
กรมการปกครองเด้งรับสั่งปุ๊บทำปั๊บ อธิบดีสั่งด่วน ปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ให้สนับสนุนรถพุ่มพวงของ ก.พาณิชย์ 3,800 คัน วิ่งขายของถูกทั่วไทย กลุ่มสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันโวยมาตรการคุมส่งออกทำเกษตรกรเดือดร้อนรายได้ลดฮวบ กระทุ้งซูเปอร์จีรีบทบทวน
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “เยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน” โดยได้หารือถึงการจัดธงฟ้าเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงตลาดนัดหรือร้านค้าธงฟ้าได้ ซึ่งจะใช้รูปแบบตลาดเคลื่อนที่ และโครงการรถพุ่มพวงในการกระจายสินค้า เพื่อให้การช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพสามารถเข้าถึงประชาชนทั้งประเทศ ไม่เว้นแม้ในพื้นที่ห่างไกล
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีแผนจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัดครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยตามจังหวัดและอำเภอ กำหนดจัดงานธงฟ้า 518 ครั้ง ช่วงเดือน เม.ย.-ส.ค.2569 แบ่งเป็นงานขนาดใหญ่ 200 บูธ จำนวน 12 ครั้ง งานขนาด 50 บูธ จำนวน 76 ครั้ง มินิธงฟ้าจังหวัดละ 5 ครั้ง รวม 380 ครั้ง และในกรุงเทพมหานคร 50 เขต จำนวน 50 ครั้ง และมีแผนกระจายสินค้าผ่านรถเร่ รถพุ่มพวง และรถโมบายธงฟ้า รวมกว่า 5,000 คัน โดยใช้เครือข่ายเดิมที่มีความเข้าใจพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในระดับชุมชนและพื้นที่ห่างไกล กำหนดเปิดรับผู้ประกอบการรถพุ่มพวงเพิ่มเติม เป้าหมาย 3,800 คัน โดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศสนับสนุนการดำเนินโครงการ
นอกจากนี้ นางศุภจียังกล่าวถึงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เป็นมาตรการช่วยลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร โดยพลัสด้วยการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) เพื่อให้จัดการต้นทุนและใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น กำหนดวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ระยะเวลาโครงการ 3 ปี และระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี แบ่งเป็นเกษตรกรรับภาระ 3% และรัฐบาลช่วยชำระอีก 3%
วันเดียวกันนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในโทรสารในราชการกรมการปกครอง ด่วนที่สุด ที่ มท 0305.4/ว 11304 ลงวันที่ 16 เม.ย.69 ถึงปลัดจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเนื้อหาระบุว่า สืบเนื่องรัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนเพื่อคืนความเชื่อมั่น และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ลดภาระค่าครองชีพ เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและความสงบสุขให้คนไทยทุกคน ทั้งนี้ กรมการปกครองได้ร่วมประชุมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเตรียมมาตรการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดและอำเภอ จึงขอให้ปลัดจังหวัดแจ้งนายอำเภอพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1.ให้นายอำเภอทุกอำเภอ มอบหมายปลัดอำเภอ 1 คน เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยให้หมั่นติดตามข้อมูลข่าวสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการขับเคลื่อนในพื้นที่อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
2.ให้อำเภอทุกอำเภอ สำรวจข้อมูลด้านการพาณิชยกรรมในพื้นที่ ได้แก่ ข้อมูลรถขายสินค้าอุปโภค บริโภค (รถพุ่มพวง) ข้อมูลตลาดสด ตลาดนัด ข้อมูลร้านค้าสวัสดิการชุมชน ผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
