‘วีระพงษ์’ทิ้งปชป.ซบศุภจี

“นายกฯ” ลงพื้นที่แบบออร์แกนิกช่วงสงกรานต์ เยือนเชียงรายถึงสนามบินร่วมแจมเป่าขลุ่ยกับกลุ่มผู้สูงอายุพื้นเมือง บอกนี่แหละ "ฮั้ว  สว.” ของจริง “อภิสิทธิ์” แจง "ศุภจี” ไม่เคยคุยดึง "วีระพงษ์” ช่วยงาน ลั่นหากจะไปต้องลาออก “อาร์ท”   ยื่นหนังสือไขก๊อก "รอง หน.ปชป.” รับตำแหน่ง "ผู้แทนการค้า” ยก 3 เหตุผลตัดสินใจ ยึดผลประโยชน์ประเทศ รับช่วยงานรัฐบาลไม่สอดคล้องบทบาทพรรค “โพล” สะท้อน ปชช.ไม่มั่นใจ รบ.แก้ปัญหาพลังงานได้จริง เรียกร้องมาตรการลดภาษีน้ำมันบรรเทาค่าครองชีพ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 มีความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ  รมว.มหาดไทย ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนายกฯ ได้ระบุก่อนหน้านี้ว่าจะใช้เวลาลงพื้นที่แบบออร์แกนิก โดยได้เดินทางไปจังหวัดเชียงรายเพื่อสำรวจด้านการท่องเที่ยว ทันทีที่ถึงสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง นายกฯ ได้ขอร่วมแจมเป่าขลุ่ยกับกลุ่มผู้สูงอายุชมรมดนตรีพื้นเมือง วัดเชตวัน ที่บรรเลงเพลงให้ผู้โดยสารฟังที่สนามบิน

นายอนุทินได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า “ถ้านับอายุก็ใกล้ครบคุณสมบัติที่พอจะเข้ากลุ่ม สว.กลุ่มนี้ได้แล้ว นี่แหละเรียกว่า ฮั้ว สว.ของจริง เพราะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรณีของคุณวีระพงษ์นั้น เห็นมีการโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย อยากเรียนข้อเท็จจริงดังนี้ 1.ผมไม่เคยได้รับทราบเรื่องนี้จากคุณศุภจี แต่คุณวีระพงษ์ได้มาปรึกษาผมว่าได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยเพื่อไปเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจากับสหภาพยุโรปในเรื่องของข้อตกลงเขตการค้าเสรี โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ กรณีของคุณวีระพงษ์จึงแตกต่างจากการให้คำปรึกษาหรือเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีแบบไม่เป็นทางการ เพราะเป็นตำแหน่งทางการเมืองเป็นทางการและมีค่าตอบแทน ขณะนั้นผมเข้าใจว่ายังเป็นการพูดคุยในลักษณะส่วนตัว  ไม่ทราบว่าจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกไปจากฝั่งรัฐบาล 2.เราเห็นตรงกันว่างานนี้เป็นงานที่ฝ่ายคุณวีระพงษ์มีความถนัดและความชอบเป็นพิเศษ และรัฐบาลรวมทั้งประเทศจะได้ประโยชน์หากคุณวีระพงษ์เข้ารับหน้าที่นี้ แต่โดยสถานะของคุณวีระพงษ์ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ จะเกิดความสับสนและขัดแย้งกันในตัวใน สถานะของความเป็นพรรคฝ่ายค้าน สุดท้ายจึงเห็นพ้องกันว่าหากคุณวีระพงษ์มีความประสงค์จะไปรับตำแหน่ง ก็ต้องออกจากรองหัวหน้าพรรคและความเป็นสมาชิกพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ 3.ขณะนี้จึงอยู่ที่คุณวีระพงษ์จะตัดสินใจและดำเนินการ

ต่อมา นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์หนังสือส่งถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เรื่อง ขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย เนื้อหาระบุว่า   ตามที่กระผมได้หารือกับท่านมาอย่างต่อเนื่องว่า กระผมได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและสหภาพยุโรป ซึ่งท่านและกระผมเห็นพ้องกันว่าเป็นภารกิจที่มีความสำคัญ และหากทำสำเร็จ จะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทำงานในตำแหน่งดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของการเป็นรองหัวหน้าพรรค ซึ่งปัจจุบันอยู่ในฐานะการตรวจสอบรัฐบาล กระผมจึงขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   ทั้งนี้ แม้บทบาทของกระผมจะเปลี่ยนแปลงไป แต่กระผมยังคงอุดมการณ์เดิมที่ได้เรียนกับท่านเมื่อมาเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ คือ การยกระดับเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนไทย ด้วยนโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศที่ทันโลก  ตอบโจทย์ และทำได้จริง กระผมขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงที่สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในฐานะรองหัวหน้าพรรคด้วยดีเสมอมา

วีระพงษ์ไขก๊อก ปชป.ช่วยศุภจี

นายวีระพงษ์ยังโพสต์ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า  ได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความจริงกระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย จึงอยากจะขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อแรก เหตุผลที่ผมลาออก เพราะผมได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป งานนี้ผมทำมาตั้งแต่เป็นผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลที่แล้ว และอยากจะทำต่อเนื่องให้สำเร็จ เพราะผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับคนไทยได้มาก การเจรจานี้ดำเนินการมาหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้แทนการค้าไทยขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปัจจุบันอยู่ในฐานะตรวจสอบรัฐบาล ผมจึงขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส และตรงไปตรงมา

ข้อสอง แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน ผมเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เพราะประทับใจและเห็นตรงกับความคิดของท่านอภิสิทธิ์ที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเจรจาการค้าที่ทันโลก เที่ยงธรรม และเกิดผลจริง ผมยึดถืออุดมการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ผมได้ให้สัญญาไว้ว่าจะร่วมผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าไปทำให้สัญญากลายเป็นความจริง จึงตัดสินใจรับทำงานนี้ และวันนี้ไปในฐานะคนทำงาน ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใด สำหรับผู้ที่สนับสนุนผมในบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านสนับสนุนผม เพราะเห็นว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมยังยืนยันว่ายังเป็นอาร์ทคนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ข้อสาม เรื่องกระบวนการซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นพิเศษ ขอเรียนว่า เมื่อผมได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการจากท่านศุภจี ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคได้รีบเรียนหารือกับท่านอภิสิทธิ์โดยไม่รอช้า ถึงการตอบรับและกระบวนการภายในพรรค โดยมีการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา เพื่อความโปร่งใสและเป็นการเคารพในหน้าที่บทบาทของทุกฝ่าย มั่นใจว่าทุกท่านต่างรักษากติกามารยาททางการเมือง โดยมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักยึดที่สำคัญ

ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,266 คน ระหว่างวันที่ 7-10 เม.ย.2569 หัวข้อ การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาลอนุทิน จากการที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงแนวทางเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นต่อมาตรการต่างๆ ข้อ 1.การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด มีผู้เห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 72.27, เห็นด้วยมากร้อยละ 21.56, ปานกลางร้อยละ 4.50, น้อยร้อยละ 1.19 และไม่เห็นด้วยเลยร้อยละ 0.48 ข้อ 2.การจัดมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกรและ SMEs มีผู้เห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 59.48, เห็นด้วยมากร้อยละ 28.67, ปานกลางร้อยละ 7.82, น้อยร้อยละ 2.84 และไม่เห็นด้วยเลยร้อยละ 1.19 และข้อ 3.การปรับลดงบประมาณภาครัฐ เพื่อนำมาช่วยเหลือลดผลกระทบแก่ประชาชนเป็นลำดับแรก มีผู้เห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 58.06, เห็นด้วยมากร้อยละ 22.75, ปานกลางร้อยละ 11.37, น้อยร้อยละ 6.64 และไม่เห็นด้วยเลยร้อยละ 1.18

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่า ทั้ง 3 แนวทางดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จหรือไม่ ประชาชนระบุว่า อันดับ 1 น่าจะสำเร็จ ร้อยละ 34.36,  อันดับ 2 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 32.23, อันดับ 3 สำเร็จแน่นอน ร้อยละ 14.69, อันดับ 4 ไม่น่าจะสำเร็จ ร้อยละ 13.98, อันดับ 5 ไม่สำเร็จ ร้อยละ 4.74 นอกจากแนวทางที่ประกาศมาแล้ว ประชาชนยังต้องการให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม ดังนี้ ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิต ร้อยละ 76.07, ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ร้อยละ 75.12, เพิ่มเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ร้อยละ 54.74, ส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาว ร้อยละ 54.27, บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่หาประโยชน์จากวิกฤตพลังงาน ร้อยละ 46.05

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันที และมีมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการ หรือความเห็นทั่วไปที่อาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน สะท้อนว่าการสื่อสารและการแก้ปัญหาของรัฐบาลต้องชัดเจน ตรงจุด และตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

ผศ.ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลในการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพราะมองว่าเป็นรากของปัญหาค่าครองชีพทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกันระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วนไม่แน่ใจสูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจำกัด

อย่างไรก็ตาม ความต้องการให้ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติมในสัดส่วนสูงมาก  แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นที่เห็นผลได้ทันที ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ในมุมของการบริหารภาครัฐจึงเป็นโจทย์ใหญ่ในการผสานระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนกับการรักษาวินัยการคลังและความยั่งยืนเชิงนโยบายของรัฐ

เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์คลิปวิดีโอ สส.พรรคเพื่อไทยอวยพรวันสงกรานต์ประชาชน  ความยาว 3.40 นาที  ตอนหนึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พท.  ระบุว่า ขออวยพรให้พี่น้องคนไทยทุกคนมีแต่ความสุขสวัสดี เดินทางไปและกลับโดยสวัสดิภาพ อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขในช่วงปีใหม่ แม้ว่าปีนี้จะมีวิกฤตเรื่องพลังงาน ก็ขอให้ทุกคนสามารถฟันฝ่าได้ ขอให้เป็นปีที่ดี มีความสุขกับครอบครัวมากๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รัฐบาลสีน้ำเงิน”อำนาจสุดปึ้ก แก้ศก.ล้มเหลว ยากครบเทอม

การเมืองไทยในห้วงเวลานี้ เข้าสู่ยุคที่ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เรืองอำนาจสูงสุด ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย รวมศูนย์การบริหารประเทศเต็มตัว หลังกวาดที่นั่ง สส.ได้กว่า 192 ที่นั่ง นั่นทำให้รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีเพียงอำนาจในทางตัวเลข แต่ยังมีอำนาจในเชิงจิตวิทยาการเมือง เพราะเมื่อพรรคอันดับ 1 ทิ้งระยะห่างจากคู่แข่งพอสมควร การต่อรองทางอำนาจภายในรัฐบาลก็ย่อมง่ายขึ้นเป็นเงาตามตัว

กัมพูชาหนาวแน่ ‘ฝรั่งเศส’ฟังไทย

ดับฝันกัมพูชา! “สีหศักดิ์” เผยไทยยังไม่พร้อมประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย.นี้ รอกระบวนการตั้งกรรมการฝ่ายไทยเสร็จสิ้น ระบุถึงประชุมได้ก็ยังเริ่มปักปันเขตแดนไม่ได้ ยันฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยกเลิกเอ็มโอยู 43 ต้องเป็นฉันทามติ

เริ่มแล้ว‘7วันอตร.’! เซ่นสงกรานต์ 20 คน

เริ่มแล้ว 7 วันอันตรายรับสงกรานต์! ศปภ.เผยวันแรกเกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 132 คน ผู้เสียชีวิต 20 ราย สาเหตุหลักขับรถเร็ว จักรยานยนต์มากสุด พื้นที่ท้องถิ่นเน้น “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว”