"ฮุน มาเนต” โพสต์จี้ไทยเร่งปักปันเขตแดน 2 ประเทศให้เร็วที่สุด “ทร.” เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “Big Cleaning Day” ปูพรมพื้นที่ชายแดนจันทบุรี สกัดวงจรผิดกฎหมายครบวงจร ย้ำชัดไม่ปล่อยให้ใช้ไทยเป็นฐาน
เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความระบุถึงจุดยืนของกัมพูชาต่อกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีเนื้อหาระบุว่า นับตั้งแต่มีการหยุดยิงในเดือนธันวาคม ทั้งกัมพูชาและไทยได้ประกาศเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงที่บรรลุในแถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปพิเศษ ครั้งที่ 3 (GBC) ระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 มาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ กัมพูชาจึงหวังว่าไทยจะยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อที่ 3 ซึ่งระบุว่า
“ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าข้อตกลงทั้งหมดภายใต้แถลงการณ์ร่วมนี้ ไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนและพรมแดนระหว่างประเทศระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการเขตแดนร่วมเพื่อดำเนินการสำรวจและกำหนดเขตแดนอีกครั้งโดยเร็วที่สุด ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศเพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้กลไกที่มีอยู่ของคณะกรรมการเขตแดนร่วมเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของทีมสำรวจร่วมในพื้นที่ รวมถึงความปลอดภัยจากทุ่นระเบิด ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าคณะกรรมการเขตแดนร่วมจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในเรื่องการสำรวจและกำหนดเขตแดนในทันที โดยเฉพาะการดำเนินการในพื้นที่ชายแดนที่ซึ่งมีพลเรือนอาศัยอยู่”
กัมพูชามีความหวังอย่างยิ่งว่า คณะกรรมการชายแดนร่วมของทั้งสองประเทศจะสามารถเริ่มดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้ใน JS (ข้อที่ 3) ได้อย่างรวดเร็วและจริงใจ เพื่อที่เราจะสามารถกำหนดเขตแดนระหว่างทั้งสองประเทศได้อย่างถูกต้องและชัดเจนโดยสันติวิธี นี่จะเป็นรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืนที่จะทำให้ประชาชนของเราที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนร่วมกันสามารถอยู่อย่างสงบสุข กัมพูชามีความพร้อมอย่างเต็มที่
เอเอฟพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองประเทศเพื่อนบ้านจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างรวดเร็วและด้วยความจริงใจ และนี่จะเป็นรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืนที่จะทำให้ประชาชนของเราที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนร่วมกันสามารถอยู่อย่างสงบสุขได้ ซึ่งกัมพูชาพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยระบุว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะกลับมาเจรจาอีกครั้ง แม้ว่ารัฐบาลใหม่เพิ่งจะจัดตั้งขึ้นก็ตาม เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการเรียกร้องให้เจรจาอีกครั้งของกัมพูชา เขากล่าวว่ากัมพูชามีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น แต่ประเทศไทยมีขั้นตอนของตนเองที่ต้องปฏิบัติตาม
เอเอฟพีระบุว่า สองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้มีความขัดแย้งกันมานานหลายทศวรรษเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนยาว 800 กิโลเมตร ซึ่งเป็นมรดกจากยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส ข้อพิพาทดังกล่าวปะทุขึ้นเป็นการปะทะกันหลายระลอกเมื่อปีที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและผู้พลัดถิ่นมากกว่า 1 ล้านคนในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม ทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเมื่อปลายเดือนธันวาคม ซึ่งอนุญาตให้มีการเจรจาเรื่องเขตแดนได้ แต่ความตึงเครียดบริเวณชายแดนยังคงอยู่ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยกัมพูชาอ้างว่ากองกำลังไทยยึดครองหลายพื้นที่ในจังหวัดชายแดนซึ่งขัดต่อข้อตกลง และเรียกร้องให้ถอนกำลังออกไป
ขณะที่ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก “Big Cleaning Day” ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และพื้นที่ตลาดบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี การปฏิบัติครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยกระดับการควบคุมพื้นที่ชายแดนตะวันออก โดยมุ่ง “ตัดวงจร-ปิดช่องทาง-ทำลายเครือข่าย” การกระทำผิดกฎหมาย ทั้งแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สินค้าหนีภาษี และยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ
หน่วยได้ใช้แนวคิดทางยุทธวิธีแบบควบคุมพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จ วางกำลังปิดล้อมเส้นทางเข้า-ออกทุกช่องทางโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และทำการตรวจค้นอย่างละเอียด พร้อมใช้เทคโนโลยีสนับสนุน ได้แก่ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และสุนัขตรวจค้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับและป้องกันการหลบหนี ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ จำนวน 3 คัน (ทะเบียนไทย 1 คัน และทะเบียนกัมพูชา 2 คัน) ส่งมอบของกลางให้สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลงดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป และสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 5 คน ที่ไม่มีเอกสารเข้าเมือง และส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ การปฏิบัติทั้งปวงไม่กระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต พร้อมทั้งส่งสัญญาณเชิงประจักษ์ไปยังเครือข่ายผู้กระทำผิดว่า “พื้นที่ชายแดนอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง”
กองทัพเรือขอย้ำว่า การปฏิบัติในลักษณะนี้จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและขยายผลเชิงลึก เพื่อกดดันและทำลายโครงสร้างเครือข่ายผิดกฎหมายทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ลักลอบขนส่ง ผู้ให้ที่พักพิง หรือผู้สนับสนุนในรูปแบบต่างๆ และขอเตือนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ให้ยุติพฤติกรรมโดยทันที เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการติดตามข่าวกรองอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดในทุกกรณี ทั้งนี้กองทัพเรือจะยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก เพื่อปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างสภาพแวดล้อมชายแดนที่ปลอดภัย โปร่งใส และเอื้อต่อเศรษฐกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บอร์ดกสทช.ล่ม วอล์กเอาต์3ราย ‘สรณ’ขู่ฟ้องศาล
"อนุทิน" แจงต้องรอมติ สว.เห็นชอบ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ
จ่อคุยมาเลเซีย สกัดให้ที่พักพิง BRNหัวรุนแรง
"สีหศักดิ์” จ่อเรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลสัปดาห์นี้สางปมไฟใต้
แย้มปัดฝุ่นแลนด์บริดจ์ได้ ถก‘อีอีซี’รถไฟ3สนามบิน
นายกฯ แย้ม "แลนด์บริดจ์" ปัดฝุ่นได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์เหมาะสม
หมายเรียก‘นายธีรุตม์-เรืองเดช’
ออกหมายเรียก "อธิบดี สถ.-ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว" เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ แจง 7 แอ็กชัน ใครทําผิดไม่มีทางที่จะหลุด
‘หนู’รำคาญสมเพช! ท้า‘ยิ่งชีพ’แฉฮั้วสว.เพิ่ม ภท.โต้เดือดอย่าศาลเตี้ย
“อนุทิน” รับทั้งรำคาญทั้งสมเพชปมแฉเอี่ยวฮั้ว สว. ท้า “ยิ่งชีพ” เอาเลยเปิดข้อมูลเพิ่ม “ภราดร” ลั่นฟ้องแน่
ขยายอุทธรณ์ถึง31สค. คนจน5.4ล้านยังไม่ยื่น
บัตรคนจนเขย่ารัฐบาล มติ ครม.ไฟเขียวขยายเวลาอุทธรณ์ออกไปถึง 31 ส.ค.

