
นายกฯ เปิดงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ยกมือไหว้ขออภัยและขอโทษประชาชนที่ตัดสินใจ 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมัน ยอมรับสงครามไม่จบเร็ว แต่ยันไม่ชอร์ตหน้าปั๊มแล้ว มีให้ ปชช.ใช้ได้ถึงสงกรานต์และตลอดทั้งปี ขออย่าตื่นตระหนก สัปดาห์หน้าได้รัฐบาลชุดใหม่พร้อมทำงาน “เอกนิติ” ย้ำใช้ภาษี ปชช.ดูแลคนทุกกลุ่ม ใช้กลไกทั้งหมด ชะลอผลกระทบให้ได้มากที่สุด
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” เพื่อร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ หลังผ่าน 1 เดือนของวิกฤตตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพทั่วโลก
โดยมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจเข้าร่วมด้วย ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมถึงได้มีการเชิญสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจเข้าร่วมในงาน
โดยนายกฯ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตนได้เรียนเชิญคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกท่านให้มาพบปะกับพี่น้องประชาชน และยังมีผู้บริหารของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่พร้อมจะให้คำชี้แจงเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดและคลายความสงสัยให้กับพี่น้องประชาชน สำหรับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางในตอนนี้ 1 เดือนแล้ว ทุกประเทศในโลกนี้ก็ประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงานกันแทบทุกประเทศ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก หลายประเทศมีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน และทุกประเทศก็ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศได้ร่วมกันประหยัดพลังงาน จนถึงตอนนี้ก็ถือว่าสถานการณ์ยังมีความทรงตัวอยู่ มีความพยายามริเริ่มการเจรจาระหว่างประเทศคู่ขัดแย้ง แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณที่เป็นบวกอย่างชัดเจน
หมายความว่าทั้งโลกก็ยังคงจะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ เพื่อสามารถที่จะยืนระยะให้ได้ ประชาชนได้รับการขอความร่วมมือ ปรับวิถีชีวิตพร้อมกับการที่เราจะต้องมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะยืดเยื้อยาวนาน และรัฐบาลจะต้องมีการปรับแนวทางในการบริหารตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันเช่นกัน
"ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ผมต้องขออภัยและขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน เราตัดสินใจใน 15 วันแรกที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน ให้ประชาชนได้มีการปรับตัว แน่นอนตอนแรกที่เกิดเหตุการณ์ จากการติดตามข่าวเราก็คิดว่าการสู้รบเช่นนี้เป็นการสู้รบที่ไม่ยาวนาน แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ดูแล้วน่าจะไม่จบเร็ว รัฐบาลจะต้องดำเนินการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา"
ไม่มีคำว่าขอดูงานก่อน
นายอนุทินกล่าวว่า ซึ่งในส่วนของแนวทางการรับมือ ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถ ซึ่งล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศใช้เวลาและความพยายามในการเจรจากับประเทศอิหร่าน จนในที่สุดก็สามารถทำให้ประเทศอิหร่านอนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้ก็จะทำให้ความกังวลในเรื่องของน้ำมันดิบลงได้ เราสามารถสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นว่าในเรื่องของระบบการขนส่งก็จะไม่มีปัญหาอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อตอนต้นเดือน มี.ค.
นายกฯ กล่าวด้วยว่า สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลชุดตน รัฐบาลหนู 1 หรือรัฐบาลอนุทิน 1 เพราะตนได้รับรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้มีการส่งตรวจสอบคุณสมบัติว่ามีข้อห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากที่ตรวจสอบกันมาก็มีปัญหาบางคน แต่วันนี้ไม่มีแล้ว เมื่อไม่มีแล้ววันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ จะประชุมสรุปกับหน่วยงาน เพื่อให้ยืนยันว่าคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมีความครบถ้วนแล้ว ตนก็จะเร่งดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในเวลาอันควร หากขั้นตอนตามกฎหมายไม่มีปัญหาอะไร เราน่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ภายในสัปดาห์หน้า เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถที่จะไปออกมาตรการใดๆ ที่จะทำให้เกิดความผูกพันต่อรัฐบาลใหม่
