‘อนุทิน’นายกฯเฟส2 สภาฯโหวตฉลุย293เสียง ‘ปชน-ปชป.’ขยี้จริยธรรม

สภาเลือก "นายกฯ" เดือด! "โรม" ซัด        "หนู" โยงวิกฤตน้ำมัน-เลือกตั้งสกปรก-ปมฮั้ว สว.น้ำเงิน "เด็ก ภท." แท็กทีมประท้วงวุ่น "มาร์ค" ก็ข้องใจคดีฮั้ว สว. ก่อนผลโหวต "อนุทิน" ได้ 293 เสียง  นั่งนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 "งูเห่าอุดรฯ สีส้ม" โผล่สวนมติพรรค "ปชป.-กธ.-หมอวรงค์" งดออกเสียง "หนู" ขอบคุณทุกเสียงหนุน ยันทำงานเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ-ปชช.สูงสุด "เท้ง" เชื่องูส้มเลื้อยหวังทำลายความเชื่อมั่นพรรค "พท." เผยส่งรายชื่อโควตา รมต.ทั้งหมดถึงมือ หน.ภูมิใจไทยแล้ว

ที่รัฐสภา วันที่ 19 มีนาคม 2569 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 นัดแรก มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในเวลา 10.00 น. โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาเลือกให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี  ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159             

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มประชุมสภาฯ นัดแรก เวลา 08.30 น. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย  โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงเปิดตัวร่วมรัฐบาลกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำโดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ซึ่งมี 2 เสียง

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า ยินดีที่ได้มาร่วมงานและร่วมรัฐบาลกัน รวมทั้งมีความยินดีที่จะโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งนโยบายของพรรค รทสช.และพรรค ภท.มีหลายเรื่องที่สอดคล้องกัน จึงยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง

ถามว่า ได้คุยเรื่องตำแหน่งใน ครม.หรือไม่  นายอรรถวิชช์กล่าวว่า มีการพูดคุยเฉพาะในเรื่องเนื้อหางาน ส่วนตำแหน่งต่างๆ ไม่ได้มีการพูดคุย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีพรรค ภท.เป็นแกนนำ ได้นัดประชุมหัวหน้าพรรคและ สส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 16 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ  พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรคเพื่อชาติไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ  พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ ที่ห้องประชุม CB406 อาคารรัฐสภา

ต่อมานายอนุทินนำหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลแถลงข่าว โดยนายอนุทินกล่าวว่า ขอบพระคุณหัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหาร และสมาชิกทุกพรรคการเมือง ที่ให้ความเชื่อมั่น ให้ความร่วมมือในการสนับสนุนตนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ รวมถึงขอบคุณผู้ประสานงานจากทุกพรรคการเมือง ที่ทำให้เจตนารมณ์ของทุกคนได้บรรจบกันด้วยความสามัคคี

กระทั่งเวลา 10.00 น. เริ่มการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 นัดแรก มีนายโสภณ ซารัมย์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน ก่อนเข้าสู่วาระเลือกนายกฯ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์   เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ที่ประชุมรับทราบ

เดือด 'โรม' ซัดคุณสมบัติ 'หนู'

จากนั้นให้นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. กล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ โดยมี สส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 499 คน

ต่อมานายโสภณชี้แจงขั้นตอนโหวตนายกฯ ให้ที่ประชุมรับทราบว่าจะใช้วิธีลงคะแนนแบบเปิดเผย โดยขานชื่อ สส.ตามหมายเลขประจำตัว และให้ออกเสียงลงคะแนนรายบุคคล โดยมติเห็นชอบนายกฯ ต้องมีคะแนนให้ความเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ทั้งหมด หรือ 251 คะแนนขึ้นไป

เมื่อเข้าสู่วาระการประชุมโหวตเลือกนายกฯ  นายไชยชนกเสนอชื่อนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี มีผู้แสดงตนรับรองถูกต้อง ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี มีผู้แสดงตนรับรองถูกต้อง

นายรังสิมันต์ ในฐานะตัวแทนพรรค ปชน. ลุกขึ้นอภิปรายว่า เวลาเราจะพูดถึงคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นนายกฯ ตนคิดว่าพฤติกรรมในอดีต ช่วงเวลาที่ผ่านมาล้วนเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าสุดท้ายนายอนุทินมีความเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีจริงหรือ

 “ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการให้ข้อมูลกับสภาแห่งนี้ผ่านสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างวิกฤตเรื่องน้ำมัน ซึ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการในปัจจุบัน มันเป็นตัวสะท้อนที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าวันนี้การบริหารบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ระบุว่า เราทุกคนรู้ว่าปัญหาเรื่องน้ำมันเถื่อนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฝังรากลึกมาช้านาน ในอดีตเราอาจพบว่าโดยมากมีการนำเข้าน้ำมันอย่างผิดกฎหมาย เพื่อมาใช้ขายต่อในประเทศ โดยจังหวะนี้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรค ภท.ลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้อยู่ในประเด็นวันนี้ ทำให้นายโสภณกล่าวว่า เราได้มีการพูดคุยกันก่อนหน้าแล้วว่าบางเรื่องอาจจะพูดได้ แต่ไม่ให้ข้ามไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นขอให้นายรังสิมันต์เข้าใจประเด็นนี้ นายรังสิมันต์จึงกล่าวต่อว่า ท่านลองเปิดรัฐธรรมนูญดู มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

"สิ่งที่ผมอยากจะกล่าวคือปัญหานี้มันเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ผมกำลังกังขาในความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน ท่านแถลงออกมาตลอดเวลาว่าน้ำมันพอ ต้นทางมีพอ แล้วมันหายไปไหน ถ้าไม่ใช่การทำนโยบายเชิงทุจริตแบบที่ผ่านมา"  นายรังสิมันต์ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายรังสิมันต์อภิปราย ทางนายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ได้ลุกขึ้นประท้วง ทำให้นายโสภณต้องขอให้นายรังสิมันต์พูดประเด็นเรื่องซื่อสัตย์สุจริตพอแล้ว อย่างไรก็ตามนายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เรื่องที่สอง เราผ่านการเลือกตั้งมา นี่คือการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยนายอนุทินเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งนี้จัดได้อย่างไม่สุจริต ทำให้นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ประท้วงอีกครั้ง และนายโสภณปรามว่าการเลือกตั้งสกปรกเป็นการกล่าวที่ไม่เหมาะสม จะกล่าวด้วยความรู้สึกของท่าน คนอื่นอาจจะมองต่าง คงไม่ต้องถอน แต่คงไม่ให้กล่าวคำนี้อีก และขอให้บันทึกไว้ว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เหมาะสม

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า เรื่องที่สามคือเรื่องฮั้ว สว. ที่เขาว่ากันว่าเป็น สว.สีน้ำเงิน ตกลงแล้วนายอนุทินซึ่งก็เป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ด้วย มันยังไม่ชัดเจนหรือว่านายอนุทินเป็นผู้ที่มีข้อครหาเรื่องความซื่อสัตย์มากที่สุด นายสนองจึงประท้วงอีกครั้งว่า ตอนนี้เป็นการสรรหาบุคคลที่เป็นนายกฯ คดีต่างๆ มีการเข้าดำเนินการอยู่แล้ว หน้าที่ใครหน้าที่มัน ถ้าตนพูดถึงคดีของคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม อยู่ในศาลแล้ว 44 สส. ทำให้นายโสภณต้องเบรกอีกรอบ

ปชป.ชี้ฮั้ว สว.ขัดจริยธรรม

หลังจากที่นายรังสิมันต์อภิปรายจบ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ขอใช้สิทธิ์หารือว่า คำพูดหลายคำส่อไปในทางผิดข้อบังคับ คือการใส่ร้าย ฉะนั้นประธานได้โปรดพิจารณาประเด็นเหล่านี้อย่างเข้มข้น ไม่เช่นนั้นแล้วนายอนุทินก็ถูกกล่าวหาเกินความจำเป็น วาจาถ้อยคำหลายถ้อยคำเป็นการใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จด้วย

เวลา 11.00 น. นายจุลพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรค พท. อภิปรายว่า ญัตติวันนี้เป็นการเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งนายกฯ พรรค พท.ได้ประชุม สส.ทั้ง 74 คน เรามีมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีการครอบงำหรือชี้นำใดๆ เป็นการลงมติของสมาชิกเอง โดยเอกสิทธิ์ของตน โดยมีมติเห็นชอบนายอนุทินเป็นนายกฯ

"แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ภาระหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐที่จะเกิดขึ้นไม่ได้แตกต่างกัน หากมีอะไรที่ผิดพลาด เป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน แน่นอนว่าทั้ง 74 สส.พรรค พท.ไม่อยู่นิ่งเฉย" นายจุลพันธ์กล่าว

เวลา 11.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ต้องอ้างอิงข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 16 ที่ระบุว่า สมาชิก และกรรมาธิการ (กมธ.) ต้องให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติของกฎหมาย โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย

"สิ่งสำคัญที่ต้องบอกว่าทำไมวันนี้พรรค ปชป.จึงไม่สามารถให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อนายอนุทินได้ ประเด็นหลักคือเรื่องคดีฮั้ว สว. เพราะเรื่องนี้ร้ายแรงที่สามารถทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง เพราะถ้า สว.ไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองตกอยู่ภายใต้อิทธิพลอาณัติของพรรคการเมืองนักการเมืองแล้ว สว.ซึ่งมีหน้าที่ในการสรรหาองค์กรอิสระจะทำให้องค์กรอิสระนั้นขาดความเป็นกลาง จึงไม่สามารถเห็นชอบให้บุคคลที่มีสถานะในปัจจุบันมีคดีค้างอยู่เช่นนี้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้" นายอภิสิทธิ์กล่าว

หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า คงมีคำถามต่อว่า ทำไมตนจึงไม่สนับสนุนนายณัฐพงษ์ ต้องชี้แจงว่าด้วยหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกัน เมื่อท่านได้ตกเป็นผู้ที่ ป.ป.ช.ชี้มูล เรื่องส่งเข้าสู่ศาลและอาจต้องทำให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เราก็มีความเห็นว่าไม่สามารถสนับสนุนท่านได้เช่นกัน

"น่าเสียดายสองพรรคการเมืองที่เสนอชื่อบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวันนี้ ความจริงท่านมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีปัญหา คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เราจึงจำเป็นต้องงดออกเสียง" นายอภิสิทธิ์ระบุ

เวลา 11.30 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ตนของดออกเสียง สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่แค่ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นผู้นำปราบทุจริต อาทิ การตัดงบอาหารเลี้ยง สส.ให้ไปซื้อกินเอง ไม่เอาภาษีประชาชนไปกินอาหารฟรี

ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ไม่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีคดีฮั้ว สว. และระหว่างเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ไม่ดำเนินคดีเพิกถอนสิทธิที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์

293 เสียงโหวตอนุทินนายกฯ

เวลา 11.50 น. นายณัฐพงษ์ผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อภิปรายว่า สิ่งที่สมาชิกพรรค ปชน.เสนอชื่อตนเป็นนายกฯ แข่ง ไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด พรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้พวกเรายึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกันว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราจะต้องทำ ในระบบการเมืองระบบรัฐสภา ที่ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ไม่ว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

ต่อมา 12.00 น. นายอนุทินลุกอภิปรายว่า  พร้อมที่จะรับคำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปปฏิบัติหากตนมีโอกาสได้ทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราและต่อพี่น้องประชาชน

"ผมจะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้ จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง" นายอนุทินกล่าว

จากนั้นเวลา 12.20 น. หลังจาก สส.อภิปรายครบถ้วนแล้ว จึงเริ่มขั้นตอนโหวตนายกฯ โดยขานชื่อ สส.เรียงคนตามตัวอักษร ใช้เวลาขานคะแนน 1 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้นการลงมติ ระหว่างรอการประกาศคะแนน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายรังสิมันต์พยายามให้นายโสภณยืนยันหลังญัตติโหวตนายกฯ เสร็จสิ้นแล้ว ขอให้พิจารณาญัตติด่วนการหารือปัญหาพลังงานเรื่องน้ำมันแพง แต่นายโสภณไม่ให้คำตอบยืนยัน

ต่อมานายโสภณได้ประกาศผลคะแนนโหวตนายกฯ ว่า นายอนุทินได้คะแนนเห็นชอบ 293 คะแนน นายณัฐพงษ์ได้ 119 คะแนน และงดออกเสียง 86 เสียง โดยนายโสภณแจ้งต่อที่ประชุมว่า  นายอนุทินได้คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง ที่ประชุมจึงมีมติแต่งตั้งนายอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนสั่งปิดประชุมในเวลา 13.23 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวน 293 เสียงที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ มีเสียงงูเห่า 1 เสียง จากพรรค ปชน. คือ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี พรรค ปชน. ร่วมโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ด้วย โดยผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ พรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบนายอนุทินเป็นนายกฯ ยกเว้นนายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย แม้จะเป็นเสียงฝ่ายรัฐบาล แต่โหวตงดออกเสียง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านมีเพียงพรรค ปชน.และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เท่านั้นที่โหวตสนับสนุนนายณัฐพงษ์ พรรคฝ่ายค้านอื่นอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยภักดี โหวตงดออกเสียง รวมถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ 2 ต่างลงมติงดออกเสียงเช่นกัน ขณะที่พรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 เสียง แม้จะไม่ถูกเชิญร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ สส.ทั้ง 6 คนต่างโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ 

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ขอบคุณ สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ได้ให้ข้อคิดและแสดงท่าทีของตัวเองอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า มี สส.พรรค ปชน.เป็นงูเห่าโหวตให้ 1 เสียง เกิดขึ้นได้อย่างไร นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามนี้ เดินเข้าห้องประชุมเพื่อเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.

เท้งซัดงูเห่าหวังทำลาย ปชน.

ส่วนนายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่อง สส.รายนั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป็นการลงมติที่สวนกับมติของพรรค ส่วนตัวมองว่าการโหวตสวนในครั้งนี้มีผลประโยชน์อื่น และไม่ใช่การกระทำจากฝ่ายค้านแน่นอน เราต้องไปตั้งคําถามกับผู้ที่ทำว่าอยากเห็นระบบการเมืองแบบนี้ใช่หรือไม่ ส่วนตัวไม่เห็นความจําเป็นใดๆ ในตอนนี้ ในสถานการณ์การเมืองที่รัฐบาลเองมีเสถียรภาพ นอกเหนือจากเป้าหมายในการพยายามมุ่งทําลายล้างความเชื่อมั่นของพวกเรา

 “ยืนยันพรรค ปชน.เราคงไม่ได้เสียสมาธิ และพร้อมดําเนินการเรื่องนี้ภายในอย่างเต็มที่ ในเรื่องการดําเนินการตามวินัยเช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต” นายณัฐพงษ์กล่าว

หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่หากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง อาจจะเป็นการกล่าวหาเพื่อนร่วมพรรค ซึ่งตอนนี้ปรากฏแล้วว่าเป็นความจริง การสืบสวนข้อเท็จจริงการดําเนินการทางวินัยจะมีการดําเนินการภายใน และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง

ถามว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นความบกพร่องของกระบวนการสรรหาผู้สมัครหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องตั้งคําถามกับคนที่ซื้องูเห่ามากกว่า โดยเฉพาะเรื่องกลไกกฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ถ้าระบบการเมืองดีไม่เปิดช่องให้แบบนี้การเมืองคงดีขึ้น ประชาชนคงไม่อยากเห็น สส.ที่เลือกมาถูกซื้อ ถือเป็นการทําลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน

"วันนี้ผลโหวตนายกฯ เป็นสิ่งยืนยันว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล คือใคร เราอาจเข้าใจมันในอดีต แต่ผลโหวตวันนี้ช่วยยืนยันมากยิ่งขึ้นว่าตกลงใครอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะทําให้เกิดความชัดเจน คือฝ่ายค้านเป็นฝ่ายค้านจริง ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นคือภายหลังมี ครม.เข้ามาทํางาน มีการใช้กลไกกรรมาธิการ (กมธ.) รวมถึงการอภิปรายทั่วไปหรือไม่ไว้วางใจจะเป็นตัวตัดสินว่าตกลงคุณเป็นฝ่ายค้านจริงหรือไม่ แม้คุณไม่ได้โหวตสวนหรือโหวตสนับสนุน แต่อาจจะรับประโยชน์ในเบื้องหลัง แต่ไม่ได้ตรวจสอบรัฐบาลเลย ผมก็คิดว่าไม่ได้เรียกว่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน" นายณัฐพงษ์กล่าว

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรค พท. กล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรค ภท.ในการจัดตั้งรัฐบาลว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเข้าไปพูดคุยกัน โดยเป็นนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น

ถามว่า ในด้านการเมืองจะสามารถให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนันกล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน

ส่วนนายจุลพันธ์ กล่าวถึงการนัดหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกฯ ว่า ได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค พท. นายจุลพันธ์กล่าวว่า ได้ส่งไปหมดแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกฟ้องนปช.คดีฆ่า‘ร่มเกล้า’

ยืน 3 ศาลยกฟ้องแนวร่วม นปช.ไม่ผิดคดีฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า เหตุจำเลย 1 กับ 3 ถูกฟ้องซ้อนคดีก่อการร้ายไปเเล้ว ส่วนจำเลยที่ 2

ปชน. ซัด 'โสภณ' ไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ รีบปิดประชุมสภาฯ หนีอภิปรายวิกฤตน้ำมัน

ปชน. ซัด "โสภณ" ไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ พร้อมจับตา ศบก. สอยคนทำผิดกักตุนน้ำมัน หากจับไม่ได้ ทำลายความเชื่อมั่นปชช.ตั้งแต่วันแรก

พิธีกรดัง ดึงสติ 'ประธานสภา' พูดเยิ่นเย้อ ไม่เข้าประเด็น แล้วจะควบคุมการอภิปรายได้อย่างไร

"ปู" จิตกร บุษบา สื่อมวลชนและพิธีกรชื่อดัง แสดงความคิดเห็นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ มีความตั้งใจสะท้อนปัญหา เพื่อนำไปสู่การแก้ไข มิใช่เพื่อการตำหนิ เอาความสะใจ หรือเพราะจงเกลียดจงชังใดๆ