พิธีกรดัง ดึงสติ 'ประธานสภา' พูดเยิ่นเย้อ ไม่เข้าประเด็น แล้วจะควบคุมการอภิปรายได้อย่างไร

19 มีนาคม 2569 - "ปู" จิตกร บุษบา สื่อมวลชนและพิธีกรชื่อดัง แสดงความคิดเห็นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ มีความตั้งใจสะท้อนปัญหา เพื่อนำไปสู่การแก้ไข มิใช่เพื่อการตำหนิ เอาความสะใจ หรือเพราะจงเกลียดจงชังใดๆ

คุณโสภณ ซารัมย์ เป็นคนพูดจาเยิ่นเย้อ พูดมาก แต่ได้ความน้อย ไม่เข้าประเด็น อันเป็นผลจากการขาดความสามารถในการจับประเด็น หรือจับใจความ อาจเพราะไม่มีนิสัยฟังใคร จึงฟังแล้วไม่ได้ความ

เมื่อฟังแล้ว ไม่ได้ยินใจความ การจะควบคุมการอภิปรายในสภาจะเป็นอย่างไร การควบคุมประเด็น ว่าเป็นไปตามระเบียบ สาระ กติกา จะออกมาในรูปใด

ทางแก้ คือ คุณโสภณต้องฟังให้มาก ฟังแล้วจับใจความ ปิดเสียงในหัว ของตัวเองให้เงียบสนิท เพราะหน้าที่ของประธาน คือ การเอื้ออำนวยให้เกิดการอภิปราย ปรึกษาหารือ หรือซักฟอก ให้อยู่ในประเด็น ใช้เวลาของสภาให้คุ้มค่าและมีคุณค่าให้มากที่สุด หากประธาน #เยิ่นเย้อ เสียเอง แถมจับประเด็นไม่แม่นไม่มั่น การทำหน้าที่ประธานจะออกมาแบบไหน

ส่วนเรื่อง mindset คือ รากของทัศนคติ ว่าท่านมองคน มองโลก ในแบบใด เราเห็นได้จากคำว่าตลก และหิวแสง ที่ท่านกล่าวถึง นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม

สองคำนี้เป็นเสียงในหัว ที่ไม่ควรหลุดออกมาจากปาก เพราะมันฟ้องว่า mindset ของท่าน ยังเป็นแค่นายโสภณ ซารัมย์ แห่งพรรคภูมิใจไทย ยังไปไม่ถึง mindset ของการเป็น #ประธานสภา ซึ่งคือ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ต่อให้สมาชิกจะตลก ทะลึ่ง หาซีน หิวแสง สักปานใด หน้าที่ของประธานคือ ชักนำไปสู่ความปกติ พอดี ถูกต้องตามกาลเทศะ โดยใช้ #ระเบียบ หรือกฎเกณฑ์ เป็นเครื่องมือ

ดังนั้น แทนที่จะกล่าวว่า ตลก คำที่ควรจะกล่าวคือ "ท่านเสนอผิดวาระครับ" จากนั้น ให้บอกช่องทางการนำเสนอที่ถูกต้อง เพื่อแสดงเจตจำนงว่า ประธานพร้อมจะเอื้ออำนวยให้สมาชิกสภาทุกคน ได้ถกเถียง แลกเปลี่ยน อภิปราย และหาข้อสรุปไปด้วยกันได้ในทุกๆ เรื่อง เพราะสภามีไว้เพื่อการนั้น แต่สภาก็มีขั้นตอน กติกา และกาลเทศะ ซึ่งประธานมีหน้าที่ควบคุม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ประธานสภา อยู่ในสถานะที่ต้องไม่มีความเห็นร่วมหรือความเห็นแย้ง จึงมีธรรมเนียมของการ #งดออกเสียง หรือไม่ร่วมลงมติ

ประธานต้องจิตว่าง และไม่ปากไวใจเร็ว

mindset ของประธานสภา จึงควรมีแค่เพียงว่า จะเอื้ออำนวย จะใช้กลไกของสภา นำประเด็นปัญหาไปสู่ข้อยุติด้วยวิธีใดเท่านั้น

ไม่มีคำว่า ตลก หรือ หิวแสง

มีแค่คำว่ายังไม่อยู่ในวาระการพิจารณา หรือไม่เป็นไปคามข้อบังคับ ข้อใด ...เท่านั้นครับ

ประธานมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้ราบรื่น เรียบร้อย น้อยเท่าน้อย ที่จะต้องโต้วาที กับสมาชิกสภา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โสภณ' ร่อนจดหมายเปิดผนึก โต้ข้อครหาเผด็จการคุม กมธ. ยันทำตามกฎหมาย ไม่ได้อุ้มฝ่ายบริหาร

"โสภณ" ร่อนจดหมายเปิดผนึก ชี้แจงแนวทางการทำงานของ กมธ. ยัน ยึดหลักนิติรัฐ ไม่จำกัดอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหาร

'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค

โฆษกรัฐบาลโต้ 'ระบอบน้ำเงินกินรวบ' ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง

ฟาด 'โสภณ' เมินส่งตัวแทนร่วมเวที APA ปล่อยเขมรพูดฝ่ายเดียว

'ภัณฑิล' เหน็บ 'โสภณ' สนใจแต่เรื่องหยุมหยิม 'ยืนเคารพธงชาติ-เต้นแอโรบิก' ไม่ยอมส่งตัวแทนร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย ปล่อยกัมพูชาแจงเรื่องพระวิหารฝ่ายเดียว จี้รับผิดชอบผลการกระทำ

'ธนพร' หนุน 'โสภณ' จัดระเบียบกรรมาธิการ ชี้ไม่ใช่ปิดปากฝ่ายค้าน แต่ทุกพรรคต้องอยู่ใต้กติกาเดียวกัน

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักรัฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนายโสภณ ซารัม ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดแนวปฏิบัติในการทำงานของคณะกรรมาธิการ ภายหลังเกิดข้อทักท้วงเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน ว่า เป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานของสภา ไม่ใช่การปิดปากฝ่ายค้านตามที่มีการกล่าวอ้าง

ประชุมสภาวุ่น! สส.ปชน. ขอนับองค์ประชุม หลังถกเดือดปมอำนาจประธาน กมธ. สุดท้ายครบ 297 เสียง

สส.ปชน. ตีรวนสภาฯ ลุกขอนับองค์ประชุม หลังโต้ประเด็นอำนาจประธานกมธ. ด้าน “ปกรณ์วุฒิ” เห็นเสียงพอ บอกให้ประชุมต่อเพราะบรรยากาศไปได้ด้วยดี ช่วยๆกันดีกว่า ท่ามกลางเสียงโห่สั่นห้องประชุม ขณะที่”มัลลิกา” เตือนไม่ว่าพรรคไหนต้องเตรียมพร้อม ถ้ามั่นใจก็ไม่ต้องกลัว สุดท้าย 297 เสียง ครบองค์ประชุม

เลขาธิการสภาฯ งัดหลักเกณฑ์ปี 62 ยุคประธานชวน จัดระเบียบ กมธ. ไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง 5 ข้อสำคัญเพื่อสยบดราม่า ยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการจำกัดอำนาจหรือลิดรอนสิทธิ์ของประธาน กมธ. แต่เป็นการอธิบายบทบัญญัติกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่เดิม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ โดยระบุว่าการเรียกบุคคลหรือเอกสารใดๆ มาให้ข้อมูล ต้องกระทำโดย “มติของคณะกรรมาธิการ” เท่านั้น ประธาน กมธ. ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกตามอำเภอใจหรือใช้อารมณ์ส่วนตัวเพียงลำพังได้ รวมถึงมีการจัดระเบียบไม่ให้ กมธ. หลายคณะพิจารณาศึกษาเรื่องที่ซ้ำซ้อนกัน เพื่อลดภาระของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องมาชี้แจงซ้ำซ้อนในสัปดาห์เดียวกัน