พณ.งัดมาตรการชะลอขึ้นค่าข้าวแกง หนุนข้าวสาร-น้ำมันพืช-น้ำตาลทราย พร้อมคิกออฟ 1 เม.ย. "ไทยช่วยไทย-ธงฟ้าราคาประหยัด" ลดค่าครองชีพประชาชน "กกพ." ชี้รัฐต้องหาเงิน 878 ล้านบาท อุ้มค่าไฟกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไม่เกิน 200-300 หน่วย ภาคเอกชนชงรัฐบาลใหม่ทำทันที 6 มาตรการเร่งด่วน ก่อนธุรกิจรากหญ้าเกินครึ่งเจ๊ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 มีนาคม เวลา 11.05 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงถึงสถานการณ์ต้นทุนพลังงานและความผันผวนว่า ในส่วนปัจจัยการผลิต กระทรวงพาณิชย์ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยดูแลผู้ผลิตและผู้บริโภคอย่างสมดุล มีมาตรการเชิงรุกลดค่าครองชีพให้ประชาชน ทั้งโครงการไทยช่วยไทย ได้รับความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชั้นนำของประเทศ ในการนำสินค้าแบรนด์ทางเลือกที่มีคุณภาพดีกว่า 1,000 รายการ จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยมีการลดสูงสุดถึงร้อยละ 50 ซึ่งจะเริ่มคิกออฟในวันที่ 1 เม.ย.นี้
รวมทั้งมีโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ที่นำสินค้าอุปโภค-บริโภคคุณภาพดีมาลดราคา และเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษในทุกจังหวัดกว่า 500 จุดทั่วประเทศ และมีรถโมบายธงฟ้าเพื่อเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยสินค้าจำเป็นได้อย่างทั่วถึง และเตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวแกง ด้วยการนำวัตถุดิบสินค้าจากต้นทาง ทั้งข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช และน้ำตาลทรายมาสนับสนุนร้านอาหาร ในกลุ่มร้านตามสั่ง ร้านข้าวแกง เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาไม่ให้สูงเกินสมควร
ในส่วนของปุ๋ย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรใน จ.พระนครศรีอยุธยา จำหน่ายปุ๋ยในราคาสูง ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกเพิ่มขึ้น โดยกรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทันที ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และตำรวจสอบสวนกลาง ผลการตรวจสอบพบว่ามีการขายปุ๋ยราคาสูง เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ประกอบการมาชี้แจง และตรวจสอบเอกสารการซื้อการขาย พร้อมขยายการตรวจสอบไปยังร้านที่รับสินค้าก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการร่วมกับตำรวจ ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีราคาขายไม่เป็นธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ 1569 หรือทาง LINE OFFICIAL
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์มีโครงการธงเขียวพลัส ต่อยอดจากโครงการเดิมที่ให้ส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท รวม 5 กระสอบต่อราย โดยปีนี้จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เกษตรกรที่มีบัตรดินดีของกรมพัฒนาที่ดิน ผ่านมาตรฐานจีไอพีของกรมวิชาการเกษตร หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนของกรมส่งเสริมการเกษตรจะได้สิทธิประโยชน์อีก 200 บาท และคูปองอีก 200 บาท สำหรับปุ๋ยอินทรีย์จะดำเนินการครอบคลุม 50 จังหวัด เริ่มที่จังหวัดกำแพงเพชร ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเม.ย. ก่อนกระจายไปจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้า 1 ล้านกระสอบ และยังได้ร่วมมือกับผู้จำหน่วยปุ๋ย 26 แห่ง จำหน่ายปุ๋ยราคาพิเศษหน้าโรงงาน ตั้งเป้า 10 ล้านกระสอบ
ด้านนายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า ได้จัดทำข้อมูลที่ถูกต้องประกอบแนวทางลดค่าไฟฟ้าเฉพาะครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200-300 หน่วย/เดือน เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้ประชาชน ส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
โดยหากกรณีที่ค่าไฟงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย ต้องอุดหนุน 7 สตางค์/หน่วย ต้องใช้เงินสนับสนุนประมาณ 878 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน ใช้เงิน 333 ล้านบาท กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน ใช้เงิน 545 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้ต้องเป็นเงินจากภาครัฐ เนื่องจากเราไม่มีเงินเหลือแล้ว เพราะเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ที่เหลืออยู่ 9,471 ล้านบาท ต้องใช้ในการลดค่าไฟฟ้า งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 คิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งได้กำหนดมาตรการสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้า โดยเน้นพึ่งพาตัวเอง เร่งนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว เพิ่มขึ้นประมาณ 100-200 เมกะวัตต์ รับซื้อไฟฟ้าในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ในกลุ่มพลังงานทดแทน ที่จะเปิดรับซื้อถึงเดือน ธ.ค.2569 และเร่งนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้ให้มากขึ้น
ขณะที่ นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเตรียมเสนอชุดมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาลชุดใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่ม SMEs และภาคครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย 6 แนวทางหลัก
1.ผลักดันโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟสสอง” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยให้สิทธิประชาชนที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิในรอบก่อนจำนวน 10 ล้านสิทธิ และขยายสิทธิเพิ่มเติมให้ผู้ที่เคยเข้าร่วมอีก 20 ล้านสิทธิ ภายใต้เงื่อนไขเดิม เพื่อเร่งหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจทันที 2.จัดทำมาตรการ “กินเที่ยวด้วยกัน” เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหาร โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากโรงแรมและร้านอาหารไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 20,000 บาทในปีถัดไป และให้นิติบุคคลสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางและใช้จ่าย
3.เร่งออกสินเชื่อพลังงานสะอาด โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี และสามารถผ่อนชำระได้นานถึง 10 ปี 4.จัดทำมาตรการสินเชื่อซอฟต์โลนสำหรับ SMEs วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกัน 100% พร้อมกันนี้ให้มีสินเชื่อสำหรับกลุ่ม Micro SMEs วงเงินไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริง
5.เร่งดำเนินมาตรการลดค่าไฟฟ้า โดยกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกที่หน่วยละ 3 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง และ 6.ลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้างลงครึ่งหนึ่งไปจนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจและแรงงาน ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งจัดทำรายละเอียดมาตรการทั้งหมดให้พร้อม และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาทันทีในวันเปิดประชุม เพื่อให้สามารถอนุมัติและเริ่มดำเนินการได้โดยเร็ว ก่อนที่ภาคธุรกิจรากหญ้าและ SMEs ขนาดเล็กจะล้มพังเกินครึ่งภายในปีนี้
วันเดียวกัน ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เสนอให้รัฐบาลตรึงราคาค่าไฟงวดใหม่ โดยระบุว่า หากปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอีกจะยิ่งกระทบต่อประชาชนมากจนเกินไป เกิดเป็น “ดับเบิลช็อก” กับปัญหาค่าครองชีพที่ประชาชนต้องแบกรับทั้งน้ำมันและค่าไฟ ซึ่งราคาค่าไฟฟ้ายังมีเครื่องมืออื่นๆ ที่จะเข้ามาช่วยได้มากกว่าน้ำมัน เช่น ค่า Claw Back 9,400 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าหากมีการคืนหนี้ทุกอย่างจะอยู่ที่ประมาณ 4.59 บาทต่อหน่วย แต่ถ้าใช้ค่าClaw Back แล้วก็ค่อยๆ ทยอยจ่ายหนี้ค่าไฟจะอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่ กกพ.เสนอ แต่หากมีการยืดการชำระหนี้ออกไปอีกแล้วก็ใช้ค่า Claw Back ราคาน่าจะอยู่ได้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
ที่ จ.ตราด นางวิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด และกรรมการหอการค้าไทย เจ้าของโรงแรมบ้านปูรีสอร์ท เปิดเผยว่า การสู้รบในตะวันออกกลางกินเวลา 1 เดือนแล้ว และสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาเหลืออีก 2-3 เดือนก็จะครบ 1 ปี สถานการณ์แบบนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดตราดไปไม่รอดแน่ วันนี้พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มชะลอการเดินทาง เนื่องจากมองว่าการท่องเที่ยวเป็น “สินค้าฟุ่มเฟือย" โดยพบว่ายอดจองที่พักในช่วงต้นเดือนเม.ย. ลดลงถึง 20-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัญหาราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก ล่าสุดมีรายงานว่าโรงแรมแบรนด์ดังอย่าง "เซ็นทารา ชาน ทะเล" (ตั้งอยู่ที่ ต.แหลมกลัด อ.เมืองฯ ใกล้กับบ้านท่าเส้น ซึ่งเป็นพื้นที่การสู้รบกับกัมพูชา ที่บ้านทมอดา) เตรียมปิดตัวลงในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ และมีอีกหลายแห่งในอำเภอเกาะช้างจะปิดลงเช่นกัน
ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการทางการเงิน สั่งการธนาคารปล่อยกู้ SME โดยใช้เกณฑ์พิเศษเหมือนช่วงโควิด รวมทั้งขอเสนอให้ท้องถิ่นจัดระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ลดการนำรถส่วนตัวลงเกาะเพื่อประหยัดน้ำมัน และทำโปรโมชันกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น นำใบเสร็จค่าน้ำมันมาแลก Voucher ส่วนลดร้านอาหาร นอกจากนี้เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ตั้ง "War Room" ลงพื้นที่ระดับรากหญ้าเพื่อช่วยเกษตรกรบริหารจัดการผลผลิต แทนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ณรงค์’เชื่อมั่น เลือกเทศบาล! ปกติเรียบร้อย
กกต.โวจัดเลือกตั้งเทศบาล-นายกเทศมนตรี 297 แห่งไม่ซ้ำรอยเลือกตั้งใหญ่ “ณรงค์” บอกบรรยากาศเรียบร้อย
ไทยยังไม่พบโควิดจักจั่น หลัง‘สงกรานต์’เข้าสู่ฤดู
“อธิบดีกรมวิทย์” ยันไทยยังไม่พบโควิดจักจั่น แม้ WHO เตือนเป็นสายพันธุ์ต้องจับตา “หมอยง”
7-9เม.ย.แถลงนโยบาย
ภท.วางไทม์ไลน์แถลงนโยบาย 7-9 เม.ย. ดันแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ Thailand 10 Plus “
กกต.รอถกลดภาษี! ‘อนุทิน’ย่องเงียบตรวจปั๊ม/รัฐบาลกางแผนบริหารน้ำมัน
"นายกฯ" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ปตท.ธาตุพนมโชว์ประหยัดน้ำมัน
ปานเทพ งัดราชกิจจาฯ สะกิด 'พี่แต๋ม' น้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นสินค้าบริการควบคุมตามกม.
ปานเทพ ชี้กกร. ออกแถลงข่าวกระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดเพราะในเวลานั้น ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปแล้ว และยังไม่มีประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้
พณ. เกาะติดราคาข้าวสาร-น้ำมันพืช-น้ำตาลทราย หวังชะลอข้าวแกงขึ้นราคา
พณ. เตรียมข้าวสาร-น้ำมันพืช-น้ำตาลทราย หวังชะลอข้าวแกงขึ้นราคา ตั้งเป้ากลุ่ม ตามสั่ง-ร้านข้าวแกง เผย ตร.อยู่ระหว่างตรวจสอบร้านปุ๋ยในอยุธยาขายปุ๋ยเกินราคา

