ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 4 ชี้ไม่มีอำนาจวินิจฉัยคดี กกต.ปม QR Code ระบุเป็นอำนาจศาลฎีกานักการเมือง ให้ส่ง ปธ.ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาด ให้รอการพิจารณา นัดฟังคำสั่งอีกครั้ง 7 ก.ค. ศาลอาญาคดีทุจริตสั่ง "หมอวาโย" แก้ฟ้องคดีฟ้อง กกต.ปมบาร์โค้ด นัดฟังคำสั่งใหม่ 24 มิ.ย. เจ้าตัวมองเป็นนิมิตหมายที่ดีแม้ถูกแก้คำฟ้อง ต้องรอดูอีกฝ่ายว่าจะชี้แจงอย่างไร
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบภาค 4 ศาลนัดฟังคำสั่งในคดีที่ นายวีระศักดิ์ สายทอง ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 10 ขอนแก่น พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอนแก่นใสสะอาด ได้ยื่นฟ้องนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวก รวม 8 คน ในข้อหาหรือฐานความผิดต่อหน้าที่ราชการ กฎหมายการเลือกตั้ง สส. และ กกต.
กรณีการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา บัตรเลือกตั้งมีการติด QR Code ทำให้เกิดความสงสัยกับประชาชนทั่วประเทศ เพราะบัตรเลือกตั้งจะต้องเป็นความลับ แต่กลับมี QR Code ซึ่งขัดกับกฎหมายเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งต้องเป็นความลับเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการนำ QR Code มาใช้ติดบัตรเลือกตั้งมาก่อน เเละจะทำให้รู้ข้อมูลของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนว่าได้ให้คะแนนกับผู้สมัคร สส.ชื่ออะไร พรรคไหน และอาจจะเป็นอันตรายกับคนที่รับเงินมาแล้วไม่ได้เลือกให้กับเบอร์ที่รับเงิน เเละในประเด็นที่ กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ที่มีการใช้ QR Code ในบัตรลงคะแนน ในฐานะที่เป็นผู้ได้เสียกับการเลือกตั้ง
นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันนี้ ทนายโจทก์ทั้งสองมาศาล ตรวจฟ้องแล้วสรุปว่า เมื่อโจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยที่ 1-7 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่ปรากฏตามฟ้องว่า จำเลยที่ 1-7 เป็น กกต. ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หมวดองค์กรอิสระ
ส่วนที่ 2 กกต.จึงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 3 “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ มาตรา 3 แต่เป็น “เจ้าพนักงานของรัฐ” ไม่ถือเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา3 “คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ”
อันจะอยู่ในอำนาจของศาลนี้ที่จะพิจารณาพิพากษาตามมาตรา 7 แต่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ มาตรา 10 ศาลนี้จึงไม่มีอำนาจรับฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 1-7 ไว้พิจารณาพิพากษาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 จึงเป็นกรณีตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ มาตรา 10 (3) ที่ทำให้ศาลนี้ไม่มีอำนาจรับฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 8 ไว้พิจารณาพิพากษาเช่นกัน
เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิด ย่อมสามารถลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้น ไม่อาจลงโทษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ได้ กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่ จึงมีคำสั่งให้เสนอปัญหาต่อประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ มาตรา 11 และรอการพิจารณาไว้ก่อน กรณีไม่แน่ว่าประธานศาลอุทธรณ์จะมีคำวินิจฉัยเมื่อใด จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว และให้ยกคดีขึ้นพิจารณาเมื่อประธานศาลอุทธรณ์ส่งคำวินิจฉัยกลับมา
โดยในชั้นนี้เห็นควรนัดฟังคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์และคำสั่งชั้นตรวจฟ้องของศาลนี้ ในวันที่ 7 ก.ค.2569 เวลา 09.00 น.
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ เข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับ กกต.ทั้ง 7 คน รวมถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
ภายหลังศาลมีคำสั่งให้พรรคประชาชนแก้ไขคำฟ้อง ก่อนให้ฝั่ง กกต.ออกเอกสารชี้แจงภายในวันที่ 24 เมษายน และนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องใหม่วันที่ 24 มิถุนายน
นพ.วาโยกล่าวว่า ศาลสั่งให้โจทก์ทั้ง 4 แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเล็กน้อย และในประเด็นเจตนาพิเศษต่างๆ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ มีจุดที่น่าสนใจตรงที่ศาลสั่งให้ กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นด้วยภายในวันที่ 24 เมษายน ในการเกี่ยวกับจัดการเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคำว่าลับหมายความว่าอย่างไร เรื่องหลักเกณฑ์การใช้คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งว่ามาจากกฎหมายมาตราใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง กกต.อาศัยอำนาจตามกฎหมายใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง เหตุใดจึงนำสัญลักษณ์ดังกล่าวลงในบัตร
"ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ดีกว่ามาวันนี้แล้วยกคำร้องเลย นอกจากนี้ศาลก็ได้บอกว่าให้แก้ไขให้รัดกุมมากขึ้น และหากมีข้อบังคับหรือประกาศอะไรที่เป็นกฎหมายระดับรอง ถ้าอยากจะส่งเพิ่มเติม ก็สามารถส่งได้อีก รวมถึงสอบถาม กกต.ให้ชี้แจงใน 3 ประเด็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนหลายคนอยากทราบ" นพ.วาโยระบุ
เมื่อถามว่า คาดหวังกับ กกต.หรือไม่ว่าจะตอบในทิศทางใด นพ.วาโยกล่าวว่า ถ้าจะอ้างตามความถูกต้อง กฎหมายเวลาจะตีความมันเป็นตัวหนังสือ มีการบันทึกเจตนารมณ์ไว้ในสภาแล้วว่า คำว่าลับหมายความว่าอย่างไร ส่วนของตนคิดว่าได้อ้างอิงไปถูกต้องแล้ว ต้องรอดูฝ่าย กกต.จะอ้างอิงจากที่ไหน อาจจะอ้างอิงจากบางท่านที่มีความเห็นแย้ง ในวันที่ 24 เมษายนนี้ก็จะได้เห็นกันว่าจะชี้แจงอย่างไร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สั่งอัคราชดใช้ 386ชาวบ้าน ผจญพิษ20ปี
ศาลสั่ง "เหมืองทองอัครา" ชดใช้ค่าเสื่อมสุขภาพและจิตใจ เยียวยาสูงสุดรายละกว่า 2 เเสนบาท
ส่งซิกรบรอบ3/สว.ชงฉีกMOU43
"อนุทิน" สยบข่าวเปิดศึกไทย-กัมพูชา รอบ 3 บอก “ไม่มีอะไรน่ากังวล”
รอเช็กครม.ใหม่ เร่งร่างนโยบาย
นายกฯ ร่วมพิธีบวงสรวง “ตราแผ่นดิน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
ปล่อยดีเซลลอยตัว เลิกเพดาน33บาท/ฝ่ายค้านลับมีดกระชากไอ้โม่งตุนน้ำมัน
“อนุทิน” รับฝืนกลไกตลาดไม่ได้ ลั่นรัฐบาลงัดทุกมาตรการเพื่อให้น้ำมันกลับไปก่อนเกิดสงคราม 28 ก.พ.แล้ว
กกพ.เคาะค่าไฟ เพิ่มขึ้น7สตางค์ หน่วยละ3.95บ.
กกพ.จ่อพิจารณาค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.เพิ่มเติม เปิดแนวทางดูแลภาระหนี้
ห้ามปรับราคา! ล็อก71รายการ สต๊อกพอ2เดือน
พณ.ขยับง้างกฎเหล็กคุม 59 สินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ

