"ดีเอสไอ" ร่อนเอกสารแจงพัลวันคดี "ที่ดินเขากระโดง" ยังไม่จบ อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.-ศาล ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เผยมีการฟ้องคดีในศาลรวมกว่า 18 คดี ยันพร้อมสนับสนุนภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย
เมื่่อวันที่ 16 มีนาคม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารข่าวระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ยุติการสืบสวนกรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น
ดีเอสไอขอชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ได้มีประชาชนจำนวนสองราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกล่าวหา เจ้าหน้าที่ของรัฐต่อดีเอสไอ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิของที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดแนวเขตร์สร้างทางรถไฟหลวงต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2464 ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐ อันเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งร้องขอให้ดีเอสไอดำเนินการเกี่ยวกับการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอโดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยมีการรวบรวมคำพิพากษา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง และมีการประสานข้อมูลไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) พบว่าเรื่องนี้มีการฟ้องคดีในศาล ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันกว่า 18 คดี
โดยในส่วนคดีแพ่ง ได้มีคำพิพากษาฎีกาและคดีถึงที่สุดหลายคดี ซึ่งนำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง และได้มีคำพิพากษาศาลปกครอง ให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ โดยกรมที่ดินได้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวและมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน ซึ่งมีปรากฏอยู่ในบริเวณดังกล่าว 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องคดีที่ศาลปกครองเป็นอีกคดีหนึ่ง
สำหรับประเด็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ได้มีการกล่าวหาคณะกรรมการตามมาตรา 61 ทั้งต่อดีเอสไอ และ ปปป.ตร. โดยสำนวนในส่วน ปปป.ตร.นั้น ได้มีการส่งไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 แล้ว สอดคล้องกับข้อมูลที่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อสาธารณะก่อนหน้านี้
ดังนั้น ดีเอสไอจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อรวมเรื่องดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอำนาจวินิจฉัย รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเป็นประการใด หรือประสงค์ให้ดีเอสไอช่วยดำเนินการในเรื่องใด ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ดีเอสไอยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ อีกทั้งเรื่องนี้ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลหลายคดี ดีเอสไอจึงส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีและรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน
ดังนั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีการยุติการดำเนินการในเรื่องเขากระโดงทั้งหมดตามที่สาธารณชนเข้าใจ แต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอเน้นย้ำและชี้แจงทำความเข้าใจต่อสาธารณชน ทั้งนี้ดีเอสไอมุ่งมั่นในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษฯ และหลักนิติธรรมทุกประการ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชงศาลปค.เบรก กกต.นำมติอนุฯ สั่งเป่าคดีฮั้วสว.
"สว.สำรอง" ยื่นศาลปกครองกลาง-สูงสุด สั่งระงับ กกต.นำมติอนุ กก.วินิจฉัยชุดที่ 36 มาพิจารณา
19มี.ค.สภาเลือกนายกฯ ได้รัฐบาลก่อนสงกรานต์
"โสภณ-มัลลิกา-เลิศศักดิ์" รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ
ญี่ปุ่นเมินทรัมป์ป้องฮอร์มุซ
สงครามตะวันออกกลางเดือดลากยาว “ศบก.” ประกาศเตรียมอพยพคนไทย 2 รอบ 17 และ 25 มี.ค. “สีหศักดิ์”
ทุบสถิติ‘อุ้มดีเซล’ ให้กองทุนชดเชย20.36บาท/ลิตร-ปั๊มแห่ติดป้าย‘รอการขนส่ง’
รัฐบาลเสี่ยหนูสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้านพลังงาน อุ้มน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อเนื่อง
'ดีเอสไอ' แจงพัลวัน! คดีเขากระโดงยังไม่ยุติ อำนาจวินิจฉัยอยู่ที่ ป.ป.ช.-ศาล
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกเอกสารข่าวตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษยุติการสืบสวน กรณีคดีที่ดินเขากระโดง จนทำให้เกิดความเข้าใจต่อสาธารณชนว่ากระบวนการในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว นั้น
โสภณยึดประธานสภา ‘มัลลิกา-เลิศศักดิ์’รอง
บุรีรัมย์กินรวบ! “โสภณ ซารัมย์” นั่งประธานสภาฯ ตามคาด ด้วยคะแนนเสียง 289 เสียง