"เพื่อทำให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบ จะไม่มีคำว่าขอดูงานก่อน ขอทดลองงานก่อน เพราะ ครม.หลายท่านในรัฐบาลชุดนี้จะยังคงทำงานรับใช้ประชาชนต่อไปในชุดรัฐบาลหน้า จะต้องเกิดความรวดเร็วอย่างแน่นอน"
นายอนุทินยังกล่าวว่า ในตอนนี้รัฐบาลอาจจะยังไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ เพราะมีกระบวนการและมีข้อห้ามอยู่หลายข้อในเรื่องของการอนุมัติใช้งบประมาณ ก็ต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตนคิดว่าถ้าเทียบกับการมีรัฐบาลใหม่ เราจะมีรัฐบาลใหม่ได้เร็วกว่าที่จะไปขอ กกต. เพราะ กกต.ต้องไปพิจารณาและใช้เวลาตอบกลับมา ย้ำว่ารอไม่เกินสัปดาห์หน้าเราจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อย การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เราทำเตรียมพร้อมไว้หมดแล้วสำหรับรัฐบาลต่อไป และจะหารือประธานรัฐสภาให้นัดประชุมสภาให้เร็วที่สุด เมื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสมบูรณ์แล้วรัฐบาลจะไร้ข้อจำกัดทางกฎหมายในการดูแลด้านนโยบายและงบประมาณต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อรับมือกับสถานการณ์และเพื่อบริหารราชการแผ่นดินต่อไป
แต่ละครอบครัวใช้น้ำมันลดลง 1 ลิตร
"เพื่อการประหยัดพลังงาน เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้แน่นอน ผมขอยกตัวอย่างว่า เรามี 10 ล้านครอบครัวที่ใช้น้ำมันและพลังงานต่างๆ ในการดำรงชีวิต หาก 1 ครอบครัวลดการใช้น้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันประเภทไหน ประเทศไทยก็จะลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10 ล้านลิตรทันที เท่ากับลดการนำเข้าและเพิ่มสำรองวันละ 10 ล้านลิตร และสามารถลดภาระชดเชยจากภาครัฐได้ 20 บาทต่อลิตร ถ้าพวกเราลดได้ประมาณ 10 ล้านลิตรต่อวัน รัฐบาลประหยัดน้ำมันในกองทุนน้ำมันได้ถึง 200 ล้านบาทต่อวัน ดังนั้นโดยรวมก็คือถ้าเราร่วมกันลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้น้ำมันเพียง 1 ลิตรเท่านั้น เราจะเซฟเงินได้วันละ 600 ล้านบาท"
นายกฯ ยืนยันว่าถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันเราก็จะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้แน่นอน สงกรานต์นี้ตนได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ได้ถามหลายจังหวัดและได้ไล่จี้ โดยผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดบอกว่าสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการชอร์ตหรือการขาดน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้ ซึ่งประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ นำรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มได้ตลอด ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยได้ตอบคำถามเรื่องประชาชนจะต้องตกใจซ้ำรอยการขึ้นราคาครั้งละ 6 บาทอีกหรือไม่ว่า ถึงอย่างไรเราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ซึ่งสิ่งที่เราได้ทำไปเราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดการไปขึ้นราคาช่วยผู้ประกอบการมีกำไรมากขึ้น แต่เราต้องใช้สินค้าพลังงานตามราคาตลาดโลก ซึ่งการที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้อยู่เราต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยสนับสนุน ซึ่งเราทำอย่างนี้ในระยะยาวไม่ได้ เราต้องทำให้ราคาน้ำมันเกิดความสมดุล และให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนให้น้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องช่วยกันทุกฝ่าย เราก็รณรงค์ให้ประชาชนหาวิธีประหยัดพลังงาน กองทุนที่ไปอุ้มก็ไม่ต้องไปรับภาระหนักเพื่อที่เราจะได้นำกองทุนไปช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ และกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วิกฤตสถานการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นวิกฤตของโลก เป็นวิกฤตพลังงานที่กระทบทั้งโลก และเป็นวิกฤตที่ไม่ได้มีใครคาดมาก่อน รวมถึงเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะจบอย่างไร สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะทำคือพวกเราพยายามชะลอผลกระทบกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และเมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมาเราไม่ทราบเลยว่าสถานการณ์จะจบลงอย่างไร แต่สิ่งแรกที่เราต้องทำคือเราต้องดูแลประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหน้าที่นั้นเต็มความสามารถ ในการดูแลประชาชนที่อยู่ในตะวันออกกลางให้ปลอดภัยมากที่สุด
วิกฤตพลังงานไม่ได้จบ
"จากการที่สถานการณ์ไม่ได้จบลงในเวลาอันรวดเร็ว 1 เดือนผ่านไปเป็นที่ชัดเจนว่าสงครามและวิกฤตพลังงานไม่ได้จบเร็ว ทุกประเทศได้รับผลกระทบเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำคือเราจะชะลอผลกระทบกับประชาชนอย่างไรให้ได้มากที่สุด บนเครื่องมือที่รัฐบาลและเงินที่รัฐบาลมี ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน ใช้ให้คุ้มค่าที่สุด"
นายเอกนิติกล่าวต่อว่า ประเทศส่วนใหญ่จึงเลือกไม่ฝืนสภาพความเป็นจริง เช่นเรื่องราคาน้ำมัน หลายประเทศได้ปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามตลาด แต่ประเทศไทยเราเลือกที่จะไม่ปล่อยตามกลไกตลาดทั้งหมด เราใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพเท่าที่ทำได้อย่างเต็มความสามารถ โดยให้กองทุนน้ำมันขาดทุนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อดูแลไม่ให้ผลกระทบของราคาน้ำมันในตลาดโลกไปกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง จึงอุดหนุนอย่างเต็มที่ในช่วงแรก และค่อยๆ ลดการอุดหนุน เพราะถ้าเราไม่ลดการอุดหนุนกองทุนน้ำมันจะขาดทุนโดยไม่จำกัด และจะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่วิกฤตพลังงาน แต่จะเกิดเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ขณะนั้นมีการแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด วันนั้นเราสูญเสียเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด
"ประชาชนเดือดร้อน เราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นไม่ได้ เราจึงต้องตัดสินใจบริหารจัดการบนเครื่องมือ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงได้ตัดสินใจเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม วันนี้เรายังมีการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลอยู่ ต่างจากประเทศอื่นในอาเซียนที่ปล่อยให้ลอยตัวไปแล้ว ทำให้ราคาน้ำมันในไทยต่ำกว่าประเทศในอาเซียน ซึ่งในชีวิตผมไม่เคยเห็นราคาน้ำมันไทยต่ำกว่าประเทศมาเลเซียเลย แต่ทุกคนต้องปรับตัว รัฐบาลต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพราะเราไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะนานเท่าไหร่ เราต้องเตรียมความพร้อม"
นายเอกนิติกล่าวต่อว่า สิ่งต่อมาที่กระทบคือหลังจากที่ราคาน้ำมันอาจจะต้องปรับตัวขึ้นบ้างให้เป็นไปตามกลไกตลาด และเมื่อราคาน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตหลายส่วน ทางกระทรวงพาณิชย์จึงต้องเข้ามาดูแลไม่ให้คนมาเอารัดเอาเปรียบในช่วงที่ทุกคนเดือดร้อน และฉวยโอกาสขึ้นราคา ทางกระทรวงพาณิชย์จึงต้องออกเกณฑ์ในการควบคุมภายใต้กฎหมาย เพื่อไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบประชาชน นอกจากนี้ ยังกระทบให้ค่าขนส่งสูงขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงใช้งบประมาณทุกอย่าง เพื่อไม่ให้กระทบต้นทุนค่าขนส่งมากเกินไป จึงใช้กองทุนที่มีมาดูแลประชาชน งบกลางเท่าที่มีอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็ต้องขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อมาดูแลไม่ให้กลไกราคากระทบต้นทุนมากเกินไป
ดูแลกลุ่มเปราะบาง
นายเอกนิติกล่าวว่า ในสถานการณ์วิกฤตนี้ คนสามารถรองรับวิกฤตได้มีความสามารถไม่เท่ากัน คนที่มีเงินก็อาจจะดูแลตัวเองได้มากขึ้นกว่าคนอื่นที่ไม่ได้มีรายได้มาก รัฐบาลเองมีงบประมาณจำกัดคือเงินภาษีประชาชน ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่นั่นคือเงินภาษีของประชาชนเราก็มีอยู่อย่างจำกัด เราถึงต้องใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าในการดูแลประชาชน เราจึงเลือกตัดสินใจใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นในการดูแลกลุ่มเปราะบาง คือกลุ่มคนที่รายได้น้อย จึงตัดสินใจใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการดูแล ย้ำว่าเราจะใช้ทุกเครื่องมือกลไกที่เราสามารถทำได้ในการชะลอผลกระทบวิกฤตครั้งนี้ และวิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตโลก เราต้องช่วยกันทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชน เราต้องร่วมมือกันเพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะปัจจุบันก็ยังคงให้ความมั่นใจได้ว่ามีสำรองน้ำมัน ทั้งน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันทางกฎหมาย น้ำมันจากการค้า และน้ำมันดิบรวมกัน 107 วัน ซึ่งมีการกำหนดวันที่เรือบรรทุกน้ำมันจะเดินทางถึงไทยชัดเจนแล้วถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเดือนเม.ย.เข้ามาเต็ม สิ่งที่ต้องใช้ 24 ล้านบาร์เรล ส่วนเดือน พ.ค.ก็มีการยืนยันมาอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ จึงขอให้ความมั่นใจว่าอย่างไรน้ำมันมีเพียงพออย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน การทำงานของกระทรวงพลังงานในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสถานการณ์มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีการประเมินและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอด ทันทีที่มีปัญหาเรื่องนี้ สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกคือการระงับการส่งออก เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันนั้นอยู่ในประเทศไทย ซึ่ง ณ ขณะนั้นที่ประชาชนยังไม่ตื่นตระหนก ส่วนที่มีการระงับการส่งออก จึงมีการประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันจัดเก็บเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ซึ่งในต่อมาได้ยกเลิก เพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นกว่าปกติ
รมว.พลังงานยังสร้างความมั่นใจว่า น้ำมันดิบจากลงกลั่นจนจบขั้นตอนกระบวนการถึงประชาชน จะไม่แวะกลางทาง โดยจะมีการเพิ่มระดับในความเข้มข้นตรวจจับด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ว่าแหล่งกักเก็บที่มีการขออนุญาตมา หากเป็นการกักเก็บเพื่อขายหรือกักเก็บอย่างเดียวแล้วไม่ขาย ก็จะต้องเข้าไปดำเนินการ ตรวจอย่างเข้มข้น ซึ่งจากการดำเนินงานในหลายๆ มาตรการ หากถามถึงสภาพการณ์ของปั๊มน้ำมัน ยอมรับว่าดีขึ้น จากกรณีที่ปั๊มน้ำมันต้องปิดลง 2,082 ปั๊มในช่วงน้ำมันวิกฤต แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกว่า 300 ปั๊มที่ยังขาดน้ำมัน
"ขอทำความเข้าใจราคาน้ำมันที่ต้องเป็นไปตามกลไกตลาดโลก เพราะเป็นระบบที่ต้องดำเนินการเป็นทั่วไป ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดน้ำมันดิบเป็นสต๊อกเก่า แต่กลับใช้อัตราที่คิดใหม่ เป็นระบบที่ต้องขึ้นลงตามราคาตลาด เช่นเดียวกับราคาในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่ได้คิดตามราคาน้ำมันสต๊อก ณ ขณะนำเข้า เช่นเดียวกับราคาทองคำ ที่คำนวณราคาตลาดโลกแบบรายวัน" นายอรรถพลระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จ่อทูลเกล้าฯ‘ครม.หนู2’
“อนุทิน” ย้ำส่งชื่อ ครม.ต้นสัปดาห์หน้า เตรียมทูลเกล้าฯ "ครม.อนุทิน 2" 30 มี.ค.นี้ หลัง 35 รายชื่อผ่านด่านอรหันต์ตรวจเข้มคุณสมบัติ ชัดเพื่อไทยส่ง 3 ชื่อ "นิกร" แทน "ปุ๋ง" ขณะ "เดียร์ ขัตติยา-วิสุทธิ์" วืดอีกแล้ว
ลั่น‘คนละครึ่ง’มาแน่! นายกฯชี้พลัสกว่าเดิม
"อนุทิน" ยัน “คนละครึ่ง” มาแน่นอน พลัสมากกว่าเดิม “ศุภจี” ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง ให้ส่งวัตถุดิบเกษตรจากต้นทางไปร้านอาหาร กรุงเทพฯ-ปริมณฑล นำร่อง 24 แห่ง
ปากีฯเป็นตัวกลาง เจรจายุติสงคราม
“สีหศักดิ์” ย้ำยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือมยุรีนารี แต่อิหร่านเข้าถึงเรือแล้ว เผยหารือกับทูตตะวันออกกลางช่วยดูแลคนไทย เสนอประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนหารือแนวทางลดความตึงเครียด ขณะที่ปากีสถานเป็นตัวกลางเจรจายุติสงคราม
อ.อัจฉราวดี แนะ 'อนุทิน' ลากคอไอ้โม่งเป็นการไถ่โทษบริหารน้ำมันปั่นป่วน ประชาชนไม่อยากฟังคำขอโทษอีกแล้ว
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง และประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอโทษประชาชนที่บริหารน้ำมันปั่นป่วนว่า สมควรต้องถูกทัวร์ลงทั่วประเทศ เพราะนายกประมาทวิกฤตของชาติแต่ให้คนอื่นนั่งหัวโต๊ะ
'อนุทิน' ยันเร่งดันคนละครึ่งพลัสให้เร็วที่สุด เติมเงินให้มากกว่าเดิมแน่นอน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัสที่จะดำเนินการต่อ ว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้
'อนุทิน' รับสบายใจขึ้น ควบคุมสถานการณ์น้ำมันได้ประชาชนมีใช้เพียงพอ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” กรณีปัญหาน้ำมันสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ว่า มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว

