"โสภณ-มัลลิกา-เลิศศักดิ์" รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมสภาฯ 19 มี.ค.เลือกนายกฯ หวังเห็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์ นายกฯ โพสต์ยินดี ส่วน "ธรรมนัส” ปัดกล้าธรรมงดออกเสียงโหวต ปธ.สภาฯ หวังร่วมรัฐบาล น้อมรับมิตรภาพ “อนุทิน” เพื่อนไม่มีวันหมดอายุ
ที่รัฐสภา วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ห้องประชุมสัมมนา B1 อาคารรัฐสภา
โดยนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรมายังห้องพิธี จากนั้นอ่านประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง
มีรัฐมนตรี ผู้แทนจากพรรคการเมือง อาทิ พรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ คณะผู้บริหารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมในพิธีดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่ทั้งหมดจะถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกหน้าพระบรมฉายาลักษณ์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความยินดี โดยมีข้อความระบุว่า “ขอแสดงความยินดีกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านรองประธานทั้งสองด้วยครับ”
นายโสภณแถลงว่า เตรียมออกระเบียบวาระประชุมสภาฯ เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. เพราะอยากเห็นรัฐบาลได้มีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์ เนื่องจากตอนนี้มีวิกฤตต่างๆ รุมเร้า หากมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวถามถึงทิศทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาชุดที่ผ่านมาทำค้างไว้ ประธานสภาฯ ตอบว่า ต้องรอให้รัฐบาลยืนยัน โดยต้องรอให้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ทำหน้าที่ก่อน
นายโสภณกล่าวต่อว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชีวิตของพวกตนทั้งสามคน รวมถึงครอบครัวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ พวกตนทั้ง 3 คนจะน้อมนำพระราชดำรัสในวันรัฐพิธีเปิดสภามาทำงาน วันนี้ถือเป็นวันที่เราทั้ง 3 คนได้ปฏิบัติหน้าที่สมบูรณ์ตามพระบรมราชโองการ ต่อไปจะทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร
สามัคคีกันทำงานโดยไม่แยกพรรค
ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้แล้วเสร็จและได้สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 โดยมีพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติและพรรคอื่นๆ ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพวกเราทั้ง 3 คนได้รับความไว้วางใจให้มาทำหน้าที่ประธานและรองประธานสภาฯ ยืนยันว่าเราจะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในสภาฯ ชุดที่ 27 นี้ เพื่อเป็นสภาฯ ที่พึ่งที่หวังของประชาชน พวกเราทั้ง 3 คนอยากเห็นการเปลี่ยนวิธีคิด การทำงานของสภาฯ ที่เป็นการกระทำมากกว่าการพูดแล้วไม่ได้ข้อสรุป เรื่องไหนที่ประชาชนไม่ชอบหรือเบื่อหน่ายจะไม่ให้เกิดขึ้นเด็ดขาด เรื่องใดที่ไม่เป็นประโยชน์หรือสาระน้อย เรื่องไม่เป็นเรื่อง เราจะใช้เวลาของสภาฯ ให้น้อยที่สุด
นายโสภณกล่าวต่อว่า เราจะนำความทุกข์ร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาหารือกระทู้หรือญัตติ ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต้องนำมาพูดในสภาฯ ส่วนปัญหาอื่นให้อยู่ในระบบกลไกอื่น เราอยากเห็นสภาฯ ชุดนี้ขับเคลื่อนกฎหมาย เพื่อเป็นทิศทางและเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหาร ในการผลักดันประเทศให้ข้ามวิกฤตการณ์ของโลกในขณะนี้ให้ได้
“พวกเราทั้ง 3 คนจะหลอมรวมความคิดทำงานไปด้วยกัน แม้จะอยู่ต่างพรรคกัน เพราะหากไม่ไว้วางใจกัน ก็อย่าหวังว่าจะให้พรรคอื่นมาสามัคคีกันได้ เรา 3 คนจะสามัคคีกันทำงานโดยไม่แยกพรรค เพราะเราจะทำให้เห็นว่าตัวอย่างผู้นำต้องทำอย่างไร” นายโสภณกล่าว
