ศาลสั่ง "เหมืองทองอัครา" ชดใช้ค่าเสื่อมสุขภาพและจิตใจ เยียวยาสูงสุดรายละกว่า 2 เเสนบาท ให้ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์ 386 ชีวิต ที่ได้รับผลกระทบ 20 ปี มีโลหะหนักในร่างกาย สารปนเปื้อนลงน้ำสาธารณะและฝุ่นในอากาศ พร้อมให้จำเลยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้วย
ที่ห้องพิจารณาคดี 310 ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 24 มีนาคม เวลา 09.00 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว 2/2559 ที่ น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวกรวม 4 คน ตัวแทนชาวบ้าน จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี เป็นจำเลย เรื่องละเมิด ขอค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างอื่น กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส มานาน 20 ปี โดยมีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 50 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า มีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อเก็บกักกากแร่ที่ 1 จากทางทิศใต้ออกไปสู่ที่ราบผ่านไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้พบโลหะหนักอยู่ในตามลำคลอง และทำให้ประชาชนมีสารโลหะหนักในร่างกาย และได้รับผลกระทบจากฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดเหมืองแร่ และได้รับผลกระทบจากเสียงในการทำเหมืองแร่ของจำเลย จึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มจำนวน 382 ราย
พิพากษาให้จำเลยชดใช้ ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยสำหรับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีลงมา ให้รายละ 200,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี รายละ 100,000 บาท อายุ 15 ปีลงมา แต่มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 100,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 50,000 บาท ค่าเสื่อมสภาพจิตใจได้รับความหวาดกลัววิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ ได้รับการชดใช้รายละ 20,000 บาท ส่วนที่ไม่เกินเกณฑ์ ให้ได้รับรายละ 10,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลรายละ 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มและอาหารเมื่อไม่สามารถอุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ในการใช้แหล่งน้ำและวิถีชีวิตถูกทำลาย ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท
รวมศาลจึงพิพากษาให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม และต้องแก้ไขฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่ประทานบัตรการทำเหมืองแร่ของจำเลย เป็นค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยที่ได้รับทุกขเวทนาด้านร่างกายและจิตใจ ค่าเสื่อมสภาพด้านจิตใจ ความหวาดกลัวและหวั่นวิตกจากการเกิดโรค ค่ารักษาพยาบาลและค่าพาหนะ ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องนับถัดจากวันฟ้องเป็นเวลา 10 ปี ค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพในครัวเรือนและค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแหล่งน้ำและวิถีชีวิตเกษตรกรรมถูกทำลาย กับกำหนดให้จำเลยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินมาตรการแก้ไขและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม เป็นเงิน 40 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
ทั้งนี้ หากปรากฏว่าโจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มคนใดเกิดความเจ็บป่วยที่ต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน และต้องรักษาอาการหลังจากวันฟ้องจะต้องรักษาต่อเนื่องกันไปอีก จึงสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาอีกภายในระยะเวลา ไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ กำหนดให้จำเลยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองสาธารณะโดยรอบให้ปราศจากสารปนเปื้อน ให้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนคำขออื่นให้ยก
ตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลมองเห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก ถึงแม้ว่าจำนวนเงินค่าเยียวยาจะยังไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบมานานกว่า 10 ปี
ด้านนายสมชาย อามีน ทนายความของโจทก์ เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม โดยมีสมาชิกที่ฟ้องร้อง 382 คน แต่ในคำตัดสินวันนี้ศาลแพ่งยังกำหนดให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่ได้อยู่ในสมาชิกที่ยื่นฟ้องร้อง สามารถนำเอกสารใบรับรองแพทย์ หรือหลักฐานยื่นเรียกร้องค่าเสียหายต่อกรมบังคับคดีได้ด้วยเช่นกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลทุจริตภ.4ไร้อำนาจ รับคดีกกต.ปมบาร์โค้ด
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 4 ชี้ไม่มีอำนาจวินิจฉัยคดี กกต.ปม QR Code
ส่งซิกรบรอบ3/สว.ชงฉีกMOU43
"อนุทิน" สยบข่าวเปิดศึกไทย-กัมพูชา รอบ 3 บอก “ไม่มีอะไรน่ากังวล”
รอเช็กครม.ใหม่ เร่งร่างนโยบาย
นายกฯ ร่วมพิธีบวงสรวง “ตราแผ่นดิน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
ปล่อยดีเซลลอยตัว เลิกเพดาน33บาท/ฝ่ายค้านลับมีดกระชากไอ้โม่งตุนน้ำมัน
“อนุทิน” รับฝืนกลไกตลาดไม่ได้ ลั่นรัฐบาลงัดทุกมาตรการเพื่อให้น้ำมันกลับไปก่อนเกิดสงคราม 28 ก.พ.แล้ว
ศาลแพ่ง สั่ง 'เหมืองทองอัครา' เยียวยาชดใช้ชาวบ้าน 382 ราย ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ-จิตใจ
ศาลเเพ่ง สั่ง บมจ.อัครา รีซอร์สเซ จ่ายสูงสุดรายละ 2 เเสนกว่าบาท ให้ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์ เกือบ 400 ชีวิตที่ได้รับผลกระทบมีโลหะหนักในร่างกาย จากการทำเหมืองแร่ เกิดสารปนเปื้อนลงในน้ำสาธารณะและฝุ่นในอากาศ
กกพ.เคาะค่าไฟ เพิ่มขึ้น7สตางค์ หน่วยละ3.95บ.
กกพ.จ่อพิจารณาค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.เพิ่มเติม เปิดแนวทางดูแลภาระหนี้

