ศาลแขวงปทุมวันพิพากษาคดีโกงอีสปอร์ตซีเกมส์ คุก 6 เดือนไม่รอลงอาญา "โตเกียวเกิร์ล-Cheerio" ก่อนลดโทษเหลือ 3 เดือน ทั้งคู่สารภาพชั้นสอบสวน-คุมประพฤติ เปลี่ยนโทษเป็นกักขัง 3 เดือน พร้อมให้ประกันตัวในชั้นอุทธรณ์
ที่ศาลแขวงปทุมวัน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ณภัทร วราสินธ์ หรือ Tokyogurl อายุ 29 ปี อดีตนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย และนายไชยโย หรือ Cheerio อายุ 23 ปี เกมเมอร์ชื่อดัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน “ร่วมกันล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนำไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน” ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและได้รับการประกันตัว
ศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 และ 2 แบ่งงานกันทำ โดยจำเลยที่ 1 ติดตั้งดิสคอร์ดลงในโทรศัพท์มือถือที่ฝ่ายจัดการแข่งจัดเตรียมไว้ให้ โดยไม่อนุญาตให้ติดตั้งแอปพลิเคชันอื่น จากนั้นจำเลยที่ 1 ใช้วิธีการบางอย่างที่ไม่ทราบแน่ชัดส่งข้อมูลให้จำเลยที่ 2 จากนั้นจำเลยที่ 2 ติดตั้งแอปพลิเคชันเดียวกันลงในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ จากนั้นได้เข้าใช้ระบบการแชร์หน้าจอมายังโทรศัพท์มือถือของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นการเข้าถึงโดยมิชอบ และไม่ได้มีไว้สำหรับบุคคลอื่น เป็นการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีการพรางตัว และล่วงรู้มาตรการคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
จำเลยที่ 1 และ 2 หลอกลวงให้คนอื่นเชื่อว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เข้าแข่งขันด้วยตนเอง การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรม แต่ทางอัยการทำสำนวนคดีรวมเป็น 1 กรรม โดยจำเลยทั้ง 2 รับสารภาพชั้นสอบสวน
ศาลจึงมีคำสั่งให้สืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสอง และพิจารณาแล้ว จึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5, 6, 7 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 7 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 เดือน พิเคราะห์รายงานสืบเสาะและพินิจของจำเลยทั้งสองแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทุจริตในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกนักกีฬา มาตรฐานการแข่งขันในระดับนานาชาติ ทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของนักกีฬาอีสปอร์ตหญิงไทยและประเทศชาติเสียหาย พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำเลยทั้งสอง แต่เห็นสมควรให้ใช้การกักขังแทนโทษจำคุก จึงอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 3 เดือน เป็นกักขังจำเลยทั้งสองคนละ 3 เดือนแทน
ต่อมาจำเลยทั้ง 2 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์ 24,000 บาท
ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์จำเลยทั้งสอง ตีราคาประกัน 24,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยสำหรับโทษกักขังจะมีความแตกต่างจากโทษจำคุก โดยการจำคุกจะถูกนำตัวเข้าไปรับโทษภายในเรือนจำ แต่โทษกักขังคือโทษทางอาญาที่เบากว่าโทษจำคุก โดยศาลจะสั่งให้กักขังผู้กระทำความผิดไว้ในสถานที่กักขังที่ระบุไว้ตามกฎหมาย เช่น สถานีตำรวจ สถานกักขังกลาง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้แทนโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือกักขังแทนค่าปรับเพื่อฟื้นฟูผู้กระทำความผิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราเชนขอลาบวช 1 เดือน พี่ศรี-เรืองไกรขยี้ ‘สุริยะ’
อธิบดีกรมฝนหลวงฯ เตรียมยื่นลาบวช 1 เดือน ขอยุติทุกเรื่องหลังครอบครัวบอบช้ำหนัก “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดยื่น กกต.-ป.ป.ช.ฟัน “สุริยะ” แอ๊ด คาราบาว โผล่เขียนเพลงให้กำลังใจราเชน
2ล้นเกล้าฯเสร็จสิ้น ‘พระราชกรณียกิจ’ เสด็จฯเยือนสวีเดน
“ในหลวง-พระราชินี” ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ทรงร่วมพิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าในพระราชพิธี 80 พรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
คดีแม้วพ่นพิษ!ปปช.ฟันสุภา
กสม.เผยผลตรวจสอบคุกวีไอพี ชี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน “ทักษิณ” เตรียมเฮได้ปลดกำไลอีเอ็มระหว่างคุมประพฤติ
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
ทัพเรือรับสภาพ เลื่อนกรอบเวลา ช็อป‘เรือฟริเกต’
กองทัพปรับโฉมทีมโฆษก หวังสื่อสารต่อประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็วและโปร่งใส “ทร.” รับต้องเลื่อนจัดหาเรือฟริเกต แต่ไม่กระทบความมั่นคง “ทัพฟ้า” ย้ำแผนเสริมเขี้ยวเล็บเป็นไปตามไทม์ไลน์