3.ให้อำเภอทุกอำเภอ เตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล และมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ที่จะเริ่มขับเคลื่อนในระยะต่อไป เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส, โครงการไทยช่วยไทย, โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น ทั้งนี้ ให้ประสานงานและเตรียมการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างใกล้ชิด อนึ่ง ให้ปลัดจังหวัดและนายอำเภอให้ความสำคัญกับการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ กรณีมีปัญหาอุปสรรค ให้รายงานกรมการปกครองทราบ
วันเดียวกัน นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเตรียมเข้ายื่นข้อเสนอต่อนางศุภจี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เพื่อสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยเห็นว่าการกำหนดให้การส่งออกต้องได้รับอนุญาตเป็นรายครั้งจากคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและโครงสร้างราคาในระบบ
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ของเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการลานเท พบว่า ราคาปาล์มทะลายหน้าลานปรับลดลงอย่างรวดเร็วจากประมาณ 8.90 บาท เหลือราว 7.00 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลง 1.90 บาทต่อกิโลกรัม ภายในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร
ด้านนายอธิราษฎร์ ดำดี นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เงื่อนไขการส่งออกที่ต้องขออนุญาตและมีข้อจำกัดด้านระยะเวลา เป็นอุปสรรคต่อการค้าและเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด โดยเฉพาะเมื่อการสื่อสารนโยบายยังไม่ชัดเจน อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการรับซื้อและทำให้ราคารับซื้อผลผลิตอ่อนตัวลง เครือข่ายชาวสวนปาล์ม จึงเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ประการ ได้แก่ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออก เพื่อคืนสมดุลให้โครงสร้างการค้าและรักษาความเชื่อมั่นของตลาด, กำหนด B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน เพื่อเพิ่มการใช้ไบโอดีเซลและดูดซับผลผลิตในระบบ พร้อมขยายการใช้ B20 ตามปริมาณสต๊อก, ปรับโครงสร้างราคาปาล์มให้สะท้อนคุณภาพและกลไกตลาดอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมการพัฒนาไบโอดีเซลจากวัตถุดิบในประเทศ เพื่อลดต้นทุนและการพึ่งพาการนำเข้า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘จังโก้’เจ้าภาพต้อง3แต้ม เปิดหัว‘ฟุตบอลโลก2026’
ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง "เวิลด์คัพ 2026" ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ จะรูดม่านเปิดฉากอย่างเป็นทางการในคืนวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของทวีปอเมริกาเหนือ
‘ศุภชัย’คุมกมธ.สอบใช้เงินกู้
"เอกนิติ" นั่งหัวโต๊ะ ไฟเขียวยกเลิกเกณฑ์ภาษีลูกกตัญญู ทำพ่อแม่อดได้บัตรคนจน 11 มิ.ย.นี้ “กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้านบาท"
‘กพต.’กางแผนดับไฟใต้ ปรับ‘กอ.รมน.-ศอ.บต.’
คณะผู้แทนพิเศษฯ ประเดิมถกดับไฟใต้นัดแรก "เลขาฯ สมช." เผยจัดระเบียบกลไก "กอ.รมน.-ศอ.บต." ยันไม่รื้อยุทธศาสตร์ จชต. โจรใต้เหิมยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ขณะลาดตระเวนเทือกเขาบูโด
พ้อการเมืองโหดร้าย ‘ลูกเนวิน’เคลียร์ปมแม่ บี้‘อธิบดีปค.’แจงสภาฯ
“ศาล รธน.” ยังรอความเห็นพยานผู้เชี่ยวชาญ-ผลศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ไม่กังวลเขมรได้รถถังจีน ขอคนไทยมั่นใจกองทัพ
"อนุทิน" แจงจีนส่งรถถังให้กัมพูชาไม่เกี่ยวกับไทย ยันไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม
มท.เตรียมใช้พิมพ์ลายนิ้วมือ 10 นิ้วทำบัตรประชาชน เปิดทางบัตรดิจิทัล
กรมการปกครองเปิดรับฟังความเห็นแก้กฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.บัตรประชาชน เตรียมปรับระบบยืนยันตัวตนจากพิมพ์ลายนิ้วมือ 2 นิ้วเป็น 10 นิ้ว พร้อมเสนอให้ประชาชนเลือกใช้บัตร Smart Card หรือบัตรประชาชนดิจิทัล

