลค่าหลายพันล้านบาท ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นเงินฝากในบัญชีและถอนเป็นเงินสด ก่อนนำเงินสดดังกล่าวออกนอกประเทศไทยผ่านด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และด่านชายแดนไทย-พม่า กรณีดังกล่าว คณะกรรมการธุรกรรมได้เคยมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 211 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท

2.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 953 รายการ มูลค่าประมาณ 310 ล้านบาท อาทิ คดีพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต กับพวก กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ กับพวก รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท

3.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 11 รายคดี ทรัพย์สิน 266 รายการ มูลค่าประมาณ 422 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ

อนึ่ง กรณีที่เป็นข่าวเกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์อายัดทรัพย์กองทุน Capital Asia Investments (CAI) นั้น สำนักงาน ปปง.ขอเรียนว่า การดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น จะต้องมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานนั้นด้วย โดยสำนักงาน ปปง.ได้ประสานขอข้อมูลพยานหลักฐานดังกล่าวจากหน่วยงานภายในประเทศ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานขอข้อมูลจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหากสำนักงาน ปปง.ได้รับพยานหลักฐานตามที่ร้องขอแล้ว จะได้พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

ทางด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา วันที่ 12 มี.ค. ในคดีฟอกเงินเกี่ยวกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์หรือไม่ ว่า "ต้องไปถามเขา มันเป็นเรื่องส่วนตัว ยุ่งมากไม่ได้ อย่างมากให้กำลังใจ เราอยู่พรรคเดียวกัน เชื่อว่าสมาชิกพรรคถามไถ่ มันเป็นเรื่องปกติ ให้กำลังใจกัน"

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองกรณีนี้เป็นการเล่นงานทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ทราบ ถ้าตนเองทำ จะตอบได้ 

เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของนายชนนพัฒฐ์หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ตอบแทนไม่ได้

วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.บัญชีรายชื่อ แถลงเรียกร้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงาน ปปง. กรณีเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 เรื่องการดำเนินคดีกับบริษัทจัดการกองทุน CAI และผู้บริหารของกองทุนโดยหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศสิงคโปร์ ทำให้เกิดคำถามสำคัญที่สังคมไทยควรได้รับคำตอบ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่เกิดขึ้นในตลาดทุนของประเทศไทย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2568 พรรคประชาธิปัตย์ได้มีหนังสือแจ้งต่อ 2 หน่วยงานอย่างชัดเจน โดยระบุว่ามีธุรกรรมที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เนื่องจากกองทุน CAI มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชนและการฟอกเงิน เช่น เบน สมิธ, แคทรียา บีเวอร์, สุภารัตน์, ยิม เลียก และพวก รวมทั้ง Alpha Charter Energy (ACE) และ Capital Asia Investment (CAI) พร้อมทั้งเตือนว่าหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องเร่งดำเนินการก่อนที่จะเกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจะถูกขายหรือโอนถ่ายออกไปก่อนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ แต่จนถึงปัจจุบัน ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการใดๆ อย่างเป็นรูปธรรมจากทั้งสองหน่วยงาน       

"จากนี้ไป ก.ล.ต.และ ปปง.จะดำเนินการอย่างไร เมื่อใด และจะมีแนวทางอย่างไรในการติดตามทรัพย์สินที่ควรถูกยึดเหล่านี้ ทั้งหมดเพื่อนำมาชดเชยให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง นั่นคือคำถามที่พรรคประชาธิปัตย์มีต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และขอถามต่อไปยังรัฐบาล ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลหน่วยงานทั้งสองแห่งนี้ว่า มีอุปสรรคหรือข้อจำกัดใดหรือไม่ที่ทำให้หน่วยงานของรัฐไม่สามารถดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างทันท่วงที" นายกรณ์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง