ฮึ่ม!จับโจรตุนน้ำมัน

“นายกฯ” เรียกทุกฝ่ายเกี่ยวข้องค้าน้ำมันถกที่รัฐสภา 19 มี.ค. หาตัวใครกักตุนจนปั๊มโกลาหล “พิพัฒน์” ลั่นต้องจับเท็จ จับแก้ผ้าดูทีละคนใครโกหกบอกน้ำมันเพียงพอแต่ซัพพลายเออร์ไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ข้องใจยังมีการส่งน้ำมันลงเรือขายต่างประเทศหรือไม่ “เอกนิติ” สั่งคลังรับมือวิกฤตพลังงานทุกมิติ วางแนวทางออก พ.ร.ก.กู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมัน-ลดภาษีสรรพสามิต ชงรัฐบาลใหม่พิจารณา “ศุภจี” ขยับเพิ่มบัญชีสินค้าควบคุม “พท.-ปชป.” ชงมาตรการช่วย ปชช. “ม็อบรถบรรทุก” ขยับปิดถนน

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 มี.ค.2569 เวลา 14.15 น. สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำโดยนายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำผู้ประกอบการเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ  รมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการประมง โดยมีอธิบดีกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย

เวลา 16.08 น. นายพิพัฒน์แถลงว่า ในวันที่ 19 มี.ค. เวลา13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุม ศบก.ที่รัฐสภา โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม และทางกลุ่มสมาคมการประมงฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย คาดว่าน่าจะมีทางออกให้กับหลายฝ่าย

ถามว่า สมาคมการประมงฯ ระบุหากราคาน้ำมันยังไม่ลดจะมีการจอดเรือ ที่ขณะนี้เริ่มดําเนินการแล้ว มาตรการที่ออกมาจะสามารถทำให้พวกเขากลับไปทำงานได้หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า  เขาจอดเรือ เขาไม่ได้ประท้วง การจอดเรือของสมาคมประมงฯ หมายความว่าเขาออกเรือไปแล้วเขาขาดทุน เขาก็ไม่สามารถที่จะออกได้ เวลานั้นเขาจึงยอมที่จะจอดเรือดีกว่า ตนจึงได้บอกกับพวกเขาว่ามีอะไรให้คุยกัน ดีกว่าจะมาประท้วง มันจะทําให้ชาวบ้านเดือดร้อน จนไม่อยากเห็นภาพการประท้วง มีอะไรก็ส่งตัวแทนมาหารือกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกที่ดี แต่ถ้ามัวแต่ประท้วงปิดถนน ปิดแม่น้ำ ปิดปากอ่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไม่รู้เรื่องรู้ราว

ซักว่า ที่แหลมฉบังสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยรวมตัวรถบรรทุกปิดถนน พร้อมเรียกร้องว่ามีการนำน้ำมันสต๊อกเก่าออกมาขายในราคาแพง จะชี้แจงอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า  น้ำมันสต๊อกเก่าที่นำมาขายในราคาปัจจุบัน ตนไม่ได้ตอบแทนโรงกลั่นหรือผู้ประกอบการ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าการสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้วันนี้ จะต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน เราพูดถึงแฟร์ทูแฟร์ เรามีกติกาของการค้าขาย กติกาการเทรดน้ำมัน ไม่ใช่เอาแต่ได้  ฉะนั้นขอฝากผู้ประกอบการ วันที่เขารับซื้อน้ำมันถูกเขามีกำไร ณ วันนี้ แต่วันหน้าเมื่อสงครามยุติเขาขาดทุนหรือไม่ ฉะนั้นต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่นและผู้ประกอบการ พวกเราคิดบวกลบคูณหารกันได้ทุกคน

เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันออกมาโวยถูกตัดโควตาน้ำมันลงไป 50% นายพิพัฒน์กล่าวว่า  เรื่องนี้นายกฯ ได้เชิญทุกฝ่ายมาประชุมในวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งจะเป็นการประชุมซัพพลายเชนทั้งหมดที่เกี่ยวกับพลังงาน นายกฯ เรียกมาทุกหน่วยงาน  ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ขนส่ง รวมถึงจ๊อบเบอร์ทั้งหลาย ทุกแผนก ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าขายน้ำมัน

ถก 19 มี.ค.หาคนกักตุนน้ำมัน

“เราจะมาแก้ผ้าดูกันทีละคนว่าใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่โกหก ในวันที่ 19 มี.ค.จะเป็นการจับเท็จให้ได้ว่าสิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่าน้ำมันมี น้ำมันไม่ได้ชอร์ต กระทรวงพลังงานบอกว่าไม่ได้ชอร์ต  ปตท.บอกว่าไม่ได้ชอร์ต แล้วทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์ถึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายขายส่งก็บอกไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้นใครเท็จก็เชื่อว่าในวันที่ 19 มี.ค. พวกเราคงได้รู้” นายพิพัฒน์กล่าว

ถามอีกว่า ประเด็นนี้ตัวท่านเองก็คาใจใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ก็ไม่สบายใจ และคิดไม่ออก เพราะตนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปรับน้ำมัน ตนไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว มีทั้งพีทีและยี่ห้ออื่น เราต้องการทำการเปรียบเทียบว่าในแต่ละบริษัทดูแลซัพพลายเออร์หรือแฟรนไชส์ดีอย่างไร ตนจะมีปั๊มน้ำมันแต่ละยี่ห้อ ซึ่งในแต่ละยี่ห้อนี้ในอดีต ขอยกตัวอย่าง ปั๊ม ก. ได้รับน้ำมันและขายได้อาจจะวันละ 1-1.5 หมื่นลิตรต่อวัน แต่วันนี้บางยี่ห้อขายให้ปั๊มตนแค่ 4-5 พันลิตรต่อวัน ซึ่งหายไป 1 หมื่นลิตร ต้องถามว่าน้ำมันส่วนนี้หายไปไหน ในเมื่อบอกว่าโรงกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด แล้วน้ำมันส่วนนี้มันล่องหนได้หรือ ฉะนั้นต้องมีคนโกหกอย่างน้อย 1 คน ในวันที่ 19 มี.ค.เป็นสิ่งที่นายกฯ เชิญผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนมาหารือกัน เพราะต้องการรู้ว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ตนก็อยากทราบ เพราะก็โดนนักข่าวถามทุกวันจนเริ่มที่จะตอบไม่ถูกแล้วเหมือนกันว่า จริงๆ แล้วข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ตนรู้อะไรมาก็บอกไปหมด             

ย้ำว่าเป็นเพราะขนส่งหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขนส่งเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ทั้งหมด ที่สำคัญคือ ณ หน้าคลังน้ำมันไม่มีน้ำมันกลั่นก็แสดงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าโรงกลั่นโกหก เพราะไม่มีน้ำมัน หรือกระทรวงพลังงานโกหก เพราะไม่มีน้ำมันในสต๊อก เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า วันนี้กระทรวงพลังงานประกาศเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ว่าเรามีสต๊อก 101 วัน แต่ขณะที่โรงกลั่นก็กลั่นมาเต็มกำลังการผลิต ไม่ได้ลดการกลั่นในแต่ละวัน เมื่อกลั่นเต็มทุกวันน้ำมันก็ต้องมีขาย ไม่มีขาดเลยสักวันเดียว เพราะวันนี้เรายังมีน้ำมันดิบพอที่จะเอามากลั่น ดังนั้นเมื่อมีน้ำมันพร้อม โรงกลั่นก็กลั่นออกมาพร้อม โรงกลั่นจ่ายน้ำมันให้กับผู้ซื้อตามปกติ ไม่มีการตัดบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แล้วพอออกจากโรงกลั่นน้ำมันไปแล้ว น้ำมันมันหายไปไหน

“ต้องถามว่าส่วนนี้มีใครนำน้ำมันส่งออกทางเรือไปขายประเทศอื่นหรือไม่ นี่ผมตั้งคำถามหลายครั้งแล้ว และผมก็ได้ถามไปทางกรมธุรกิจพลังงานเรียบร้อยว่า คุณได้งดการส่งออกแล้วหรือยัง นี่คือ ปัจจัยหนึ่งที่ผมยังไม่สบายใจว่า สุดท้ายคุณได้ห้ามการส่งออกทางเรือแล้วหรือยัง” นายพิพัฒน์ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ม็อบเรียกร้องให้ยุติเรื่องการตัดโควตาน้ำมัน ไม่เช่นนั้นจะยกระดับหยุดเดินรถ นายพิพัฒน์กล่าวว่า โควตาน้ำมันของใคร ที่ผ่านมาภาครัฐไม่เคยจำกัดโควตาขายน้ำมัน ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า อดีตคุณเคยซื้อน้ำมันอย่างไร วันนี้เมื่อออกจากโรงกลั่นตามปกติ ขอถามว่าถ้าจำกัดแล้วจะเอาแท็งก์ที่ไหนไปเก็บ อย่างไรก็ไม่มีที่เก็บ ในเมื่อกลั่นน้ำมันออกมาทุกๆ วัน ที่เก็บไม่มีแน่นอน เพราะมันโปร่ง เพราะฉะนั้นมันต้องมีการกลั่น เมื่อขายออกมันต้องมีการใช้ ยืนยันรัฐบาลไม่เคยจำกัดโควตา ฉะนั้นคนที่จำกัดโควตาคือใคร คือผู้ค้าใช่หรือไม่ จากบริษัทแม่ลงไปสู่แฟรนไชส์ของตัวเอง จากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันในต่างจังหวัดใช่หรือไม่ สิ่งที่นายกฯ อยากรู้ในวันที่ 19 มี.ค. คือใครคือผู้ที่ซ่อนความจริงเอาไว้

เมื่อถามย้ำว่า สงสัยหรือไม่ว่าโรงกลั่นอาจจะกักน้ำมันเอาไว้ รอให้ราคาขึ้นสูงกว่านี้ทำให้มีราคาเพิ่มขึ้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ก็ต้องถามว่าโรงกลั่นมีที่เก็บหรือไม่ กลั่นมาทุกวันมันไม่มีที่เก็บ เพราะฉะนั้นโรงกลั่นไม่มีสิทธิ์ที่จะกักเหมือนกัน และเชื่อว่าไม่มีใครที่สามารถกักได้ ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มกำลังผลิตเหมือนที่ประกาศออกมา ถ้าตนบอกว่ามีกำลังกลั่นวันหนึ่ง 3 แสนบาร์เรล แต่วันนี้แท็งก์ตนยังมีพื้นที่ว่างสำหรับน้ำมันดิบ ก็อาจจะกลั่นแค่ 2 แสนบาร์เรล แต่ประกาศว่า 3 แสนบาร์เรล นั่นแสดงว่าเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าพรุ่งนี้ราคาน้ำมันดิบอาจจะร่วงลงมา วันหนึ่ง 20-30 ลิตรใครจะรู้ ฉะนั้นตนยังมีความมั่นใจว่าไม่มีใครอยากเสี่ยงในการกักตุนที่มองไม่เห็นอนาคต ซึ่งอนาคตไม่มีใครรู้มันจะสู้รบกันอีกกี่วัน หรือคืนนี้อาจจะประกาศยุติการรบแล้วก็ได้

ซักว่ามีไอ้โม่งที่ได้ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังการปั่นราคาน้ำมันใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตลาดกลางเป็นผู้ประกาศ ไม่ใช่ประเทศไทย เราจะประกาศราคาน้ำมันตลาดโลกได้อย่างไร มันไม่ใช่ ต้องไปถามประเทศที่ทำสงครามว่าใครได้ประโยชน์ แต่ไม่ใช่ประเทศไทยแน่นอน เพราะประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้วันละ 7 หมื่นบาร์เรลเท่านั้น

พอถามว่าที่ตั้งข้อสังเกตคือการลักลอบทางเรือนำน้ำมันไปขายต่างประเทศใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า อันนี้ตนสันนิษฐาน มันมีทางที่ออกไปได้ทางเดียวคือทางเรือ ไม่อย่างนั้นถึงอย่างไรประเทศไทยเราไม่มีที่เก็บแน่นอน

คลังเล็ง พรก.กู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมัน

นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ยืนยันว่า ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด อาทิ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ประกอบการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ซึ่งได้รับการยืนยันยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแต่อย่างใด เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารจะต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทาง เรื่อง การกำหนดอัตราค่าโดยสารเรือเดินประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และต้องพิจารณาตามโครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสำคัญ

ด้าน ศบก. แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย น.ส.พัชรี จงรักษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน แถลงถึงมาตรการประหยัดพลังงานว่า ขอความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจ รวมไปถึงประชาชนทั่วไปในการประหยัดพลังงาน และกระทรวงพลังงานได้ดำเนินโครงการประหยัดพลังงานพลัส ยกกำลัง 2 ที่ผ่านมาเรามีมาตรการสำคัญได้ขอความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ที่เป็นกลุ่มใช้พลังงานค่อนข้างสูง อาจจะมีการกำหนดเวลาเปิด-ปิดเครื่องจักรที่จำเป็นต้องใช้พลังงานสูง มีการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ประกอบการ รวมถึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการจัดทำแผนประหยัดพลังงานในรอบ 1-3 เดือน โดยเราจะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้นายอำเภอทั้ง 878 อำเภอ สำรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่ที่รับผิดชอบให้ครอบคลุมทุกแห่ง และรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 7 วันที่ผ่านมา โดยรวบรวมและรายงานกระทรวงมหาดไทยทราบโดยเร่งด่วนภายในวันเดียวกันนี้  เวลา 20.00 น. ครอบคลุม 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ปริมาณน้ำมันที่ได้รับ เปรียบเทียบกับภาวะปกติ ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด พร้อมระบุเหตุผล 2.ระบุชื่อสถานีบริการน้ำมันและสถานที่ตั้งอย่างชัดเจน 3.ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงจำนวนเท่าใด และ 4.พบปัญหาหรืออุปสรรคในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ และได้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร

 “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ในภาพรวม” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวถึงปัญหาด้านพลังงานว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเตรียมความพร้อมไว้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง ค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งแนวทางเรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อที่เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว จะได้สามารถนำเรื่องเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาดำเนินการได้ทันที เพราะการเป็นรัฐบาลรักษาการยังไม่สามารถดำเนินการในส่วนนี้ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดตามมาตรา 169 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ

"สิ่งที่เราทำคือได้เตรียมการว่าถ้ากองทุนน้ำมันถึงขีดจำกัดหนึ่ง เราคงต้องใช้ในเรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมันเข้ามา แต่วันนี้เรายังไม่สามารถลดภาษีสรรพสามิตได้ เพราะมีข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ที่ไม่สามารถลดภาษีได้ ณ วันนี้ แต่ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเตรียมพร้อมสำหรับเครื่องมือในการดูแลประชาชนในส่วนนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทั้งกระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ไปร่วมหารือกันว่า ในวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่ทุกประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตเช่นเดียวกันนี้ สิ่งที่จะต้องทำคือ การเตรียมมาตรการเฉพาะกลุ่ม เพื่อดูแลทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน” นายเอกนิติกล่าว

พณ.ทบทวนสินค้าควบคุมเพิ่ม

ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกโดยใช้กลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาทบทวนรายการสินค้าควบคุมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน หรือประชาพิจารณ์ เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าที่จำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุมในช่วงวิกฤต จากปัจจุบันที่มีรายการอยู่ในบัญชีทั้งหมด 59 รายการ ซึ่งเบื้องต้นจะใช้เวลาในการทำประชาพิจารณ์ 15 วัน และหลังจากนั้นจะมีการเสนอเข้าที่ประชุม กกร.อนุมัติต่อไป

 “ยังได้หารือกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ในการจัดทำสินค้าราคาพิเศษกระจายไปยังผู้ค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด และเตรียมจัดธงฟ้า จำหน่ายสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และจัดธงเขียว ลดราคาปุ๋ยเคมีและปัจจัยการเกษตร เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนให้กับเกษตรกร” นางศุภจีกล่าว

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุม สส.มีการสะท้อนวิกฤตเรื่องพลังงานจากปัญหาการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยพื้นที่การเกษตรปลูกอ้อยต้องใช้น้ำมันในการเติมน้ำมันรถขนส่งซึ่งปั๊มน้ำมันขาดแคลน และราคาน้ำมันสูงขึ้นทำให้มีความเดือดร้อนมาก

นายยศชนันแถลงว่า ได้พูดคุยกับ สส.บัญชีรายชื่อให้ลงพื้นที่ไปในเขตที่ไม่มี สส.ของพรรค เพื่อเร่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและให้เห็นหน้างาน ซึ่งเราจะนำตรงนี้มาประมวลผล และส่งให้กับทางรัฐบาลถึงแนวทางการแก้ปัญหาเบื้องต้น ซึ่งรัฐบาลจะสามารถใช้กลไกภาครัฐดูแลตรงนี้ให้ชัดเจน

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงแนวทางของพรรคในการเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันและสถานการณ์พลังงานว่า พรรคอยากนำเสนอมาตรการเร่งด่วนที่สุดคือ ให้ 2 ภาคส่วนมาช่วยแบ่งเบาภาระ นั่นคือรัฐบาล ที่ปัจจุบันยังเก็บภาษีสรรพสามิตลิตรละ 6 บาท หากมีการยกเว้นภาษีตรงนี้ก็จะแบ่งเบาภาระให้ประชาชน และส่วนที่ 2  คือการให้โรงกลั่นนำส่งเงินจากค่าการกลั่นที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท โดยนำส่งเป็นเงินอุดหนุนให้กองทุนน้ำมันลิตรละ 3 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ และทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันมีเงินเพียงพอที่จะบริหารจัดการโดยไม่เป็นอันตรายต่อสถานะของกองทุนในอนาคต ซึ่งมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถช่วยดูแลราคาน้ำมันได้จนถึงช่วงสงกรานต์

 “หากมีโอกาสได้พบกับนายกรัฐมนตรี ก็จะพูดคุยในข้อเสนอดังกล่าว รวมถึงยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล โดยใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรภายหลังมีการเปิดประชุมสภาฯ ด้วย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายสิงห์ชัย เรืองขจร ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง นำกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เรื่องมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ส่วนนายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมเครือข่ายผู้ประกอบการรถบรรทุก 13 สมาคม รวมตัวบริเวณถนนสุขุมวิท ใกล้ทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ในนามสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง