
"นายกฯ" นั่งหัวโต๊ะ ศบก. ไล่บี้ทุกหน่วย สรุปไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ไร้ไอ้โม่ง ชี้ ปชช.วิตกกังวลแห่เติมกักตุนเอง ยอดใช้ปกติจาก 67 ล้านลิตร พุ่งเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน เร่งอัดน้ำมันเข้าระบบเพิ่ม คาด 1-2 สัปดาห์กลับสู่ภาวะปกติ ถามลาวแล้วปัดส่งน้ำมันไปกัมพูชา "พิพัฒน์" ชี้เป็นไปไม่ได้ 4 ปั๊มสงขลาต้องปิด ปตท. เสริมเรือน้ำมันส่งใต้ “รมว.พลังงาน” การันตีกองทุนฯ ยังอุดหนุนไหว "ปชน." รุมถล่ม "โสภณ" ชิงปิดสภาหนีญัตติด่วน
ที่รัฐสภา วันที่ 19 มีนาคม เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 6/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงยุติธรรม, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงภาคเอกชน ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันขายส่ง (จ๊อบเบอร์) เข้าร่วม
จากนั้นเวลา 17.56 น. นายกฯ แถลงภายหลังการประชุมว่า ได้เชิญส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งราชการและเอกชนมาร่วมประชุมกับ ศบก. เพื่อติดตามปัญหาในการปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน สรุปผลการประชุมที่สำคัญได้ดังนี้ 1.จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมันและราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน จ๊อบเบอร์ การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน พบว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตเราผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน
และมีการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมมาในประเทศอย่างต่อเนื่อง หลายโรงกลั่นได้มีการจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่งเพื่อให้มีความเพียงพอต่อการกลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ ทั้งนี้ จะประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน และมีโรงกลั่นที่พร้อมขายน้ำมันให้ ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ และกระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันให้รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่าย ราคาที่จัดจำหน่าย ให้กรมธุรกิจพลังงานรับทราบเพื่อได้ดูแลจัดสรรปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่ายให้แก่ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม
ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ภายในวันที่ 19 มี.ค. เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในการจัดส่งไปยังสถานีบริการทั่วประเทศให้มีความปลอดภัยสูงสุด ปัจจุบันเรื่องของการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปได้รับการยืนยันมาว่าไทยยังคงส่งออกไปเพียงที่ สปป.ลาวและเมียนมา โดยปริมาณการส่งออกของน้ำมันไปที่ลาวเฉลี่ยอยู่ที่ 5.29 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงถึง 25% จากที่เคยได้ดำเนินการมาก่อนและส่งไปที่เมียนมาอยู่ที่ 3 แสนลิตรต่อวัน ลดลง 20% จากที่เคยเป็นมามาก่อน
ปชช.กังวลเหตุน้ำมันหมดปั๊ม
2.เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเริ่มพิจารณามาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การผ่อนปรนการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ การเร่งผลิตพลังงานชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่าย การพิจารณาเงินชดเชยให้กลุ่มต่างๆ ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบกลับสู่สภาวะปกติ จ๊อบเบอร์กลับมาดำเนินได้ตามปกติเพิ่มศักยภาพขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ราคาที่เหมาะสม
"สิ่งที่อยากเรียนพี่น้องประชาชน ขอให้มีความมั่นใจเราประชุมหลายครั้งแล้ว สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องให้การยืนยันข้อมูลทั้งทางเอกสาร ทั้งทางวาจา ทั้งทางประสบการณ์ที่ท่านเหล่านี้มีอยู่ ขอยืนยันประเทศไทยเรายังไม่ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมัน วันนี้ได้เรียกประชุมกันอีกครั้ง มีทั้งวงเล็กวงใหญ่วงภายใน ได้รับทราบเป็นที่ชัดเจนว่าเราสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิต ดังก่อนวันที่ 1 มี.ค. ก่อนมีการสู้รบในตะวันออกกลาง ดังนั้นน้ำมันยังไม่ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองยังคงรักษาได้อยู่ที่ 100 วัน" นายอนุทินระบุ
ฉะนั้นในทุกวันไทยยังสามารถสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ถึงแม้จะมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง สามารถใช้เครือข่ายต่างๆ ของเรา ปตท.ไม่ใช่บริษัทเล็ก และโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ที่อยู่ในไทยอยู่มานานแล้ว มีเครือข่ายในการสั่งน้ำมันดิบเข้ามาโดยที่ไม่ได้มีปัญหา เราเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลแต่ละวันที่ 67 ล้านลิตร กำลังการผลิตอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลังเกิดเหตุสงครามด้วยความวิตกกังวลของประชาชน ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้เกินกำลังการผลิต เป็นเหตุให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่
"รัฐบาล ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการผลิต ภาคการขนส่ง ภาคการจัดจำหน่าย เราร่วมมืออย่างเต็มที่ในการบริหารสถานการณ์ให้มีน้ำมันให้กับประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องขอความร่วมมือจากประชาชน จำนวนน้ำมันที่หายไป ถ้าหายไปมากกว่าการผลิต มันไม่ได้หายไปเพราะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศหรือหายไปเพราะเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม หรือไปส่งเสริมภาคการผลิตอื่นไม่มีเลย ทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติ แต่หายไปเพราะเกิดจากความกังวลของพี่น้องประชาชนมีการมาเติมเพิ่มขึ้น มีการนำไปเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลน เกิดดีมานด์การใช้จ่ายในปริมาณมากขึ้น หากประชาชนให้ความร่วมมือกลับมาใช้ในสภาวะปกติ น้ำมันที่เรามีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไปมันมีพออยู่แล้ว ก็ขอความร่วมมือตามการใช้ ซึ่งจะเหมาะสมกับการผลิต" นายกฯ ระบุ
นายอนุทินกล่าวว่า เป้าหมายที่ประชุมวันนี้ขอให้กลับไปในสภาวะที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มี.ค. ขอให้มีกำลังผลิตที่เพียงพอที่จะใช้ต่อวัน ซึ่งคงจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ เราจะฟีดน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบเพื่อล้างรีเซตให้ปริมาณน้ำมันมีมากเพียงพอ ทำให้การใช้น้ำมันของประชาชนเข้ามาเหมาะสมกับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถผลิตได้ ซึ่งเป็นวิธีการที่รัฐบาลจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. เป็นต้น
เมื่อถามว่า ในการประชุมได้มีการย้อนหรือไม่ว่าใครทำให้เกิดน้ำมันไม่พอในช่วง 7 วันที่ผ่านมา นายอนุทินกล่าวว่า น้ำมันไม่เคยไม่พอ ถ้าไม่ได้วงรอบเขาไม่เอาไปเติม ซึ่งรัฐบาลจะไม่ให้เกิดการขาดแคลน เรื่องราคาเป็นไปตามกลไก พอสถานการณ์สู้รบสงบลงจะปรับลง ปล่อยเป็นตามกลไกตลาด พอถามว่าใครเป็นคนทำให้น้ำมันขาดแคลนมันตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ขาด
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อคลายความกังวลที่ได้รับข่าวสารว่าประเทศไทยแอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สาม การส่งผ่านประเทศลาวไปประเทศกัมพูชา ยืนยันว่าไม่มี หลายคนบอกแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลาวไม่ขายออกไปยังกัมพูชา ตนเพิ่งไปลาวมา ได้ถามผู้บริหารระดับสูงว่ามีเหตุการณ์นี้หรือไม่ ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าไม่มี ขณะนี้เราส่งน้ำมันจากไทยไป 2 ประเทศเท่านั้น เพราะมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์เพื่อแสวงหาความร่วมมือร่วมกันในอนาคต เพราะเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าและก๊าซป้อนมาที่ไทย
ก่อนหน้านี้ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่า ไม่มีไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน แต่ประชาชนมีความกังวลแล้วมากักตุนน้ำมัน จากเดิมที่เคยใช้ปริมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเจ้าของธุรกิจปั๊มน้ำมัน 4 แห่งใน จ.สงขลา ระบุว่าเซลล์จะส่งน้ำมันอีกครั้งในวันที่ 1 เม.ย. จึงทำให้ประสบปัญหาไม่มีน้ำมัน จำเป็นต้องปิด 4 แห่งนั้น ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ยืนยันว่า ไม่มี การที่ประชาชนใช้น้ำมากกว่าปกติ ทำให้น้ำมันออกจากปั๊มเร็ว สามารถรอรอบขนส่งได้ และจะมีน้ำมันล็อตใหม่มาเติม น่าจะเป็นการรอรอบ ไม่น่าจะนานถึงวันที่ 1 เม.ย. น่าจะวันรุ่งขึ้นมากกว่า ที่ภาคใต้เรานำเรือเข้าไปเสริมอย่างเต็มที่ จึงเป็นเรื่องการขาดแคลนการขนส่ง
สั่งผู้ค้าอัดสต๊อกเพิ่ม
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ได้ถามผู้สื่อข่าวว่า สามารถบอกได้หรือไม่ว่าเป็นปั๊มยี่ห้ออะไร ทั้งนี้หากเป็นปั๊มบางจากไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเท่าที่ทราบขายส่งของบางจากปัจจุบันยังให้จ่ายน้ำมันให้อยู่ แต่หากเป็นยี่ห้ออื่นตนไม่ทราบว่าผู้ประกอบการรายดังกล่าวเป็นผู้ประกอบการตัวจริงหรือไม่ จึงขอตรวจสอบก่อน เพราะวันนี้ผู้หวังดีเยอะ ผู้ที่ไม่หวังดีน่าจะมีเยอะกว่า
ส่วนจ๊อบเบอร์ที่จะไปซื้อน้ำมันบริเวณหน้าโรงกลั่นจะต้องมีการอุดหนุนให้กับจ๊อบเบอร์เหล่านั้นหรือไม่นั้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า น้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นไปยังผู้ค้าทุกลิตร ถ้ามีการจำหน่ายเสียภาษีสรรพสามิตด้วยระบบการขายในประเทศ กองทุนอุดหนุนทุกลิตร ส่วนเรื่องการกระจายไปยังจ๊อบเบอร์ ลูกค้าแต่ละประเภทมีลักษณะการขายที่แตกต่างกัน
ม.ล.ปีกทองกล่าวเสริมว่า ทาง OR ขายจ๊อบเบอร์ประมาณ 3.5 หมื่นลิตรต่อวัน ซึ่งถ้าเป็นขายในสภาวะปกติสามารถดูแลได้อยู่แล้ว
เมื่อถามถึงข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงานระบุมีปั๊มน้ำมันปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากน้ำมันหมด 241 แห่ง ซึ่งเป็นการสำรวจระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค. จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ปั๊มน้ำมันต้องแยกออกเป็น 2 ประเภท คือแบรนด์ที่มีบริษัทแม่ดูแล กับปั๊มที่ไม่มีบริษัทแม่ดูแล เป็นแบรนด์ของตัวเอง ในส่วนนั้นเชื่อว่าไม่มีใครสามารถดูแลได้ ยกเว้นในสถานีบริการเหล่านั้นซื้อน้ำมันจากจ๊อบเบอร์ และหลังจากนี้ทาง OR และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ และจ๊อบเบอร์นำไปขายให้สถานีบริการเหล่านั้น เขาไม่สามารถเปิดต่อได้ เพราะไม่มีบริษัทแม่คอยสนับสนุน ในเวลาปกติปั๊มเหล่านี้จะซื้อน้ำมันจากจ๊อบเบอร์ในราคาที่ถูกกว่าทั่วไปที่ไม่มีแบรนด์ เป็นการบริหารตามกลไกตลาด ต้องบริหารรับความเสี่ยงเอง เมื่อถึงเวลาวิกฤตอย่างนี้ไม่รู้จะให้ใครมาช่วยดูแล
นายพิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลขอความร่วมมือจากผู้ค้าให้ช่วยนำสต๊อกที่เป็นน้ำมันกลั่นแล้วซึ่งชอร์ตอยู่ ภายใน 1 สัปดาห์นี้จะมีการอัดสต๊อกเติมเข้าไป เพื่อให้ทุกปั๊มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ไม่ว่าจะเป็นเบนซินหรือดีเซล ระบบขนส่งจะเข้าสู่สภาวะปกติได้ด้วย
นายอรรถพลกล่าวถึงสถานะกองทุนน้ำมันยังสามารถอุดหนุนราคาได้จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ว่า ยืนยันว่ายังสามารถอุดหนุนได้ สถานะคือมีการไหลออก 2 พันล้านบาท ซึ่งกองทุนมีเงินสดอยู่ในมือ 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่รอบในการจ่ายชดเชยไม่ได้จ่ายให้กับผู้ค้าทุกวัน ซึ่งผู้ค้าเองแบ่งเบาไปส่วนหนึ่ง เพราะรอบการจ่ายเป็นเดือน รอบเดือนนี้จะไปจ่ายเดือนหน้า ฉะนั้นยอดจ่ายในเดือน มี.ค. มีหน่วยเป็นร้อยล้านเอง ซึ่งจ่ายจริงเป็นช่วงเดือนกลาง เม.ย.ไปแล้ว ถึงตอนนั้นได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
จวกปิดสภาหนีญัตติ
ในช่วงเช้าก่อนการประชุมสภาฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ สส.บัญชีรายชื่อ เปิดเผยว่า จะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในที่ประชุมสภาฯ เพื่อหาทางออกเรื่องวิกฤตพลังงาน ซึ่งรัฐบาลยังให้คำตอบไม่ชัดว่าตกลงแล้วน้ำมันหายไปไหน ใครที่เป็นคนกักตุน สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา คือการเปิดเผยข้อมูลให้มีความโปร่งใส
ต่อมาช่วงบ่าย นายณัฐพงษ์แถลงกรณีประธานสภาฯ ปิดการประชุมก่อนที่จะมีการเสนอญัตติด่วนการหารือปัญหาพลังงานเรื่องน้ำมันแพงว่า เป็นที่น่าเสียดายตั้งแต่เมื่อเช้าได้มีการหารือกันทั้งกลไกหลังบ้านและในที่ประชุมสภาฯ พบว่าหลายภาคส่วนได้มีการตอบรับที่จะมีการเสนอญัตติในเรื่องของการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมัน ซึ่งก่อนที่จะปิดการประชุมมีเพื่อนสมาชิก นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นหารือในที่ประชุม ซึ่งประธานสภาฯ รับปากว่าอยากให้จบวาระในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน และหลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้สมาชิกมีการหารือกันในเรื่องนี้ แต่เมื่อประกาศผลรายชื่อนายกฯ เสร็จประธานได้ปิดการประชุมทันที ซึ่งรัฐบาลปิดประชุมหนีการตรวจสอบหรือไม่ อย่างที่เราตั้งคำถามว่าวิกฤตพลังงานตอนนี้มีส่วนพัวพันกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าไม่ได้อยู่เคียงข้างประชาชน น่าผิดหวังและแปลกใจกับการทำงานวันแรกของการมีนายกรัฐมนตรีในสภาชุดนี้ นายรังสิมันต์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังปิดการประชุมได้ถามกับนายโสภณว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องมีการปิดประชุมเร็วขนาดนี้ โดยนายโสภณตอบกลับมาว่าวันนี้บรรยากาศไม่ดี จึงมองว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี ในเรื่องของการที่พูดแล้วไม่ทำ ถ้าประธานยังไม่รักษาสัจจะ ที่มีการรับปากไม่ใช่แค่กับตน แต่ประชาชนดูอยู่ เป็นห่วงจริงๆ ว่าวิกฤตที่เรากำลังรับมืออยู่ จะน่ากังวลยิ่งขึ้น.