ประธานสภาฯ เผยว่า อยากเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน สิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบขอความกรุณาอย่ามาใช้เวลาโดยไม่เกิดประโยชน์ บางเรื่องที่พูดเหมือนอุดมการณ์ หรือบางเรื่องมีข้อจำกัดเราต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง และทำให้ความเป็นจริงของโลกไปในทิศทางที่ดีให้ได้ ตนเชื่อมั่นว่าสภาฯ ชุดนี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จะมุ่งมั่นผ่านวิกฤตการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะมุ่งมั่นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
เมื่อถามถึงข้อเสนอของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่เสนอให้ยกเลิกอาหารเลี้ยง สส. จะมีการพิจารณาหารือในเรื่องนี้หรือไม่ นายโสภณหัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า ตลก เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาพูดแบบนี้ เราสามารถหารือกันได้ เมื่อหารือกันแล้วได้มติอย่างไรค่อยแถลง ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นมีสิทธิ์แถลง ตนอยู่สภาฯ ตั้งแต่ปี 2544 ก็มีการเลี้ยงข้าวแบบนี้ สมัยก่อนวันพุธเริ่มประชุม 13.00-24.00 น. และวันพฤหัสบดีเริ่มประชุม 09.00-18.00 น. ตนว่าเรื่องนี้ค่อยว่ากันเอาอย่างไร ตนว่าอย่างนั้น เรื่องนี้ขอให้เป็นมติของสมาชิก
อยากเริ่มทำงานในมิติใหม่ๆ
"หลังจากโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จแล้ว ผมจะมีการหารือเพื่อพิจารณาถึงระเบียบข้อกำหนดและข้อบังคับ รวมถึงวันเวลาการประชุมสภาฯ โดยจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายว่าอยากเห็นสภาฯ เป็นอย่างไร เพราะเราอยากเริ่มทำงานในมิติใหม่ๆ" นายโสภณกล่าว
ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนมากถึง สส. ระบุว่า "ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสภาฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยมีระเบียบวาระ การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย"
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมการข้าว ถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรมลงมติงดออกเสียงในการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่โหวตให้แคนดิเดตจากพรรคประชาชนว่า เราไม่มีบุคคลที่เราเห็นว่าอยากเห็นชอบด้วย ก็งดดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนของพรรคประชาชนมองว่า การงดออกเสียงเป็นเพราะรอที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ เราต้องมีหลักการของตัวเอง เราคือพรรคกล้าธรรม เรามีจุดยืนเป็นของตัวเอง และตนไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้คนเดียว แต่เป็นการขอมติพรรคก่อน เมื่อถามว่า ในการโหวตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรมจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ก็ไม่แน่ครับ”
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสได้คุยหรือเจอกัน เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทินระบุว่าความเป็นเพื่อนกับ ร.อ.ธรรมนัสไม่มีวันหมดอายุ ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ท่านหมายถึงผมหรือเปล่า เข้าใจไปเองหรือเปล่า” ผู้สื่อข่าวจึงถามยํ้าว่าหมดอายุหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การใช้ชีวิตของตนที่มีเพื่อนพี่น้องเยอะ เพราะตนไม่ฆ่านายขายเพื่อน และสำคัญที่สุดคือเพื่อนไม่มีวันตาย ถ้านายอนุทินหมายถึงตน ตนก็หมายถึงท่าน ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะโหวตสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกฯ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า อันนั้นเป็นเรื่องการเมือง คนละเรื่องกัน
ยังไม่เก็บของที่ ก.เกษตรฯ
เมื่อถามว่า งานกระทรวงเกษตรฯ วันนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรายังทำงานจนถึงวันสุดท้าย เมื่อถามว่า เก็บของแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังไม่เก็บ มีเก็บแค่ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นพระกับโต๊ะส่วนตัว ส่วนที่กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่เก็บ ผู้สื่อข่าวถามว่า อีกไม่นานก็กลับมาใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวติดตลกว่า “ชอบหาเรื่องผมอยู่เรื่อยเลย” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที
ทั้งนี้ เพจ "พงศกร ขวัญเมือง" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ถึงสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ “งดออกเสียง” ในการเลือกประธานสภาฯ โดยมีใจความระบุว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึง “งดออกเสียง” ในการเลือกประธานสภาฯ? 1.การทำงานในฐานะ “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ต้องมีเอกภาพ การเสนอชื่อตำแหน่งสำคัญระดับประธานสภาฯ ควรมีการหารือร่วมกันในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหาจุดยืนที่เป็นหนึ่งเดียว แต่ในครั้งนี้พรรคประชาชนได้ตัดสินใจเสนอชื่อโดยไม่ได้มีการพูดคุยหรือขอมติร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นล่วงหน้า
2.ความถูกต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ (มาตรา 106) รัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า “ผู้นำฝ่ายค้าน” ต้องมาจากพรรคที่ไม่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาฯ การที่พรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่งเสนอคนของตนเองชิงตำแหน่งประธานสภาฯ จึงดูย้อนแย้งกับบทบาทผู้นำฝ่ายค้านที่พรรคต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
(ทั้งนี้เห็นว่าควรมีการแก้ไขบทบัญญัตินี้ เพื่อเปิดกว้างให้พรรคแกนนำฝ่ายค้านมีโอกาสดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ได้)
3.เน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าการสร้างความสนใจ พรรคประชาธิปัตย์เคารพในวิสัยทัศน์ของผู้ถูกเสนอชื่อ แต่ในสถานการณ์ที่ตัวเลขคะแนนเสียงในสภาเห็นผลลัพธ์ในทางปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้ว พรรคประเมินว่าการเสนอชื่อครั้งนี้เป็นไปเพื่อการใช้พื้นที่สภาสร้างความสนใจ มากกว่าการมุ่งหวังชัยชนะจริง ประชาธิปัตย์จึงเลือกที่จะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดังกล่าว
4.รักษาความเป็นอิสระและอุดมการณ์ของพรรค ประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจน เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มกำลังเพื่อตรวจสอบรัฐบาล (จึงไม่โหวตสนับสนุนฝั่งรัฐบาล) แต่ในขณะเดียวกัน เราไม่ใช่ “พรรคบริวาร” ของใคร เรามีแนวทางและกระบวนการตัดสินใจที่เป็นอิสระตามมติพรรค เพื่อรักษาตัวตนและอุดมการณ์ที่เรายึดถือ ขอยืนยันว่าการงดออกเสียงครั้งนี้คือการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เราพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง การให้เกียรติ และการพูดคุยหารือร่วมกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชงศาลปค.เบรก กกต.นำมติอนุฯ สั่งเป่าคดีฮั้วสว.
"สว.สำรอง" ยื่นศาลปกครองกลาง-สูงสุด สั่งระงับ กกต.นำมติอนุ กก.วินิจฉัยชุดที่ 36 มาพิจารณา
DSIแจงยังไม่จบ ที่ดินเขากระโดง อยู่ในปปช.-ศาล
"ดีเอสไอ" ร่อนเอกสารแจงพัลวันคดี "ที่ดินเขากระโดง" ยังไม่จบ
ญี่ปุ่นเมินทรัมป์ป้องฮอร์มุซ
สงครามตะวันออกกลางเดือดลากยาว “ศบก.” ประกาศเตรียมอพยพคนไทย 2 รอบ 17 และ 25 มี.ค. “สีหศักดิ์”
ทุบสถิติ‘อุ้มดีเซล’ ให้กองทุนชดเชย20.36บาท/ลิตร-ปั๊มแห่ติดป้าย‘รอการขนส่ง’
รัฐบาลเสี่ยหนูสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้านพลังงาน อุ้มน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อเนื่อง
ประธานสภาฯ นัดโหวตนายกฯ 19 มี.ค. หวังได้รัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ตนเตรียมออกระเบียบวาระประชุมสภาฯ เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค. เพราะอยากเห็นรัฐบาลได้มีอำนาจเต็มก่อนสงกรานต์ เพราะตอนนี้มีวิกฤติต่างๆ รุมเร้า หากมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
'โสภณ' มอง 'หมอวรงค์' ตลก เสนอยกเลิกอาหาร สส. ชี้ไม่ควรแอคชั่นแบบนี้
"โสภณ" ชี้ประธานสภาฯ-รองประสภาฯ คนละพรรค แต่สามัคคีกัน สร้างศรัทธาเป็นที่พึ่ง พร้อมเปิดเวทีให้สมาชิกถกอยากได้สภาฯเป็นแบบไหน หัวเราะก่อนบอก “ตลก” หลัง “หมอวรงค์” เสนอยกเลิกอาหารกลางวัน สส.

